
ตัวแทนพระทัตตชีโวเข้าให้ปากคำดีเอสไอ
ตัวแทนรักษาการเจ้าอาวาสธรรมกายเข้าพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอให้ปากคำข้อมูลจัดตั้งวัด-ระเบียบจ่ายเงิน วอนสื่อเรียกพระวัดธรรมกายให้เหมาะสม
ตัวแทนรักษาการเจ้าอาวาสธรรมกายเข้าพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอให้ปากคำข้อมูลจัดตั้งวัด-ระเบียบจ่ายเงิน วอนสื่อเรียกพระวัดธรรมกายให้เหมาะสม
เมื่อวันที่ 4 ส.ค. พระสุธรรมญาณวิเทศ (สุธรรม สุธัมโม) ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนรักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และนายเอกชัย ฐปนานนท์ ที่ปรึกษาของพระสุธรรม เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อให้ปากคำกรณีที่มีหนังสือเรียกเข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดตั้งวัดพระธรรมกาย การบริหารงานและระเบียบการจ่ายเงินของวัดพระธรรมกาย
พระสุธรรม กล่าวก่อนเข้าให้ปากคำว่า วันนี้เป็นการเข้าพบดีเอสไอตามหนังสือเชิญ เพื่อสอบถามเรื่องการบริหารงาน การจัดตั้งวัดและระเบียบการจ่ายเงิน ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่ควรรวบรวมให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ก่อนที่จะมีการกล่าวหาพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เพื่อความเป็นธรรม
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีการเตรียมเอกสารหลักฐานมาประกอบการให้ปากคำ เนื่องจากขณะนี้ได้รับมอบหมายผิดชอบเกี่ยวกับงานวิชาการด้านพุทธศาสนาในต่างประเทศเป็นหลัก เป็นงานเผยแพร่ศาสนาในฐานะพระธรรมทูต โดยทำมานานกว่า 20 ปีแล้ว แต่เพราะห่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ถ้อยคำ ทั้งนี้ หลังกลับจากต่างประเทศยังไม่มีโอกาสได้เข้าพบกับพระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เนื่องจากพระธัมมชโยยังมีอาการป่วย จึงยังไม่ได้เข้าเยี่ยมเพื่อป้องกันไม่ให้มีการติดเชื้อ
"อาตมาอยากขอร้องสื่อให้ใช้คำเรียกพระวัดธรรมกายที่เหมาะสม การใช้คำว่า 5 เสือ เป็นสรรพนามที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากวัดธรรมกายขึ้นตรงกับมหาเถรสมาคม พระธัมมชโยก็เป็นพระชั้นเทพ อย่างไรก็ตาม อาตมายินดีให้ความร่วมมือกับดีเอสไอจึงเดินทางมาให้ถ้อยคำตามนัด"พระสุธรรมกล่าว
ด้านนายเอกชัย กล่าวว่า การเข้าพบพนักงานสอบสวนครั้งนี้ไม่ใช่การเรียกสอบปากคำในฐานะพยานแต่เป็นการออกหนังสือเชิญเข้าพบเพื่อให้ถ้อยคำ โดยพระสุธรรมเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนรักษาการเจ้าอาวาส (พระทัตตชีโว รองเจ้าอาวาส) ที่มีอาการป่วยและชราภาพ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการออกหมายเรียกพระวัดธรรมกายถึง 6 รูป เข้าให้ปากคำเกี่ยวกับการบริหาร การจัดตั้งวัด และระเบียบการใช้จ่ายเงิน ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในคดีที่มีการกล่าวหาพระธัมมชโยในข้อหาสมคบฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร โดยการเรียกสอบปากคำในประเด็นดังกล่าวควรเกิดขึ้นก่อนการแจ้งข้อกล่าวหากับพระธัมมชโย
นอกจากนี้การที่อัยการสั่งให้ดีเอสไอสอบสวนเพิ่มเติมแสดงว่าสำนวนการสอบสวนยังไม่สมบูรณ์ หลักฐานไม่พอฟ้อง และเข้าข่ายว่าเป็นการเร่งรัดคดี โดยสั่งฟ้องก่อนสอบสวนเพิ่มเติมในภายหลัง ทั้งนี้ขอตั้งข้อสังเกตว่าพนักงานสอบสวนมีอคติกับวัดธรรมกาย ทำให้การสอบสวนไม่เป็นไปตามหลักสากล ออกหมายเรียกพระสงฆ์เข้าให้ปากคำทั้งที่พระสงฆ์มีกฎหมายคุ้มครองไม่ให้ถูกออกหมายเรียก
"การไม่เข้าพบพนักงานสอบสวนของพระมหาบุญชัยก็ไม่มีเจตนาหลบเลี่ยง แต่มีการทำหนังสือแจ้งขอเลื่อนนัดเพราะยังรวบรวมหลักฐานไม่ครบ เนื่องจากคดียักยอกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 52-56 จึงมีเอกสารเกี่ยวข้องจำนวนมาก แต่พนักงานสอบสวนให้เวลารวบรวมเอกสารหลักฐานเพียง 1 เดือน"นายเอกชัยกล่าว







