posttoday
ล้อมกรอบประชามติ

ล้อมกรอบประชามติ

05 สิงหาคม 2559

ตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติครั้งนี้ และตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 และ 2550 กำหนดเหมือนกัน ว่าให้ “สภาผู้แทนราษฎร” หรือ สส.ซึ่งมาจากการเลือกตั้งเป็นผู้ลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ส่วน “วุฒิสภา” หรือ สว.ไม่มีอำนาจเลือกนายกฯ

ตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติครั้งนี้ และตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 และ 2550 กำหนดเหมือนกัน ว่าให้ “สภาผู้แทนราษฎร” หรือ สส.ซึ่งมาจากการเลือกตั้งเป็นผู้ลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ส่วน “วุฒิสภา” หรือ สว.ไม่มีอำนาจเลือกนายกฯ

แต่หลักการของคำถามพ่วงที่ สนช.ลงมติไปนั้น เขียนว่าให้ “ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา” พิจารณาเลือกนายกฯ หมายความว่าให้ สส. 500 คน และ สว.อีก 250 คน ลงมติร่วมกันเพื่อเลือกนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 269

ทั้งนี้ เมื่อสภาผู้แทนราษฎรชุดแรกที่มาจากการเลือกตั้งอยู่ครบวาระ และมีการเลือกตั้งใหม่ การเลือกนายกฯ คนต่อไปก็ยังเลือกโดย สส.และ สว.ร่วมกันได้อย่างน้อย 2 คน และหากนายกฯ ทั้งสองคนอยู่ครบวาระ ประเทศไทยก็จะมีนายกฯ ที่เข้ามาทำหน้าที่ตามวัตถุประสงค์เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ เป็นเวลา 8 ปี

หากภายในระยะเวลา 5 ปีแรก นายกฯ ที่เข้ารับตำแหน่งลาออก หรือต้องยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ หรือต้องพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุอื่น สส.และ สว.ก็ยังจะร่วมกันเลือก
นายกฯ คนต่อไปภายในระยะเวลานี้ ไม่ว่าจะต้องเลือกกี่คนก็ตาม

ส่วนที่กำหนดเป็นวัตถุประสงค์ของคำถามพ่วงไว้ว่า “เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ” ซึ่งยังไม่ได้จัดทำขึ้น แต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติ มาตรา 275 กำหนดให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดปัจจุบันเป็นผู้จัดทำขึ้น โดยมีเวลาจัดทำกฎหมายเกี่ยวกับแผนยุทธศาสตร์ชาติภายใน 120 วัน นับจากร่างรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ และให้เวลาจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติต่ออีกภายใน 1 ปี

โดยในมาตรา 162 ยังกำหนดด้วยว่า ครม.ชุดใหม่ที่จะเข้ารับตำแหน่งหลังการเลือกตั้งจะต้องแถลงนโยบายซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ เท่ากับแผนดังกล่าวจะมีผลต่อนโยบายการบริหารประเทศ และส่งผลต่อการเลือกนายกฯ ในอีก 5 ปี หลังการเลือกตั้งครั้งแรก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท