posttoday
คืนชีพกองทุนฟื้นฟูฯ

คืนชีพกองทุนฟื้นฟูฯ

03 สิงหาคม 2559

ธปท.เสนอแก้กฎหมายคืนอำนาจให้กองทุนฟื้นฟูฯ กลับมาดูแลฐานะธนาคารพาณิชย์ยามเกิดปัญหาต้องปิดกิจการ เตรียมการรับมาตรฐานโลก

ธปท.เสนอแก้กฎหมายคืนอำนาจให้กองทุนฟื้นฟูฯ กลับมาดูแลฐานะธนาคารพาณิชย์ยามเกิดปัญหาต้องปิดกิจการ เตรียมการรับมาตรฐานโลก

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.จะเสนอต่อกระทรวงการคลังให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย (พ.ร.บ.ธปท.) เพื่อแก้ไขกฎหมายให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฟื้นฟูฯ) ในส่วนของมาตรา 19 ที่เกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือแก่สถาบันการเงินเมื่อประสบปัญหา เพื่อให้กองทุนฟื้นฟูฯ สามารถเข้าไปจัดการดูแลปัญหา ในกรณีที่มีสถาบันการเงินปิดกิจการได้

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า การเตรียมการดังกล่าวนี้ไม่ได้หมายความว่า ปัจจุบันระบบสถาบันการเงินในไทยมีปัญหา ขณะนี้ธนาคารพาณิชย์มีการตั้งสำรองหนี้เสียและมีเงินกองทุนเกินมาตรฐานไปมาก เป็นเพียงแค่เตรียมการสำหรับอนาคต เพื่อให้ระบบสถาบันการเงินของไทยพร้อมเข้าสู่การประเมินภายใต้โครงการ FSAP หรือโครงการประเมินภาคการเงิน ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ในปี 2560

“สาระสำคัญที่แก้ไขนั้นเป็นการเสนอให้ปิดช่องโหว่คือ ในเรื่องภาระการแก้ปัญหาสถาบันการเงินนั้น ผู้ถือหุ้นกู้ควรจะต้องรับผิดชอบด้วย รวมไปถึงมีกลไก เช่น สถาบันการเงินต้องมีส่วนในการรับผิดชอบต้นทุนการใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาวิกฤตระบบสถาบันการเงิน ไม่ให้เป็นภาระของภาครัฐอย่างเดียว แต่ที่ทำทั้งหมดไม่ใช่เพราะเราเห็นว่าจะมีความเสี่ยงวิกฤตสถาบันการเงิน แต่เราอยากทำจิ๊กซอว์ต่างๆ ให้ครบถ้วน ให้มีกลไกในการดูแลเมื่อเกิดปัญหา” นายวิรไท กล่าว

ทั้งนี้ สาเหตุที่ให้กองทุนฟื้นฟูฯ กลับมาเป็นหน่วยงานที่จะเข้าช่วยเหลือสถาบันการเงิน เนื่องจากมีประสบการณ์และยังเป็นส่วนงานหนึ่งใน ธปท. แม้จะเป็นนิติบุคคลที่แยกออกไป แต่เป็นองค์กรที่สะสมความรู้มาต่อเนื่อง หากย้อนไปดูกลไกการแก้ปัญหาของกองทุนฟื้นฟูฯ ในปี 2540 ที่เคยคำนวณความเสียหายของวิกฤตการเงินในปี 2540 ว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท ซึ่งในการบริหารจัดการหนี้ในขณะนั้นคาดการณ์ว่า น่าจะได้เงินหรือผลตอบแทนกลับมาบ้างประมาณ 40% แต่เมื่อดำเนินการจริงๆ กลับพบว่ากองทุนฟื้นฟูฯ ทำได้ดี ได้เงินคืนกลับมาสูงกว่าที่คาด จากการเข้าไปแยกหนี้ดีหนี้เสียแล้วไปแยกกันบริการเข้าถือหุ้นในสถาบันการเงิน และการจัดให้มีบรรษัทบริหารสินทรัพย์ (เอเอ็มซี) ซึ่งทำให้การเข้าดูแลหนี้ไม่ได้เป็นภาระงบประมาณภาครัฐอย่างเดียว

"ในต่างประเทศเขามีการแก้ไขปัญหาแบบเข้มงวดคือ ให้สถาบันการเงินลงขันนำเงินมาแก้ปัญหาสถาบันการเงินกันเอง หากเกิดปัญหา แต่ของไทยอาจจะไม่ต้องสุดโต่งขนาดนั้น เพียงแต่ไม่ควรเป็นภาระของรัฐบาลหรืองบประมาณอย่างเดียว โดยอาจจะมีการเก็บเงินนำส่งจากฐานเงินฝากที่ส่งกันอยู่แล้วในอัตรา 0.46% ปรับเพิ่มขึ้นก็ได้หากจำเป็น" นายวิรไท กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท