
ธปท.จับตาประชามติ
คาดกระทบเศรษฐกิจไม่มาก 4 ชาติเตือนพลเมืองหลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมนุม
คาดกระทบเศรษฐกิจไม่มาก 4 ชาติเตือนพลเมืองหลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมนุม
กนง.จับตาประชามติ คาดผลกระทบไม่มาก ห่วงบาทแข็งฉุดเศรษฐกิจโตต่ำ 4 ประเทศเตือนพลเมืองระวัง 7 ส.ค.
นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยเสี่ยงที่จะโตได้ต่ำกว่าที่คาดไว้ 3.1% จากความเสี่ยงในต่างประเทศเป็นหลัก เช่น การแข็งค่าขึ้นของเงินเยนญี่ปุ่น ทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นเทียบกับเงินสกุลหลักบางสกุล ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย โดย กนง.มีการพูดคุยเรื่องเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น แต่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีเครื่องมือดูแลอยู่แล้ว และไม่จำกัดเฉพาะดอกเบี้ย ยังมีเครื่องมืออื่น รวมถึงการใช้นโยบายแม็คโคร พรูเดนเชียล (Macroprudential) ที่ผสมผสานการกำกับสถาบันเงิน
นอกจากนี้ ยังมีอีก 2 ปัจจัยเสี่ยงในต่างประเทศที่จะยังดำรงอยู่ใน 1-2 ปีนี้ คือ ความไม่แน่นอนหลังเบร็กซิต และปัญหาภาคการเงินในยุโรป
สำหรับปัจจัยความเสี่ยงในประเทศ กนง.มีการพูดถึงผลการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญบ้าง ซึ่งยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามดูต่อไป แต่ผลกระทบเรื่องนี้คงไม่มาก โดยเฉพาะผลกระทบระยะสั้นต่อตลาดการเงินคงไม่รุนแรง ไม่ว่าผลประชามติจะออกไปด้านไหนก็ตาม
ด้านเงินเฟ้อทั่วไป กนง.ยอมรับว่ามีความเสี่ยงมากขึ้นที่การกลับเข้าสู่เป้าหมายเงินเฟ้อปีนี้ที่ 2.5% บวกลบ 1.5% ต้องเลื่อนเป็นปลายปีแทน จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ที่ 1% ในปลายไตรมาส 3 เพราะราคาน้ำมันที่ต่ำลง
วันเดียวกัน มีคำเตือนจาก 4 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น อังกฤษ เมียนมา และสหรัฐ ให้พลเมืองตัวเองระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงพื้นที่การชุมนุมในช่วงการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญวันที่ 7 ส.ค.นี้ โดยสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ขอให้ชาวอเมริกันเพิ่มความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการชุมนุมในช่วงดังกล่าว เนื่องจาก คสช.ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการควบคุมและจับกุมตัวบุคคล จึงอาจพบเห็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงพร้อมอาวุธเป็นจำนวนมากกว่าปกติ และบุคคลที่วิพากษ์วิจารณ์ คสช.อาจถูกควบคุมตัว จึงขอให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และสังเกตสิ่งรอบตัว แม้คาดว่าจะไม่มีเหตุความรุนแรง แต่เหตุการณ์ชุมนุมอาจยกระดับความรุนแรงได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงอาจเกิดการปะทะได้







