
บิ๊กตู่ย้ำรธน.ไม่ผ่านอยู่ต่อ
นายกฯ ยันผลลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นตัวชี้วัดแพ้ชนะลั่นประชามติไม่ผ่านอยู่เดินหน้าตามโรดแมป
นายกฯ ยันผลลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นตัวชี้วัดแพ้ชนะลั่นประชามติไม่ผ่านอยู่เดินหน้าตามโรดแมป
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญวันที่ 7 ส.ค. จะไม่มีการตั้งวอร์รูมอะไรทั้งสิ้น เมื่อลงประชามติแล้วก็ถือว่าทำแล้ว หน้าที่ทุกคนมีแค่นั้นคือไปลงประชามติ รัฐบาลจะต้องมีการตั้งวอร์รูมอีกทำไม ถ้ามีความขัดแย้งและล้มประชามติก็ติดคุกกันไป
“อย่ามาบอกว่าประชามติจะเป็นตัวชี้วัดว่าใครแพ้ใครชนะไม่เกี่ยว ผมไม่เคยแพ้ใคร และผมก็ไม่ต้องการเอาชนะใคร เพียงรักษาอำนาจของผมเพื่อบริหารราชการแผ่นดินในช่วงเปลี่ยนผ่านแค่นั้น ถ้ารธน.ไม่ผ่านก็ไม่ออก อังคารหน้า วันที่ 9 ส.ค. ผมจะประชุมร่วม ครม.-คสช. เพื่อจะวางแผนหาวิธีการในการดำเนินการต่อไป หากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านจะทำอย่างไร และถ้าผ่านจะทำอย่างไร งานรออีกเยอะแยะ จะมาเสียสมองกับเรื่องนี้เรื่องเดียวไม่ได้ ต้องเดินไปตามโรดแมปให้ได้ ผมตอบได้แค่นี้” นายกฯ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้ทุกคนรักษาความสงบเรียบร้อยให้ได้มากที่สุด ใครที่ทำผิดกฎหมายก็จะต้องดำเนินการคดี ถ้าทำไม่ได้ในขณะนั้นก็ให้ทำหลังจากที่มีการลงประชามติแล้ว ซึ่งต้องมีการเก็บพยานหลักฐานไว้เพื่อดำเนินคดี ทั้งในส่วนของกฎหมายปกติคำสั่ง คสช. และกฎหมายประชามติ
วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. พร้อมพวก 19 ราย ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเรื่องการชุมนุมทางการเมืองเกินกว่า 5 คนขึ้นไป ที่กองปราบปราม โดย นายจตุพร กล่าวว่า ทั้งหมดได้ให้การปฏิเสธซึ่งทางตำรวจได้นัดหมายอีกครั้งในวันที่ 6 ก.ย. โดยทั้งหมดได้รับการปล่อยตัวโดยไม่มีการยื่นประกันตัวใดๆ ในชั้นพนักงานสอบสวน
ขณะที่ พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.กองแผนงานอาชญากรรม สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจได้แถลงว่า การจับกุม น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ อดีต สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย พร้อมพวก 11 คน ที่ส่งจดหมายบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ ในหลายพื้นที่ภาคเหนือนั้นมีหลักฐานชัดเจน มีการทำเป็นกระบวนการจากนั้นได้นำตัวทั้งหมดเดินทางไปขึ้นศาลทหารที่ จ.เชียงใหม่ ต่อไป







