
ไฟไหม้กระทบ เมเจอร์ 5%
วันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ห้างเมเจอร์ ปิ่นเกล้า ก่อให้เกิดความเสียหายบริเวณชั้น 3 และชั้น 4 ซึ่งเป็นโรงภาพยนตร์ และหลังคาอาคารจอดรถทรุดตัวลงมา หากประเมินกรณีเลวร้ายสุด ถอดสาขาโรงภาพยนตร์ที่เมเจอร์ ปิ่นเกล้า ออกจากประมาณการผลกำไรทั้งปีจะกระทบไม่ถึง 5% ของบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป เนื่องจากรายได้ที่เกิดขึ้นจากธุรกิจโรงภาพยนตร์และสื่อโฆษณาที่เมเจอร์ ปิ่นเกล้ามีสัดส่วนไม่ถึง 2% ของรายได้ทั้งหมด
วันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ห้างเมเจอร์ ปิ่นเกล้า ก่อให้เกิดความเสียหายบริเวณชั้น 3 และชั้น 4 ซึ่งเป็นโรงภาพยนตร์ และหลังคาอาคารจอดรถทรุดตัวลงมา หากประเมินกรณีเลวร้ายสุด ถอดสาขาโรงภาพยนตร์ที่เมเจอร์ ปิ่นเกล้า ออกจากประมาณการผลกำไรทั้งปีจะกระทบไม่ถึง 5% ของบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป เนื่องจากรายได้ที่เกิดขึ้นจากธุรกิจโรงภาพยนตร์และสื่อโฆษณาที่เมเจอร์ ปิ่นเกล้ามีสัดส่วนไม่ถึง 2% ของรายได้ทั้งหมด
นอกจากนี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงยังมีโอกาสต่ำกว่ากรณีเลวร้ายสุดขึ้นอยู่กับระยะเวลาหยุดให้บริการ และกลุ่มลูกค้าเดิมมีโอกาสกระจายไปยังโรงภาพยนตร์ของเมเจอร์ในบริเวณที่ใกล้เคียง และบริษัทมีการทำประกันที่เกิดจากการเสียโอกาสทางธุรกิจ (BI) ทั้งนี้สำนักการโยธา กทม. สั่งปิดพื้นที่เป็นเวลา 7 วัน เพื่อตรวจสอบความมั่นคงของโครงสร้างอาคาร
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อบริษัท เมเจอร์ฯ ไม่มาก เนื่องจากห้างเมเจอร์ ปิ่นเกล้าไม่ได้เป็นสินทรัพย์ของบริษัท โดยเป็นของห้างหุ้นส่วนจำกัด เวล เอนเตอร์เทนเมนท์ ซึ่งถือหุ้นโดยบิดา วิชา พูลวรลักษณ์ บริษัทเป็นเพียงผู้เช่าพื้นที่และอุปกรณ์ในการให้บริการโรงภาพยนตร์และสื่อโฆษณาเท่านั้น ปัจจุบันที่ห้างปิ่นเกล้ามีโรงภาพยนตร์ของเมเจอร์จำนวน 13 โรง คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 2% ของโรงภาพยนตร์ในเครือทั้งหมด
ส่วนธุรกิจสื่อโฆษณา หากประเมินตามสัดส่วนจำนวนโรงภาพยนตร์ คาดรายได้ค่าโฆษณาจากสาขาเมเจอร์ ปิ่นเกล้าอยู่ที่ 2% ของรายได้ค่าโฆษณารวมของบริษัท แต่สามารถย้ายยอดขายสื่อโฆษณาจากสาขาเมเจอร์ ปิ่นเกล้าไปยังสาขาโรงภาพยนตร์อื่นๆ ได้
ด้านการเคลมประกันความเสียหายจะได้ครบเทียบเท่าการเปิดให้บริการสาขาห้างเมเจอร์ ปิ่นเกล้าตามปกติหรือไม่ และมีรูปแบบในการจ่ายเงินอย่างไร เนื่องจากอาจเป็นกำไรพิเศษที่ทำให้ผลประกอบการของบริษัท เมเจอร์ฯ สูงกว่าปกติในช่วงที่มีการรับเงินเคลมจากประกัน
ดังนั้น บล.โนมูระ พัฒนสิน จึงแนะนำให้ลงทุนในหุ้นเมเจอร์ฯ เท่ากับตลาด หลังประเมินผลกระทบจากเหตุไฟไหม้ห้างเมเจอร์ ปิ่นเกล้าไม่ส่งผลต่อผลการดำเนินงานและราคาเป้าหมายอย่างมีนัยสำคัญ คาดไม่เกิน 5-6% กรณีเลวร้ายสุด แม้ราคาในปัจจุบันจะห่างจากราคาเป้าหมายที่คาดไว้ 35 บาทไม่มาก แต่หุ้นเมเจอร์ฯ ยังมีความน่าสนใจจากโอกาสจากกำไร (ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง) จากการถือเงินลงทุนในต่างประเทศ (หุ้น PVR ที่ประเทศอินเดีย) ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 600 ล้านบาท







