
สาวใบ้คิดถึงแม่ประกาศตามหาหลังพลัดพรากนานกว่า15ปี
แม่ฮ่องสอน-สาวใบ้ร้องตำรวจสภ.ปายช่วยตามหาแม่หลังพลัดพรากนานกว่า15ปีเผยถูกนำไปทิ้งไว้ที่มูลนิธิคนพิการเชียงใหม่ตั้งแต่อายุ9ขวบ
แม่ฮ่องสอน-สาวใบ้ร้องตำรวจสภ.ปายช่วยตามหาแม่หลังพลัดพรากนานกว่า15ปีเผยถูกนำไปทิ้งไว้ที่มูลนิธิคนพิการเชียงใหม่ตั้งแต่อายุ9ขวบ
ร.ต.ท.ฤกษ์ชัย สารจันทร์ ร้อยเวร สภ.ปาย เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งความจากสาวพิการเป็นใบ้ว่ากำลังตามหามารดาที่สูญหายและพลัดพรากจากกันนานถึง 15 ปี เมื่อได้ตรวจสอบจึงทราบว่า หญิงพิการเป็นใบ้คือ นางสาวพิจิตรา อานุ หรือ เมืองไทยเจริญ อายุ 24 ปี เดินทางพร้อมด้วยเพื่อนหญิงชายอีกจำนวน 4 คน ซึ่งพิการเป็นใบ้เหมือนกันทุกคนนั่งรอข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ
จากการสอบถาม นางสาวพิจิตรา ซึ่งใช้การสื่อสารกันด้วยภาษาเขียน ทราบว่า เมื่อตอนอายุ9ขวบจำได้ว่ามารดาชื่อนางเดรี่ คำไสย ภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้นำตนไว้ที่มูลนิธิคนพิการจังหวัดเชียงใหม่ แล้วไม่กลับมาหาอีกเลย ตอนนั้นตนจำความได้แล้ว ส่วนพ่อได้แยกทางกับแม่ตั้งแต่เด็ก หลังจากที่แม่ทิ้งไปก็อาศัยอยู่ที่มูลนิธิมาโดยตลอด เรียนเขียนภาษาและการใช้ภาษามือจนพอสื่อสารได้ ปัจจุบันตนได้แต่งงานกับนาย ไอ่จ๋า อานุ อายุ 26 ปี หนุ่มพิการเป็นใบ้ที่เคยอยู่ในมูลนิธิเดียวกัน จากนั้นได้ย้ายไปอยู่กับสามีที่บ้านในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
นางสาวพิจิตรา เผยว่า ตอนนี้รู้สึกคิดถึงแม่มาก อยากเห็นหน้าแม่อีกสักครั้ง อยากรู้แม่เป็นอยู่อย่างไร ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เข้าไปขอค้นดูข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของมารดาที่สำนักทะเบียนที่ว่าการอำเภอเชียงดาว พบว่ามารดาได้เข้ามาอาศัยอยู่ที่อำเภอปายตั้งแต่ปี 2554 จึงตัดสินใจชวนแฟน และเพื่อนเดินทางขับรถมอเตอร์ไซค์มาตามหามารดาที่ อำเภอปาย หวังว่าจะได้เจอหน้าแม่บังเกิดเกล้า และยิ่งใกล้ถึงวันแม่แล้วทำให้ยิ่งคิดถึงแม่มากขึ้น
จากนั้นนางสาวพิจิตรา และเพื่อนได้เดินทางไปที่ค่าย ร.7 พัน 5 เพื่อตามหาข้อมูลมารดาเพิ่มเติมจากการสอบถามผู้ที่เคยรู้จักกับมารดา ทราบว่า ก่อนหน้านั้น นางเดลี่ ได้มาอาศัยอยู่กินกับสามีซึ่งเคยเป็นทหารที่ค่าย ร.7 พัน 5 ที่อำเภอปายจริงโดยอาศัยอยู่บ้านพักราชการทหาร แต่หลังจากสามีของนางเดลี่เสียชีวิตไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว นางเดลี่ก็ย้ายออกไป คนรู้จักว่าจะไปทำงานที่กรุงเทพฯ และก็ไม่กลับมาอีกเลย ไม่มีใครติดต่อได้อีกรวมถึงเบอร์โทรศัพท์ก็ถูกเปลี่ยนเบอร์ไปแล้ว
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจและจะได้พยายามช่วยกันติดตามหาข้อมูลเบาะแสมารดาของสาวใบ้รายนี้ต่อไป เพื่อช่วยให้แม่ลูกที่พลัดพรากจากอ้อมอกกันมานานถึง 15 ปี ได้มีโอกาสพบกันอีกครั้ง.







