
19 แกนนำนปช. มอบตัวกองปราบ"ตู่"ขู่อดอาหาร
จตุพร พร้อม 18 แกนนำนปช. มอบตัวกองปราบ รับทราบข้อหาขัดคำสั่งคสช. เปิดศูนย์ปราบโกงฯ ขู่ อดอาหารถ้ามีการควบคุมตัวนอกเหนือกฏหมาย
จตุพร พร้อม 18 แกนนำนปช. มอบตัวกองปราบ รับทราบข้อหาขัดคำสั่งคสช. เปิดศูนย์ปราบโกงฯ ขู่ อดอาหารถ้ามีการควบคุมตัวนอกเหนือกฏหมาย
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 2 ส.ค. บรรยากาศที่กองปราบปรามเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเตรียมความพร้อมตั้งแต่ 08.00 น. ในการรับรายงานตัวตามหมายเรียกของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติหรือ นปช. กับพวกรวม 19 คน ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือคสช.กรณีเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ โดยวันนี้กองปราบปรามมีการปิดประตูทางเข้า-ออกทั้งสองฝั่งไม่อนุญาตให้นำรถยนต์เข้ามาในพื้นที่ แต่สามารถเดินเท้าเข้ามาได้ พร้อมประสาน ตำรวจ สน.พหลโยธิน มาดูเรื่องการจราจร ในส่วนของการดูแลรักษาความปลอดภัยภายในและบริเวณโดยรอบอาคารมีการวางกำลังตำรวจในสังกัดกว่า 100 นาย นอกจากนี้ยังมีการตั้งเต็นไว้บริเวณลานจอดรถด้านหน้ากองปราบปราม สำหรับสื่อมวลชนที่ทำข่าว โดยสื่อมวลชนที่จะมารายงานข่าวจะต้องมีติดบัตรประจำตัวผู้สื่อข่าวให้เห็นชัดเจน รวมทั้งไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอก เข้าพื้นที่ โดยมวลชนที่เดินทางมาให้กำลังใจนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้มีการตั้งเต็นไว้รองรับ
ต่อมาเวลา 09.45 น. นายก่อแก้ว พิกุลทอง หนึ่งในแกนนำ นปช.ที่ถูกออกหมายเรียก ได้เดินทางมาถึงเป็นคนแรก พร้อมกับนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ และทีมทนายความ โดย นายวิญญัติ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการดำเนินการหลังจากผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดได้เข้าสู่กระบวนการโดยเข้ารับทราบข้อหาดังกล่าวกับทางพนักงานสอบสวนนั้น เนื่องจากมีกระแสข่าวว่า เมื่อสอบปากคำเบื้องต้นเสร็จสิ้นแล้วจะมีการคุมตัวไปฝากขังที่ศาลทหาร แต่ก็มีการประสานยืนยันจากนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ว่าจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพียงอย่างเดียวแล้วปล่อยตัวไป ซึ่งสอดคล้องกับหลักการทางกฎหมาย เพราะผู้ต้องหาทั้ง 19 คนไม่เคยหลบหนี ที่ผ่านมาในการขอเลื่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนทั้ง 2 ครั้ง ก็มีเหตุในการขอเลื่อน โดยเจ้าหน้าที่รับทราบเป็นอย่างดี แสดงให้เห็นว่าได้ให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่
นายวิญญัติกล่าวต่อว่า ผู้ต้องหาไม่เคยได้หลบหนีไปไหนและการเข้ามาพบพนักงานสอบสวนในวันเดียวกันนี้ถือเป็นการดำเนินการตามหมายเรียก ตาม ป.วิอาญา แสดงให้เห็นว่าการเข้ามอบตัวไม่ใช่การจับกุมตัวได้ ดังนั้นการคุมตัวไปฝากขังจึงอาจเป็นเพียงกระแสข่าว อย่างไรก็ดี หากมีการคุมตัวผู้ต้องหาไปฝากขังจริง ทางทีมทนายความก็เตรียมเรื่องการขอคัดค้าน และนำพยานเข้าไต่สวนคัดค้านการฝากขัง เพราะเราเห็นว่าไม่ใช่เหตุผลจำเป็นที่จะฝากขัง เนื่องจากคดีนี้ไม่ได้ความซับซ้อนอะไร ประกอบกับการให้เวลาเพียง 1 เดือนเศษๆ การดำเนินการต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและน่าจะเสร็จสิ้นแล้ว การฝากขังไม่มีความจำเป็น แต่อย่างไรก็ดี นายตำรวจผู้ใหญ่แจ้งแล้วว่าจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้วปล่อยตัว ก็รอคำสั่งว่าจะนัดส่งฟ้องเมื่อไหร่ หรือทางผู้ต้องหาจะยื่นคำให้การเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษรภายในกี่วัน ก็จะมีการนัดหมายกันอีกครั้งหนึ่งตามกระบวนการต่อไป
ทนายความกลุ่ม นปช.กล่าวอีกว่า เราจะรับทราบข้อหาก่อน แล้วจะดูพยานหลักฐานในเบื้องต้น หากเห็นว่ายังมีประเด็นที่เราจะต้องขอความเป็นธรรม เราก็จะขอ แต่หากยังไม่มีส่วนใดเราก็จะให้การเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้งหนึ่ง นี่คือแนวทางที่วางไว้ ส่วนสิ่งที่จะชี้แจงและเรียนไปยังประชาชนทุกท่าน คือ ห้วงเวลาที่ผ่านมา การเปิดศูนย์ปราบโกงฯ ของ นปช.หรือการดำเนินการของประชาชนก็ตาม ถือเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามกฎหมาย นอกจากนี้มาตรา 7 ของการออกเสียงประชามติ ก็ให้สิทธิเสรีภาพในการออกเสียงของประชาชนอยู่แล้ว การเปิดศูนย์ดังกล่าว ไม่ได้เป็นการชี้นำ ไม่ได้เป็นการบอกให้ออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง และจะชี้แจงอีกว่า การเปิดศูนย์นี้ ไม่ใช่การชุมนุมทางการเมือง หรือมั่วสุมเพื่อกระทำผิดใด ตามข้อกล่าวหานั้น เราต้องต่อสู้ และนำพยานหลักฐานมาหักล้าง
นายวิญญัติ กล่าวว่า การดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐสมเหตุสมผลหรือไม่ ก็ต้องใช้ดุลพินิจพอสมควร ว่าการจะนำข้อกล่าวหานี้มาใช้กับสิทธิเสรีภาพของประชาชนมันเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามประชาชนมากเกินไปหรือไม่ โดยผู้ถูกกล่าวหาจะมาครบทั้ง 19 คน และให้การปฏิเสธทั้งหมด ส่วนเรื่องการมอบตัวแล้วจะมีเงื่อนไขไม่ให้เคลื่อนไหวเกี่ยวกับการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่คงไม่สามารถจะทำได้เพราะสิ่งเหล่านั้นเป็นหลักการที่ประชาชนทุกคนสามารถทำได้ จึงคิดว่าไม่น่าจะต้องมีเงื่อนไขใดๆ
ต่อมาเวลา 10.00 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) , นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช.,นางธิดา ถาวรเศรษฐ , นพ.เหวง โตจิราการ , จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ , นายนิสิต สินธุไพร , นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ , นายยงยุทธ ติยะไพรัช , นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ , นายสงคราม เลิศกิจไพโรจน์ , นายสมหวัง อัศราศี , นายยศวริศ ชูกล่อม , นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ , นายเกริกมนตรี รุจโสตถิรพัฒน์ , นายอารี ไกรนรา , นายสมชาย ใจมุ่ง , นายศักดิ์รพี พรหมชาติ และนายพรศักดิ์ ศรีละมุล ซึ่งพร้อมใจกันใส่เสื้อยืดสีดำ ที่มีข้อความระบุว่า “สร้างประชาธิปไตย ด้วยปลายปากกา 7 สิงหา ประชาชนจงเจริญ” ได้เดินทางมาถึงกองบังคับการปราบปรามท่ามกลางมวลชนที่เดินทางมาให้กำลังใจกว่า 50 คน
ด้าน นายจตุพร กล่าวว่า ในเบื้องต้นเมื่อกลุ่ม นปช.เดินทางมาถึง บก.ป.ตนก็มีความสบายใจอย่างหนึ่งคือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนได้รับทราบข่าวว่าเจ้าหน้าที่จะใช้วิธีการเดียวกับ น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ อดีต สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ที่เกิดขึ้นที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดังนั้นตนกับพวก ก็ตั้งใจว่าเรื่องอิสรภาพเป็นเรื่องเล็ก แต่หากใช้วิธีการที่ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือใช้วิธีการควบคุมตัวโดยใช้มาตรา 44 นั้น ตนก็จะประกาศขออดอาหาร เพื่อเชิญชวนประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ ผลลัพธ์ในวันนี้จะเป็นอย่างไรก็ได้ ตนน้อมรับทุกประการ
นายจตุพร กล่าวด้วยว่า จะขออนุญาตเป็นตัวแทนผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดกล่าวไว้เพียงเท่านี้ ซึ่งหลังจากนี้หากเป็นอย่างไรก็จะเริ่มอดอาหารทันที หากทราบว่าไม่ได้รับความยุติธรรม ตนไม่ได้เกรงกลัวเรื่องการถูกคุมขัง มันเป็นเรื่องเล็กมาก ถ้าใช้วิธีการนอกกฎหมายในบรรยากาศบ้านเมืองแบบนี้ ก็ต้องเจอกัน ไม่มีปัญหาอะไร







