
"ดีเอสไอ"ดำเนินคดี"พระมหาบุญชัย"ฐานขัดหมายเรียก
"ดีเอสไอ" ร้องทุกข์กล่าวโทษ "พระมหาบุญชัย" หลังไม่เข้าให้ปากคำตามหมายเรียกนประเด็นเส้นทางการเงินวัดพระธรรมกาย
"ดีเอสไอ" ร้องทุกข์กล่าวโทษ "พระมหาบุญชัย" หลังไม่เข้าให้ปากคำตามหมายเรียกนประเด็นเส้นทางการเงินวัดพระธรรมกาย
เมื่อวันที่ 2 ส.ค. เวลา 15.00 น. พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักการเงินการธนาคาร ดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน คดีฟอกเงินจากการรับเช็คของวัดพระธรรมกาย เผยว่า พนักงานสอบสวนได้เรียก พระมหาบุญชัย จารุทัตโต ผอ.ฝ่ายการเงินและบัญชีวัดธรรมกาย ผู้รับผิดชอบด้านการเงินของวัด ซึ่งมีอำนาจสั่งจ่ายเช็คเข้าให้ปากคำดีเอสไอ มาพบตามหมายเรียก เพื่อนำไปประกอบการสอบสวนคดีของ พระธัมมชโย ภายหลังขอแจ้งขอเลื่อนให้ปากคำโดยอ้างติดศาสนกิจ 2 ครั้ง และในวันนี้ก็ขอเลื่อนอีกครั้งเป็นวันที่ 19 ส.ค. แต่พนักงานสอบสวนยืนยันให้เข้าพบเจ้าหน้าที่สอบสวน
"เนื่องจากพนักงานสอบสวนต้องสอบสวนตามประเด็นที่อัยการฝ่ายคดีพิเศษสั่งให้สอบเพิ่มเติมและต้องส่งสำนวนให้อัยการวันที่ 11 ส.ค. เมื่อ พระมหาบุญชัย จารุทัตโต ไม่มาตามนัดเป็นครั้งที่ 3 พนักงานสอบสวนดีเอสไอและอัยการได้ประชุมร่วมกันโดยมีมติให้เข้าแจ้งความที่ สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อดำเนินคดีกับ พระมหาบุญชัย จารุทัตโต" พ.ต.ท.ปกรณ์ กล่าว
ต่อมา เวลา 16.00 น. สน.ทุ่งสองห้อง พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักการเงินการธนาคาร ดีเอสไอ พร้อม คณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอ เดินทางแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.ท.ภูวเดช วณิชโยบล พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อดำเนินคดีกับ พระมหาบุญชัย จารุทัตโต ในข้อหา ขัดหมายเรียก หลังไม่เดินทางมาให้ปากคำที่ดีเอสไอ เป็นครั้งที่ 3
พ.ต.ท.ปกรณ์ เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนดีเอสไอ ได้ให้เวลา พระมหาบุญชัย จารุทัตโต ผู้จัดทำบัญชีของวัด เพื่อเข้าให้ปากคำในฐานะพยาน จนกระทั่งถึงเวลาอันสมควรแต่ท่านไม่ได้เดินทางมา พร้อมบอกเหตุผลว่าเอกสารมีจำนวนมากทำให้ไม่สามารถเตรียมการได้ทันจึงขอเลื่อน ซึ่งท่านได้เลื่อนนัดมาถึง 2 ครั้งแล้วเหมือนเป็นการประวิงเวลาและไม่ให้ความร่วมมือในการสอบสวน ทำให้ พนักงานสอบสวนดีเอสไอ เข้าแจ้งความดังกล่าวเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ส่วนการดำเนินคดีเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
พ.ต.ท.ปกรณ์ เผยอีกว่า ในวันที่ 4 ส.ค.นี้ ดีเอสไอ เรียก พระสุธรรม สุธรรมโม ผู้รับมอบอำนาจจาก พระทัตตชีโว เข้าให้ปากคำเพื่อชี้แจงเรื่องเส้นทางการเงินของวัดพระธรรมกาย นอกจากนี้ เตรียมทยอยเรียกพระรูปอื่นๆ มาให้ปากคำเพิ่มเติมอีก ช่วงวันที่ 8-9 ส.ค.นี้ ในลำดับต่อไป
ด้าน ร.ต.ท.ภูวเดช กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบรายละเอียดสำนวนเอกสารเสียก่อนว่าเข้าข่ายเป็นผู้ต้องหาหรือไม่ หากกระทำผิดจริงก็จะออกหมายเรียกเพื่อให้รับทราบข้อกล่าวหาทันที







