
รัฐปูพรมประชานิยมขรก.
รัฐบาลไฟเขียวอภิมหาแคมเปญซื้อใจข้าราชการ ปรับเงินขรก.น้องใหม่เท่าเอกชน ปรับฐานเงินเดือนทุกระดับ 5 เปอร์เซนต์มีผล 1 เม.ย. ต่ออายุขรก.เลี้ยงหลานเข้าทำงาน อึ้งผู้ทรงเกียรติสอดไส้ ขอปรับฐานเงินเดือนเกิน 5%
รัฐบาลไฟเขียวอภิมหาแคมเปญซื้อใจข้าราชการ ปรับเงินขรก.น้องใหม่เท่าเอกชน ปรับฐานเงินเดือนทุกระดับ 5 เปอร์เซนต์มีผล 1 เม.ย. ต่ออายุขรก.เลี้ยงหลานเข้าทำงาน อึ้งผู้ทรงเกียรติสอดไส้ ขอปรับฐานเงินเดือนเกิน 5%
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติอนุมัติให้มีการปรับฐานระบบเงินเดือนของข้าราชการเป็นครั้งแรกให้มีความยืดหยุ่นเท่ากับเอกชน โดยเริ่มในส่วนของเงินเดือนแรกเข้าและปรับเงินเดือนแรกเข้าให้เป็นช่วงสำหรับตำแหน่งที่มีความสามารถพิเศษ รวมถึงการออกกฎก.พ. สำหรับข้าราชการที่อายุครบ 60 ปี และหน่วยงานภาครัฐ ที่ไม่ใช่การประกาศใช้ทั่วไป สามารถต่ออายุได้ แต่ต้องมีเหตุผลที่ชัดเจน ซึ่งขณะนี้มีอยู่ 20 ราย เช่น นายช่างกรมที่ดิน ที่ยังทำโครงการค้างอยู่
นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงว่า กพ.ให้เหตุผลการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุของข้าราชการพลเรือนสามัญ เพื่อจูงใจให้มีข้าราชการเข้ามาอยู่ในระบบ ป้องกันสมองไหลไปยังภาคเอกชน สำหรับแนวทางการปรับอัตรเงินเดือนแรกบรรจุ กำหนดให้ เพิ่มความถี่ในการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุ ในชั้นต้นให้ปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุขั้นต่ำให้สูงขึ้น โดยลดความแตกต่างของภาคราชการและภาคเอกชนลงประมาณครึ่งหนึ่งของความแตกต่างเดิม โดยกพ.วางเป้าทยอยปรับฐานเงินเดือนให้เทียบเท่าเอกชนภายใน 5 ปี อย่างไรก็ตาม กพ.ขออนุมัติงบประมาณ 200 ล้านบาทเพื่อเป็นค่าชดเชยให้ข้าราชการได้รับเงินเดือนแรกบรรจุเดิมโดยมีผลภายในวันที่ 1 ต.ค. 53 เพื่อป้องกันปัญหาความลักลั่นกับข้าราชการแรกบรรจุใหม่ที่จะเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 เม.ย. 2554
พร้อมกันนี้ ครม.เห็นชอบให้แก้กฎกระทรวงว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินเดือน โดยกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไประดับอาวุโส ให้ได้รับเงินเดือนไม่เกิน 37,830 บาท หรือที่กพ.กำหนด เว้นแต่ผู้นั้นดำรงตำแหน่งในสายงานที่กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่งให้ได้รับเงินเดือนขั้นสูง กรณีที่ผู้ใดได้รับเงินเดือนสูงกว่า 37,830 บาท ให้ได้รับเงินเดือนตามที่ได้รับอยู่ นอกจากนี้ ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ ให้ได้รับเงินเดือนไม่เกิน 67,560 บาท หรือที่ ก.พ.กำหนด เว้นแต่ผู้นั้นดำรงตำแหน่งในสายงานที่กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่งให้ได้รับเงินเดือนขั้นสูง กรณีที่ผู้ใดได้รับเงินเดือนสูงกว่าอัตรา 67,560 ให้ได้รับเงินตามที่ได้รับอยู่ ส่วนผุ้ดำรงตำแหน่งประเภทสายงาน และระดับอื่นที่ก.พ.กำหนด ให้ได้รับเงินเดือนในอัตราที่ก.พ.กำหนด
ข่าวแจ้งด้วยว่า ครม.เห็นชอบการปรับบัญชีเงินเดือน ค่าจ้าง และค่าตอบแทนรายเดือนบุคลากรภาครัฐ ซึ่งครม.เคยรับหลักการไปแล้วให้ปรับขึ้น 5 เปอร์เซนต์ โดยมีผลวันที่ 1 เม.ย. 54 โดยใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 วงเงิน 13,000 ล้านบาท แต่อย่างไรก็ตาม ได้มีการแนบเอกสารร่างพระราชกฤษฏีกาการปรับบัญชีเงินเดือนข้าราชการ บุคลากรภาครัฐทั้งระบบเข้ามาด้วย อาทิ ข้าราชการพลเรือน ครู ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาลยุติธรรม องค์กรอิสระ โดยเฉพาะในส่วนของประธานสภาผู้แนทนราษฎร ประธานและรองประธานวุฒิสภา ผู้นำฝ่ายค้าน สมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีการอ้างว่าขอปรับอัตราเงินเดือนเกิน 5 เปอร์เซนต์ เพือรักษาจุดยึดโยงของค่าตอบแทน
นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบกฎกระทรวงให้ข้าราชการอายุ 60 ปีบริบูรณ์รับราชการต่อไปได้ โดยเน้นตำแหน่งเชิงวิชาการไม่ใช่ตำแหน่งสายบริหาร
สาระสำคัญ ได้แก่ การกำหนดกรณีที่ส่วนราชการใดไม่อาจดำเนินการได้ เพราะเหตุที่ตำแหน่งที่ประสงค์จะให้ข้าราชการพลเรือนสามัญรับราชการต่อไป ไม่ได้เป็นตำแหน่งที่ก.พ.กำหนดให้ไว้ก่อน ให้ส่วนราชการนั้นระบุตำแหน่งและตัวบุคคลที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าว พร้อมทั้งจัดทำข้อมูลเสนอ อ.ก.พ.กรม หรือ อ.ก.พ.กระทรวง แล้วแต่กรณี และ ก.พ.เพื่อพิจารณาตามลำดับ
ด้านนายมารุต มัสยวนิช รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบตามบัญชานายกฯ ให้ ก.พ.นำข้อมูลบัญชีรายชื่อและประวัติบุคคลของข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภทบริหาร ในสายงานนักบริหาร นักปกครอง ผู้ตรวจราชการกระทรวง และ นักบริหารการทูต เพื่อให้นายกฯนำมาใช้พิจารณาในการแต่งตั้ง โอน ย้าย ข้าราชการระดับสูง 9-10 มีความสอดคล้องกับการพัฒนาระบบราชการ ซึ่งในระยะต่อไปจะมุ่งเน้นการพัฒนาประสิทธิภาพของบุคลากร พิจารณาโยกย้ายด้วยความเป็นธรรม ข้ามกระทรวงได้
รายงานข่าวแจ้งว่า ตามเอกสาร กพ. เสนอต่อที่ประชุม ครม. ระบุด้วยว่า นายกฯได้ตั้งงบรายจ่ายประจำปี 2554 จำนวน 39,792 บาท เพื่อดำเนินตามแผน ก.พ.เพื่อปรับปรุงค่าตอบแทนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดึงดูดและรักษาคนเก่งคนดีไว้ในราชการและเพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของข้าราชการ 5 แผนงาน ประกอบด้วย 1. แผนการปรับบัญชีเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงของข้าราชการพลเรือนสามัญและบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการและเจ้าหน้าที่อื่นของหน่วยงานของรัฐ 2. แผนการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุและการนำอัตราเงินเดือนหลังผ่านการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการมาใช้ 3.แผนการกำหนดอัตราเงินเพิ่มตามท้องที่ 4. แผนการปรับปรุงค่าตอบแทนตามกลุ่มสายงานด้านสาธารณสุข และ 5. แผนการศึกษาเพื่อปรับปรุงวิธีการกำหนดวงเงินงบประมาณการเลื่อนเงินเดือนประจำปี ซึ่งผลจากมติ ครม.วันนี้ ก็ถือเป็น 2 ใน 5 แผน ที่นายกฯได้ดำเนินการ







