
ลดหย่อนภาษี2เท่า
รัฐเฉือนเนื้อปีละหมื่นล้าน จัดแพ็กเกจลงทุนหนุนเอสเอ็มอี เพิ่มลงทุนโครงสร้างพื้นฐานชนบท
รัฐเฉือนเนื้อปีละหมื่นล้าน จัดแพ็กเกจลงทุนหนุนเอสเอ็มอี เพิ่มลงทุนโครงสร้างพื้นฐานชนบท
นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้อนุมัติมาตรการภาษีเพื่อจูงใจให้เอกชนเข้ามาช่วยเหลือเอสเอ็มอี (มาตรการพี่ช่วยน้อง) เช่น การช่วยเหลือด้านการตลาด พัฒนาองค์ความรู้ บัญชี ถ่ายทอดนวัตกรรม และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในชนบท
นายณัฐพร กล่าวว่า ภาคเอกชนที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาและปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวในชนบทสามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า เช่น ระบบไฟฟ้า ประปา ถนน ทางพิเศษ พลังงานทางเลือก ระบบชลประทาน ระบบจัดการของเสีย พัฒนาและปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยว เช่น อุทยานแห่งชาติ โบราณสถาน
ทั้งนี้ ต้องโอนกรรมสิทธิ์ในโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาและปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวให้กับส่วนราชการหรือองค์กรของรัฐ โดยไม่มีค่าตอบแทน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่อุตสาหกรรมไทยก่อให้เกิดการจ้างงาน การใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ และส่งผลให้ชนบทได้รับการพัฒนา โดยไม่ต้องรองบประมาณจากภาครัฐ
“การดำเนินการตามมาตรการภาษีทั้งสองมาตรการในครั้งนี้ คาดว่าจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ มาตรการละประมาณ 5,000 ล้านบาท รวมเป็น 1 หมื่นล้านบาท/ปี” นายณัฐพร กล่าว
นอกจากนี้ ครม.ยังได้ให้ความเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในชุมชนเมืองตามแนวทางประชารัฐ ซึ่งผู้มีรายได้น้อยในชุมชนเมืองมีประมาณ 9 ล้านคน หรือ 30% ของผู้ที่อยู่ในเมือง โดยจะช่วยเหลือใน 3 มาตรการ ได้แก่ มาตรการสินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชน ให้ประชาชนที่มีรายได้ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท/เดือน กู้ยืมเงินจากธนาคารออมสินได้ไม่เกิน 5 หมื่นบาท/ราย คิดดอกเบี้ย 0% ปีแรก ปีที่ 2-5 คิดดอกเบี้ย 1%ต่อเดือน
รวมทั้งมีมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชน โดยลูกหนี้ของธนาคารออมสินจะให้พักชำระเงินต้นนานสูงสุด 3 ปี และขยายเวลาชำระหนี้ของกลุ่มเอสเอ็มอีออกไปอีก 2 เท่าของระยะเวลาที่เหลือ โดยสามารถติดต่อขอเข้าโครงการได้ภายในวันที่ 31 ส.ค.นี้ และมาตรการที่ 3 โครงการอบรมเพื่อพัฒนาอาชีพและสร้างความรู้ทางการเงินแก่ผู้ประกอบอาชีพต่างๆ นำไปใช้ปรับปรุงงานของตนเอง มีเป้าหมาย 1.5 แสนครอบครัว ครอบครัวละ 1 คน







