
เปิดวาทะร้อน รับ ไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญ
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
โค้งสุดท้ายของการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 7 ส.ค.นี้ การเมืองไทยร้อนแรงยิ่ง และถึงนาทีฝ่ายรับและไม่รับร่างรัฐธรรมนูญต่างทยอยออกมาประกาศจุดยืนและแสดงเหตุผลกันคึกคัก โดยมีคำพูดที่น่าสนใจ ดังนี้
อธิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
“ผมสนับสนุนการปราบโกง แต่ตัวอย่างที่ยกกำลังทำให้กระบวนการปราบโกงอ่อนแอลง ไม่ได้เป็นอย่างที่พูดกันว่าทำให้กระบวนการปราบโกงเข้มข้นขึ้น ดังนั้น โจทย์ทั้งสามข้อที่ใช้เป็นเกณฑ์ทำให้ผมไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ นี่คือเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณา ไม่มีประเด็นใดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องระบบพรรคการเมือง ระบบเลือกตั้ง ที่ไม่รับเพราะไม่ตอบโจทย์ประเทศ ไม่เป็นกติกาถาวรที่จะทำให้ประเทศก้าวพ้นปัญหาเดิมได้”
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำ สส.พรรคเพื่อไทย
“ไม่สามารถนำพาประชาชนทั้งประเทศออกจากหลุมดำได้ โดยเฉพาะกำหนดให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ การปฏิรูปและปรองดองแห่งชาติ เป็นองค์กรที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง มีอำนาจคุมรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มีอำนาจคุมฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ เปิดช่องให้นักการเมืองบางคนที่ชอบกติกานี้ และคนที่ไม่ใช่นักการเมืองอาจฮั้วเข้าสู่อำนาจ”
วรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แกนนำกลุ่มนิติราษฎร์
“หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านประชามติ จะเป็นการมัดตราสังข์สังคมไทย ที่ผ่านมาไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใดจะแก้ได้ยากเท่านี้ หากผ่านไปได้จะเหมือนเป็นระเบิดเวลาที่จะนำไปสู่ความรุนแรงและสูญเสียขึ้นอีกในอนาคต ถ้าผ่านประชามติ หัวหน้า คสช.ยังมีอำนาจต่อไปอีกตามมาตรา 44 อีกทั้งบรรดาคำสั่งประกาศ คสช.ยังเป็นมรดกตกทอดต่อไป”
อนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.)
“ร่างรัฐธรรมนูญนี้เป็นเพียงกฎหมายเพื่อประโยชน์ของคนบางกลุ่มบางฝ่ายเท่านั้น และทำลายหลักนิติธรรมเรื่องหลักการแบ่งแยกอำนาจ มอบอำนาจทางการเมืองการปกครอง แก่องค์กรตุลาการ โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ เอื้อให้รัฐละเมิดอำนาจและสิทธิเสรีภาพของประชาชน ด้วยการสร้างเงื่อนไขในนามของความมั่นคง”
จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)
“การเลือกตั้งครั้งใหม่ภายใต้กติกาไม่เคารพอำนาจประชาชนนั้น จะยิ่งก่อวิกฤตซ้ำเติมปัญหาประเทศให้เลวร้ายยิ่งขึ้น การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นนั้น หากไม่ได้อยู่ภายใต้กติกาประชาธิปไตยของประชาชนแล้ว จึงไม่น่าให้มีการเลือกตั้งอีก แม้การคว่ำร่างรัฐธรรมนูญจะทำให้การเลือกตั้งช้าออกไป แต่ประเทศจะหายนะช้าลง”







