posttoday
การแก้ไขหนี้ในวงจร

การแก้ไขหนี้ในวงจร

17 สิงหาคม 2553

....สมชาย สกุลสุรรัตน์

ผมนั่งเขียนบทความนี้ที่บ้านตอนเย็นวันอาทิตย์ที่ 15 ส.ค. เห็นข่าวในอินเทอร์เน็ตว่า ในวันจันทร์ที่ 16 ส.ค.นี้ นายกรัฐมนตรีจะประกาศแผนแม่บทในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชนทุกภาคส่วนอย่างครบวงจร เป็นเรื่องที่น่าสนใจโดยเฉพาะสำหรับลูกหนี้ใหญ่น้อยทั้งหลายทั้งในระบบและนอกระบบ ซึ่งกว่าจะได้อ่านคอลัมน์นี้คงทราบแล้วว่ารัฐบาลมีแนวทางในการที่จะดำเนินการตามนโยบายนี้อย่างไร

เผอิญผมเป็นคนมีเวรมีกรรมอยู่อย่างหนึ่งครับว่า คนที่มีปัญหาเรื่องหนี้มักเข้าใจผิดว่าผมเป็นศิราณีเรื่องหนี้ ทั้งๆ ที่ขณะนี้ก็ไม่ได้ประกอบอาชีพด้านนี้แล้ว แต่มักได้รับปัญหาเรื่องหนี้มาคิดให้ปวดหัวทั้งๆ ที่ตัวเองไม่ได้เป็นหนี้ใคร

ปัญหาคลาสสิกที่ได้รับคือ ขณะนี้กำลังมีปัญหากับสถาบันการเงินหรือเจ้าหนี้ เนื่องจากสถาบันการเงินยอมปล่อยสินเชื่อให้ตามปกติ ซึ่งถ้าสถาบันการเงินยอมปล่อยสินเชื่อเพิ่มให้ตามที่ขอ ปัญหาทั้งหลายทั้งปวงก็จะได้รับการแก้ไขโดยอัตโนมัติ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองที่เกิดขึ้น

ผมทำให้คนโกรธไปนักต่อนักแล้วว่า ถ้ามีความประสงค์ที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้ สิ่งแรกที่จะต้องทำคือ อย่าเพิ่งสรุปว่าปัญหาทางการเงินที่เกิดขึ้นเกิดจากสถาบันการเงินไม่ปล่อยสินเชื่อให้ เพราะโดยข้อเท็จจริงส่วนใหญ่การที่สถาบันการเงินไม่ปล่อยสินเชื่อให้มักเป็นผลมากกว่าเหตุของปัญหา กล่าวคือ เมื่อธุรกิจมีปัญหาสถาบันการเงินจึงไม่ปล่อยสินเชื่อให้ บางคนพอพูดแค่นี้รีบลากลับไปเพราะหมดความอดทนที่จะฟังคำพูดขัดหู เพราะเชื่อว่าการที่สถาบันการเงินไม่ปล่อยสินเชื่อให้ทำให้ธุรกิจมีปัญหา

ถ้าจะทำให้คนที่กำลังเดือดร้อนโกรธเคืองหนักเข้าไปอีก คือ การไปตอกย้ำว่าแล้วการที่ธุรกิจมีปัญหานั้นก็ใช่ว่าจะเกิดขึ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองเท่านั้นไม่ เพราะยังมีธุรกิจหลากหลายที่ยังอยู่ได้หลังเหตุการณ์ แต่ต้องประเมินสถานการณ์โดยไม่ลำเอียงเข้าข้างตัวเอง แล้วพูดความจริงกันว่าปัญหาเกิดจากตัวธุรกิจเอง หรือเกิดจากผู้บริหาร หรือแม้แต่ตัวเจ้าของกิจการ เพราะถ้าต้นเหตุแห่งปัญหาเกิดจากสาเหตุเหล่านี้ การโบ้ยความผิดทุกอย่างไปให้วิกฤตเศรษฐกิจและสีเสื้อ อาจไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่

ตรงนี้ขอเตือนนิดหนึ่งนะครับว่า ถ้าอยากได้เงินค่าที่ปรึกษาจากคนที่มาขอคำปรึกษา หรือถ้าคนขอคำปรึกษาท่าทางใจร้อน ดุดัน และไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ ตัว ห้ามนำความเห็นที่ว่าไปพูดเด็ดขาด เพราะคนที่กำลังเดือดร้อนเรื่องเงินเรื่องหนี้นั้นค่อนข้างจะหงุดหงิดง่าย และไม่ชอบคนพูดจาขัดหูในทุกกรณี ที่ผมพูดได้ เพราะพูดไปแล้วไม่ได้หวังที่จะได้เงินหนึ่ง กับแก่พอที่จะทำให้คนเกรงใจในความมีอาวุโสอีกหนึ่ง ไม่งั้นคงไม่กล้าพูดเหมือนกัน

การไม่ผลีผลามโทษสถาบันการเงินหรือเศรษฐกิจโลกหรือการเมืองว่าเป็นสาเหตุแห่งปัญหานั้น เหมือนกับการวินิจฉัยโรคของแพทย์นั่นแหละครับ เพราะถ้าคนไข้ไม่พูดความจริงกับหมอ หมออาจวินิจฉัยโรคไปตามที่คนไข้บอก โรคบางโรคอย่างเช่นโรคปวดศีรษะนั้น เป็นอาการที่อาจเกิดขึ้นจากสาเหตุสารพัด ไม่จำเป็นต้องโทษไมเกรนอย่างเดียว แค่แฟนไม่โผล่หน้ามาตามนัดก็ปวดหัวได้ใช่ไหมครับ พอแฟนกลับมาไม่ต้องกินยาก็หายปวดหัวแล้ว หรือว่าไม่จริง

เพราะฉะนั้นการที่สถาบันการเงินไม่ปล่อยสินเชื่อให้ บางทีอาจเป็นผลดีกับตัวท่านเองที่จะต้องหันมาดูตัวเองว่าสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายของตัวเองได้ไหม ถ้าไม่สามารถเพิ่มรายได้เพราะขาดเงินทุนหมุนเวียนที่จะทำงาน ท่านอาจต้องตั้งคำถามแก่ตัวเองว่า จริงๆ แล้วถ้าสถาบันการเงินเกิดยอมปล่อยสินเชื่อให้ เงินสินเชื่อเหล่านี้จะถูกนำไปใช้เพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้น หรือถูกนำไปใช้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว และจริงๆ แล้วกิจกรรมที่จะทำหลังจากที่ได้รับเงินแล้วจะทำกำไรให้อย่างที่ท่านหวัง หรือจะทำให้ขาดทุนเพิ่มขึ้นเพราะความอยากได้คำสั่งซื้อใหม่ โดยหวังแก้ไขปัญหาจึงขาดความรอบคอบในการประเมินความเสี่ยงเท่าที่ควร ถ้าเป็นอย่างหลังปัญหาที่เกิดขึ้นใหม่จะมีใหญ่กว่าเดิม เพราะเที่ยวนี้ต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากสินเชื่อที่ได้รับมาเพิ่มเพื่อแก้ไขปัญหาเดิม และที่นำมาใช้หมุนเวียนหรือลงทุนเพิ่ม สินเชื่อจึงไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในการแก้ไขปัญหาของธุรกิจเสมอไป โดยเฉพาะถ้าปัญหาเกิดจากการขาดประสิทธิภาพของธุรกิจหรือผู้บริหาร

บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อให้เห็นมุมมองที่แตกต่าง ไม่จำเป็นต้องเชื่อหรือโกรธผู้เขียนว่าเข้าข้างสถาบันการเงิน ซึ่งบ่อยครั้งก็ทำหน้าที่โดยขาดจริยธรรมในวิชาชีพ ในยุคที่การตลาดนำหน้าวิชาชีพการเป็นนายธนาคารที่เป็นหุ้นส่วนของลูกค้าอย่างเช่นในอดีต

แต่ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ถ้าท่านไม่ใช่ผู้ที่มีเจตนาจะกู้เงินเพื่อล้มบนฟูกแล้ว วิธีการแก้ไขปัญหาหนี้ที่ถูกต้อง ต้องเริ่มจากตัวท่านเองก่อนที่จะต้องวิเคราะห์ปัญหาอย่างไม่มีอคติ นำปัญหาที่เกิดขึ้นไปปรึกษาหารือกับสถาบันการเงินของท่านเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน เพราะสถาบันการเงินเองไม่ต้องการให้ธุรกิจของลูกค้ามีปัญหา ว่าไปแล้วปัญหาของท่านก็เป็นปัญหาของเขาเหมือนกัน ผลประโยชน์ของท่านคือผลประโยชน์ของเขา และความเสียหายของท่านก็คือความเสียหายของเขาเหมือนกัน ผมยังมีความเชื่อว่าผู้ประกอบวิชาชีพการเงินการธนาคารส่วนใหญ่ยังมีจรรยาบรรณในวิชาชีพไม่ต่างไปจากแพทย์หรือวิศวกร หรือผู้ประกอบวิชาชีพอื่นๆ

สรุปแล้วถ้ามีปัญหาเรื่องเงิน คนที่ท่านควรไปปรึกษาคนแรกคือนายธนาคารของท่านครับ ไม่ใช่ผม และสำหรับนายธนาคารที่แท้จริง คนที่ท่านควรให้ความเอาใจใส่ดูแลเป็นพิเศษคือคนที่เข้ามาหาท่านเพื่อพูดความจริงกับท่าน และขอคำปรึกษาทางการเงินและการดำเนินธุรกิจจากท่าน เมื่อมีปัญหาท่านไม่มีสิทธิปฏิเสธความรับผิดชอบ หรือโยนให้ลูกค้าไปพบที่ปรึกษาการเงินเพื่อช่วยทำงานของท่านให้ท่านโดยลูกค้าเป็นผู้จ่ายเงินครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท