
"ไพบูลย์" หวังคดีธรรมกายจบในยุคคสช.
"ไพบูลย์" เผย มีทางออกปมวัดพระธรรมกาย แต่อยู่ที่จะดำเนินการเมื่อไหร่ ย้ำจะพยายามให้จบในยุค คสช.
"ไพบูลย์" เผย มีทางออกปมวัดพระธรรมกาย แต่อยู่ที่จะดำเนินการเมื่อไหร่ ย้ำจะพยายามให้จบในยุค คสช.
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่ดีเอสไอแจ้งความ พระมหาบุญชัย ผู้ดูแลบัญชีการเงินของวัดพระธรรมกาย ที่ไม่มาเข้าพบตามหมายเรียก ว่า ตนคิดว่าเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ต้องทำตามนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าศาลยุติธรรมจะออกหมายจับ เราต้องไปขอหมายศาล ขณะนี้ตนยังไม่ทราบว่ามีการขอหมายจับแล้วหรือไม่ และบอกไม่ได้ว่าศาลยุติธรรมจะออกหมายจับให้หรือไม่ เพราะตนไม่ได้เข้าไปดูรายละเอียด ส่วนกรณีที่พระมหาบุญชัยได้ขอเลื่อนหมายเรียกแล้วนั้น เรื่องนี้อยู่ในดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน เพราะต้องรอดูว่าการเลื่อนนั้นมีเหตุอันควรหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มองถึงทางออกเพื่อแก้ปัญหาไว้อย่างไร รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า "ผมเห็นทางออกมานานแล้ว แต่รอว่าจะดำเนินการเมื่อไหร่ และได้รับการติดต่อจากคนที่เข้าไปประสานงานกับผู้ปกครองทางสงฆ์ เถรสมาคม ทางภาคสงฆ์ ยังคุยกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าดีเอสไอจะหยุดทำงาน เพราะคดีนี้มีทั้งผู้ต้องหาและผู้ถูกกล่าวหาหลายคน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานแล้วสอบสวนกันไป ซึ่งต้องยึดหลักว่าไม่ให้เกิดปัญหามากขึ้น ส่วนจะเข้าค้นวัดอีกนั้น ต้องถามพนักงานสอบสวน แต่โดยหน้าที่ถ้าไม่ได้ตัวผู้ต้องหาก็ต้องมีการค้นอีกครั้ง แต่ถ้าเข้าไปเหมือนครั้งแรกก็ไม่ต้องเข้าไป"
เมื่อถามว่าถ้ายังไม่ได้ตัวผู้ต้องหา ผู้เสียหายก็ยังไม่ได้รับการคืนเงินใช่หรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ยังไม่ได้ เพราะคดีไม่ได้ยุติในชั้นศาล ซึ่งยังอยู่ระหว่างการหาคนรับผิดกรณีนำเงินไปไม่ถูกต้อง เมื่อมีคนผิดต้องมีการเรียกเงินคืน เมื่อยังไม่มีการติดตามคนผิดจึงเรียกเงินคืนไม่ได้ ต้องให้ศาลยุติธรรมตัดสิน
"ผมก็เข้าใจ ทุกคนก็อึดอัดหมด เจ้าหน้าที่ ประชาชน คนที่มอง คนที่รักความเป็นธรรม อยากให้ผู้ต้องหาเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งเรื่องนี้ผมก็ไม่รู้ว่าจะจบหรือเปล่า แต่ผมพยายามทำให้มันจบ เพราะคดีนี้เกิดก่อนที่ผมจะมา" พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว







