
ตำรวจสอบคำให้การนักข่าวแจงรับเงินระเบียบรัตน์เข้ากองทุนHIV
ขอนแก่น-ตำรวจเรียกผู้สื่อข่าวสอบคำให้การคดีฟ้องหมอเปรมข้อหาหมิ่นประมาทกล่าวหาว่ารับเงินระเบียบรัตน์ และเตรียมดำเนินคดีเพิ่มเติมฐานแจ้งความเท็จ
ขอนแก่น-ตำรวจเรียกผู้สื่อข่าวสอบคำให้การคดีฟ้องหมอเปรมข้อหาหมิ่นประมาทกล่าวหาว่ารับเงินระเบียบรัตน์ และเตรียมดำเนินคดีเพิ่มเติมฐานแจ้งความเท็จ
เมื่อวันที่5ส.ค.เวลา 09.30น. ที่ สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.อ.นพดล เพ็ชรสุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.ท.ถวัลย์ สุทธาวรัตน์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น และ ร.ต.อ.ประสิทธิ์ เทพตีเหล็ก รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น ในฐานะพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีฟ้องหมิ่นประมาท ได้เรียก พ.ท.พิสิษฐ์ ชาญเจริญ นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดขอนแก่น คณะกรรมการสมาคมฯ และผู้สื่อข่าวจำนวน 3คน ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในภาพถ่ายที่นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบ้านไผ่ นำไปโพสต์ในเฟสบุ๊กส่วนตัว กล่าวหาว่า รับมอบเงินจากนางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช จำนวน 5,000 บาท
พ.ท.พิสิษฐ์ ชาญเจริญ นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า มาให้ปากคำกับตำรวจในฐานะพยานฝ่ายโจทก์ ตามที่สมาคมสื่อมวลชนขอนแก่นได้แจ้งความดำเนินคดีนพ.เปรมศักดิ์ และยังคงเหลือพยานที่ต้องให้ปากคำเพิ่มเติม ประกอบด้วย นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิชย์ อดีต สว.ขอนแก่น นางดารณี พาลุสุข อดีตนายกเหล่ากาชาด จ.พังงา นายเยี่ยมสุริยา พาลุสุข อดีต ผวจ.พังงา รวมไปถึง นายสุทน นิลหุต ช่างภาพ สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที และนายก่อสิทธิ์ กองโฉม ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการเรียกสอบปากคำอีกครั้ง
“ เราทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่า นพ.เปรมศักด์ ได้เข้าพบกับพนักงานสอบสวน สภ.บ้านไผ่ ตามหมายเรียก เมือวานที่ผ่านมา (1 ส.ค.) พร้อมกับมีการแจ้งความกลับ ผู้สื่อข่าว 5 ราย ว่า เข้าไปบุกรุกสถานที่ทำงาน และทำให้ นพ.เปรมศักดิ์ตกใจกลัว ซึ่งในเรื่องนี้ได้ปรึกษากับสภาทนายความแห่งประเทศไทย และ ฝ่ายกฎหมายของสมาคมฯจังหวัดขอนแก่นให้คำปรึกษา ได้แนะนำว่าให้สมาคมฯปรึกษากับกับผู้สื่อข่าว 5 คนเข้าแจ้งความกับ นพ.เปรมศักดิ์ ฐานการแจ้งความเท็จกับพนักงานสอบสวนอีก 1 คดี” พ.ท.พิสิษฐ์ กล่าว และว่า ขณะนี้ นพ.เปรมศักดิ์พยายามเบี่ยงเบียนประเด็นไปทุกวัน ทั้งที่สาธารณะชนต้องการทราบเพียงเรื่องภาพนักเรียนชั้นม.5 และการจับผู้สื่อข่าวอาวุโสถอดกางเกงในห้องทำงานสมาคมจะดำเนินคดีกับนพ.เปรมศักดิ์ในทุกข้อหา เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีสื่อมวลชน
ขณะที่ นายเอกพงษ์ พุทธา อายุ 40 ปี เลขที่ 144/94 ม.9 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000 ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที,สถานีโทรทัสน์กองทัพบกช่อง 7 และสถานีไทยรัฐทีวี ประจำ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ภาพที่ปรากฎเกิดขึ้นที่หอประชุม อบจ.ขอนแก่น ในเวลาระหว่าง 09.00-12.00น. ซึ่งมีการจัดงานทอดผ้าป่ามหากุศลเพื่อสมทบกองทุนศูนย์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเอดส์ติดเชื้อ HIV จ.ขอนแก่น ในงานวันดังกล่าวมีหน่วยงานต่างๆร่วมบริจาคเงินเพื่อเข้ากองทุนร่วมทำบุญช่วยเหลือผู้ติดเชื้อโรคเอดส์ จำนวนมาก โดยทางนางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช ประธานศูนย์ฯได้เชิญสื่อมวลชนร่วมทำข่าว ส่วนสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดขอนแก่น ได้นำเงินจำนวน 5,000 บาท บริจาคเข้ากองทุนให้กับทางศูนย์ฯ จากนั้นนายกฯพร้อมสื่อมวลชนไปร่วมถ่ายภาพ
“ผมเองได้ไปร่วมถ่ายภาพเป็นเรื่องปกติ เมื่อผู้ใหญ่ให้เกียรติเรา เราก็ถ่ายภาพร่วมกัน แต่ หมอเปรม ได้นำภาพไปโพสผ่านทางเฟสบุ๊กตัวเอง และว่า นางระเบียบรัตน์มอบเงินให้สมาคมสื่อมวลชน 5,000 บาท ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะเงิน 5,000 บาท เป็นของสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดขอนแก่น มอบให้กับทางศูนย์ฯเพื่อร่วมทำบุญ และในภาพถ่ายนั้นรูปจริงมีคนร่วมถ่ายภาพทั้งหมด 8 คน รวมผมอยู่ในนั้น แต่ หมอเปรม ไปตัดภาพออกเหลือเพียงคนตรงกลางเท่านั้น ดังนั้นเมื่อมีคดีความเกิดขึ้นผมในฐานะพยานก็เข้าให้ปากคำตามความเป็นจริง”นายเอกพงษ์ กล่าว
พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนคดีดังกล่าวให้เสร็จภายใน 15 วัน ซึ่งขณะนี้ได้ตรวจสอบภาพที่มีผู้แจ้งนำมาเป็นหลักฐานกับพนักงานสอบสวน ซึ่งการสอบสวนจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย เพราะเป็นฐานความผิด ว่าด้วยพรบ.คอมพิวเตอร์มีโทษจำคุก 5 ปี และความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา อย่างไรก็ตามการเรียกสอบปากคำพยานในครั้งนี้เป็นบุคคลในภาพถ่ายทั้งหมด ซึ่งพนักงานสอบสวนจะต้องสอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นเพื่อประกอบสำนวนคดีความอีกด้วย







