
อวสานหรือการเกิดใหม่ ของเคเบิลทีวี?
โดย...พรเทพ เฮง หัวหน้าข่าวแมกซ์
โดย...พรเทพ เฮง หัวหน้าข่าวแมกซ์
เว็บไซต์ www.cth.co.th ของ บริษัท ซีทีเอช ประกาศแจ้งลูกค้าว่า “จากสภาวการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้บริษัทต้องยกเลิกการให้บริการลูกค้า โดยลูกค้าทุกท่านจะไม่สามารถรับชมช่องรายการต่างๆ ของซีทีเอชได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2559 เวลา 00.00 น. เป็นต้นไป”
การประกาศปิดตัวของซีทีเอช เคเบิลทีวีที่เป็นยักษ์ใหญ่ของไทย (ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา) ด้วยงบลงทุนที่มหาศาลของบรรดาผู้ประกอบการธุรกิจบันเทิงและสื่อ และกลุ่มธุรกิจที่มีเงินทุนหนา ทำให้ถูกจับตามองตั้งแต่การได้ลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ 3 ฤดูกาล 2013-2016 ด้วยเม็ดเงินประมูลที่สูงเป็นประวัติการณ์กว่า 9,000 ล้านบาท จากเดิมที่ทรูวิชั่นส์ ซึ่งชนะประมูลลิขสิทธิ์ 3 ฤดูกาลก่อนหน้า (2010-2012) ด้วยมูลค่า 2,400 ล้านบาท สูงกว่าเดิมถึง 3 เท่า หรือเท่ากับ 9 ฤดูกาลแบบของเดิม เมื่อมารวมกับการลงทุนต่างๆ ทั้งการวางโครงข่ายและจัดหาคอนเทนต์ ทำให้ผลประกอบการของซีทีเอชมีหนี้สินรวมกันมากกว่า 2 หมื่นล้านบาท
เพราะฉะนั้น จึงไม่น่าแปลกใจเท่าไรในการเดินออกจากธุรกิจตรงนี้
หากไปดูการล่มสลายของซีทีเอชก็ต้องย้อนกลับไปดูการเติบโตของอุตสาหกรรมทีวี โดยเฉพาะเคเบิลทีวีที่แยกตลาดออกมาจากฟรีทีวีในยุคอะนาล็อก ซึ่งเจาะกลุ่มตลาดลูกค้าเฉพาะที่มีกำลังซื้อโดยตรงประเภทเพย์ทีวี การเริ่มต้นโทรทัศน์ผ่านสายเคเบิลที่ได้รับสัมปทานจากองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อสมท) เป็นรายแรกเมื่อ 27 ปีที่แล้ว คือ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล บรอดคาสติ้ง คอร์ปอเรชั่น หรือ ไอบีซี เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2532 และต่อมาวันที่ 12 พ.ย. 2536 หรือประมาณ 23 ปีที่แล้ว อสมท อนุญาตให้เพิ่มผู้ประกอบกิจการรายใหม่ คือ บริษัทยูทีวี เคเบิล เน็ตเวิร์ค หรือ ยูทีวี เพื่อให้เกิดการแข่งขันทางธุรกิจอย่างเป็นธรรมและสมดุล ซึ่งต่อมามีการซื้อหุ้นและรวมกิจการกัน โดยเปลี่ยนชื่อเป็นยูบีซี ซึ่งปัจจุบัน
คือทรูวิชั่นส์
การล้มหายตายจากของเคเบิลทีวีในช่วงนั้น จนเหลือทรูวิชั่นส์กับเคเบิลทีวีท้องถิ่นในส่วนภูมิภาคเพียงเท่านั้น พร้อมกับการเติบโตคู่ขนานไปกับทีวีดาวเทียมและฟรีทีวีที่มีอยู่เดิม
จุดเปลี่ยนของเคเบิลทีวีเกิดขึ้นอีกทีในเดือน ส.ค. ปี 2552 ผู้ประกอบการโทรทัศน์ผ่านสายเคเบิล ระดับท้องถิ่นทั่วประเทศไทย ซึ่งส่วนมากเป็นสมาชิกสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย จำนวนมากกว่า 100 ราย รวมตัวกันเป็น บริษัท เคเบิลไทยโฮลดิ้ง ในวันที่ 15 ก.พ. 2553 ด้วยทุนจดทะเบียนประเดิมที่ 50 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์ในการเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์เนื้อหาโทรทัศน์รูปแบบต่างๆ รวมทั้งเป็นองค์กรกลางในการประกาศจัดเรียงช่องรายการ การมีที่มาจากผู้ประกอบการทั่วประเทศรวมตัวกัน ก็ถือเป็นการเพิ่มศักยภาพ ความแข็งแกร่ง เป็นเอกภาพ ตลอดจนให้การสนับสนุนเทคโนโลยีออกอากาศ การขยายเครือข่ายและการตลาด
ซีทีเอช ที่เป็นเคเบิลทีวีใหม่ก็ได้อาศัยปัจจัยพื้นฐานจากเคเบิลไทยโฮลดิ้ง เรียกว่าเป็นการเข้ามากินรวบทันทีจากฐานลูกค้าเดิมที่มีสมาชิกลูกค้าอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศไทย ดูตามเนื้อผ้าแล้วน่าจะไปได้สวยแบบทางลัดสะดวกโยธิน แต่รูปการณ์ของธุรกิจกลับเปลี่ยนไป เพราะการเข้ามาของสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียต่างๆ ทำให้การดูทีวีแบบจ่ายเงินหรือเพย์ทีวีกลายเป็นทางเลือกสุดท้ายของผู้บริโภคทีวีไป การเข้ามาของทีวีดิจิทัลอีก 20 กว่าช่องก็ทำให้เกมธุรกิจเปลี่ยน เม็ดเงินถูกแบ่งสันปันส่วนและแย่งกันอย่างเลือดตากระเด็น รวมถึงภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย
ปัจจุบันผู้ประกอบการเคเบิลทีวีของไทยแบ่งออกเป็นเคเบิลท้องถิ่นในระบบอะนาล็อก เช่น เคเบิลท้องถิ่นขนาดเล็กและขนาดกลางตามอำเภอต่างๆ เคเบิลท้องถิ่นในระบบดิจิทัล เช่น เคเบิลท้องถิ่นขนาดใหญ่ และขนาดใหญ่พิเศษ ตาม อ.เมือง เคเบิลทีวีระดับชาติ ในระบบดิจิทัล เอชดี และไอพีทีวี ทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมายในระบบดิจิทัล เอชดี
เพราะฉะนั้น จากสภาวการณ์ปัจจุบัน การล่มสลายและอวสานของซีทีเอชก็เหมือนการเกิดใหม่ของทรูวิชั่นส์ที่ไม่มีคู่แข่งในเกมธุรกิจระดับเดียวกันของเพย์ทีวีที่ชมผ่านเคเบิลทีวีระดับชาติอีกแล้ว ยิ่งการประกาศคอนเทนต์ทั้งที่รวบการถ่ายทอดสดกีฬาไว้ทั้งหมด ย่อมที่จะทำให้ทำตลาดง่ายขึ้นมากกว่าเดิม ไม่นับคอนเทนต์อื่นๆ ที่ซื้อมาได้ราคาถูกกว่าเดิม เพราะไม่มีคู่แข่งแบบเขี้ยวลากดินอีกแล้ว
แม้ว่าอุตสาหกรรมเคเบิลทีวีไทยกำลังอยู่ในภาวะขาลง กำลังอยู่ในภาวะเปลี่ยนผ่านเพื่อจัดระเบียบใหม่ให้เข้ารูปเข้ารอยและเกิดความเสถียรอย่างเต็มที่ รวมถึงความพยายามในการตั้งรับติดตามการก้าวกระโดดของเทคโนโลยีออนไลน์และอินเทอร์เน็ต
จากความเคยชินแบบเก่าก่อนที่มั่นใจในศักยภาพและขุมสรรพกำลังที่ประสบความสำเร็จมายาวนานหลายสิบปี แต่แค่เพียงกะพริบตาเมื่อคนเปลี่ยนรุ่นเทคโนโลยีแบบใหม่เข้ามา ออนไลน์และอินเทอร์เน็ตไปหลอมรวมกับมือถือและแท็บเล็ตที่สะดวกสบายในการพกพาและหยิบมาเสพชม รวมถึงการเกิดขึ้นของสื่อสังคมออนไลน์ที่เรียกว่า โซเชียลมีเดีย ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ธุรกิจที่เคยอยู่ในมือกลับเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
เคเบิลทีวีของไทยเข้าอยู่ในจุดที่พบตลาดเฉพาะที่อยู่ในระดับของตัวเอง และเข้าสู่สภาพที่จริงของตลาดในระยะปัจจุบัน แต่ทีวีที่จะมาเป็นคู่แข่งของเคเบิลทีวีก็คือ ไอพีทีวี ทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ในระบบดิจิทัล เอชดี ไม่ว่าจะเป็นกล่องทีวีอินเทอร์เน็ต กล่องทีวีไว-ไฟ สมาร์ทบ็อกซ์ซึ่งสามารถเข้าถึงง่ายและมีราคาไม่แพงในปัจจุบัน
เพราะฉะนั้น เคเบิลทีวีในปัจจุบันจึงอยู่ในสภาวะการเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหนึ่งภายใต้อุปสงค์อุปทานที่แท้จริง







