
ประชามติคำถามพ่วง
โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง
โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง
สัปดาห์นี้เป็นโค้งสุดท้ายแล้วสำหรับการลงประชามติครั้งประวัติศาสตร์ 7 ส.ค. เป็นการลงประชามติว่า จะรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับอาจารย์มีชัยและคำถามพ่วงของ สนช. หรือไม่ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ อาจารย์มีชัยประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญให้ฉายาว่า เป็นฉบับปราบโกง โดยท่านร่างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นของนักการเมืองที่เป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งปวงของประเทศ เมื่อเป้าพุ่งตรงไปที่ความทุจริตของนักการเมือง จึงย่อมเป็นธรรมดาอยู่เองที่ฟากฝั่งนักการเมืองจะออกมาต่อต้าน พรรคเพื่อไทยแสดงจุดยืนชัดเจนตั้งแต่แรกว่า คัดค้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ล่าสุด อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้แถลงจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในขณะที่ สุเทพ เทือกสุบรรณ แห่ง กปปส. ประกาศมาก่อนหน้านี้แล้วว่า จะรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อภิสิทธิ์ยก 3 เหตุผลในการไม่รับร่างรัฐธรรมนูญคือ 1.ทิศทางการพัฒนาไม่ชัดเจน 2.การปราบโกงยังมีช่องโหว่ 3.ที่มา สว.เป็นประเด็นขัดแย้งในอนาคต ทั้งสามเหตุผลที่อภิสิทธิ์อ้าง เป็นเหตุผลแบบกำปั้นทุบดิน ใครๆ ก็พูดได้ พูดเมื่อไรก็ถูกเมื่อนั้น เพราะเป็นความเห็น ความเป็นจริงที่ยอมรับกันอยู่คือ ไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับไหนหรือจะเรียกว่าไม่มีกฎหมายใดในโลกที่สมบูรณ์โดยไม่มีที่ติ ยิ่งการติชมเป็นความเห็นยิ่งง่ายต่อการวิพากษ์วิจารณ์ ประเด็นอยู่ที่เราจะดูข้อดีหรือจะยกแต่ข้อด้อย ถ้าข้อด้อยไม่ได้ร้ายแรง ไม่มีน้ำหนักไปหักล้างข้อดีข้อเด่นได้ ย่อมเป็นรัฐธรรมนูญที่ดี ก็น่าจะยอมรับกันได้
ข้อแรกเป็นความเห็นล้วนๆ ส่วนข้อสาม เป็นเรื่องในอนาคตที่ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ เพราะรัฐธรรมนูญเองไม่ใช่ปัญหา นักการเมืองที่ใช้รัฐธรรมนูญต่างหากที่เป็นปัญหา ถ้าใช้โดยไม่มีคุณธรรมจริยธรรม ไม่ได้ยึดหลักนิติธรรม แต่ยึดหลักนิติชิน เอาผลประโยชน์ของตระกูลชินเป็นที่ตั้ง รวมหัวกันทุจริตคอร์รัปชั่นโดยไม่เกรงใจประชาชน รัฐธรรมนูญไม่ว่าจะเขียนดีอย่างไรก็เป็นปัญหา ที่ผ่านมารัฐบาลตระกูลชิน ย่ามใจว่า คุมเสียงข้างมากได้ แต่ในที่สุดก็ไปไม่รอด ถูกปฏิวัติรัฐประหารถึง 2 ครั้ง ในครั้งแรกแม้จะมีความพยายามแก้ปัญหา แต่นักการเมืองทาส ก็ใช้วิชาศรีธนญชิน ตะแบงจนเกิดปัญหาความรุนแรง มีการใช้อาวุธฆ่ากันเอง บ้านเมืองเดินหน้าไม่ได้ จนลุงตู่ต้องเข้ามาแก้ไขสถานการณ์ และเป็นที่มาของการร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนลงมติว่า จะรับหรือไม่รับสำหรับข้อสองเป็นความเห็นที่ไม่รู้จริงแล้วนำมาพูด อภิสิทธิ์คิดได้อย่างไรว่าคดีจำนำข้าวจะได้รับประโยชน์ ประเด็นการอุทธรณ์คำพิพากษาในคดีนักการเมืองที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองนั้น การอุทธรณ์ตามรัฐธรรมนูญฉบับก่อนก็มีบัญญัติไว้ โดยให้อุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ภายใต้หลักเกณฑ์ว่า จะต้องเป็นกรณีที่มีพยานหลักฐานใหม่ บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังคงให้อุทธรณ์ไปยังที่ประชุมใหญ่ แต่ไม่ใช่ให้ที่ประชุมใหญ่ทั้งคณะพิจารณา เขาให้ที่ประชุมใหญ่ตั้งผู้พิพากษาอีก 9 คน ที่ไม่ได้เป็นผู้พิจารณาในครั้งแรกพิจารณา และที่อ้างว่าไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์การอุทธรณ์ไว้นั้น รัฐธรรมนูญมาตรา 195 วรรคท้ายได้กำหนดเอาไว้ว่า หลักเกณฑ์และวิธีการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อภิสิทธิ์รู้ได้อย่างไรว่า จะไม่มีหลักเกณฑ์การอุทธรณ์
ผมมีความเห็นตลอดมาว่า ปัญหาที่เกิดกับบ้านเมืองเราในขณะนี้ ไม่ใช่เกิดจากรัฐธรรมนูญ แต่เกิดจากนักการเมืองผู้ใช้รัฐธรรมนูญ ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่อาจารย์มีชัยเรียกว่าเป็นฉบับปราบโกงนั้น เนื่องจากบัญญัติหลักเกณฑ์ที่เข้มงวดสำหรับผู้ที่จะดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็น สส.หรือรัฐมนตรี รัฐธรรมนูญฉบับนี้กำหนดคุณสมบัติต้องห้ามไว้ตามมาตรา 98 ซึ่งนอกจากข้อห้ามทั่วๆ ไปแล้ว ยังมีข้อห้ามที่จะทำให้นักการเมืองอีกเป็นเข่งจะหมดสิทธิเล่นการเมือง ดังนี้
- คนที่เคยถูกให้ออกจากราชการ เนื่องจากกระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ
- คนที่ถูกศาลสั่งให้ริบทรัพย์เพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือถูกศาลลงโทษจำคุกเพราะทำผิดตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริต
- คนที่ถูกศาลพิพากษาว่าทำผิดมาตรา 157 หรือทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์โดยทุจริตตามกฎหมายอาญา หรือเป็นความผิดว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน (พวกคดีแชร์ลูกโซ่) ความผิดฐานเป็นผู้ค้ายาเสพติด เป็นเจ้าของบ่อนการพนัน ความผิดค้ามนุษย์ หรือความผิดในฐานฟอกเงิน
- ถูกพิพากษาว่าทุจริตในการเลือกตั้ง
- พวกที่เป็น สส.ถูกเพิกถอนสิทธิ เนื่องจากการแปรญัตติในสภาเพื่อให้มีงบ สส.
- นักการเมืองที่ทุจริตต่อหน้าที่จนศาลสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
ทั้งหมดเป็นยาแรงที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้กำหนดไว้ว่า คนเหล่านี้ (แม้จะไม่ได้เป็นนักการเมืองมาก่อน) ไม่มีสิทธิเข้ามาเป็นนักการเมืองตลอดชีวิต โดยไม่ได้กำหนดระยะเวลาเว้นวรรคไว้เหมือนรัฐธรรมนูญฉบับก่อน
หากใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ พวกกุ๊ยการเมืองจำนวนมากจะไม่มีโอกาสเรียกตัวเองว่า ผู้ทรงเกียรติ
นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังกำหนดให้นักการเมืองเคร่งครัดในวินัยการเงินการคลัง ต่อไปจะใช้เงินงบประมาณแผ่นดินหาเสียงผ่านโครงการประชานิยมและทิ้งหนี้สินไว้กับประเทศชาติไม่ได้ ถ้าใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ นักการเมืองผู้ฉ้อฉลทั้งหลายมีสิทธินอนคุก ถูกยึดทรัพย์ ได้ง่ายๆ
ดีหรือไม่ดี คิดกันเอาเองก็แล้วกัน ประชามติในครั้งนี้ ถ้าผ่าน จะมีการเลือกตั้งในอีกประมาณ 450 วัน นับจากวันที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ เนื่องจากต้องร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญให้เสร็จ แต่ประเด็นที่ยังไม่ชัดเจนและถือเป็นประเด็นสำคัญคือ ถ้าประชามติไม่ผ่าน จะทำอย่างไร ประเด็นนี้ แฟนๆ ลุงตู่อยากรู้จริงๆ เพราะอยากให้ลุงตู่อยู่นานๆ ถ้าต้องใช้เวลาร่างใหม่ แม้จะชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็จะไม่รับเพื่อให้ร่างกันใหม่
ถ้ารัฐธรรมนูญนี้ไม่ผ่านประชามติ เท่ากับโยนอำนาจกลับไปให้ลุงตู่ว่าจะร่างรัฐธรรมนูญกันต่อไปอย่างไร ส่วนเรื่องต่างชาติกดดันนั้น อย่าได้ไปกลัวเลย เพราะมันกดดันเรามา 2 ปีแล้ว และเชื่อเถอะว่า ทุกประเทศเขาถือประโยชน์ของประเทศมากกว่าหลักการ อย่างไรก็ตาม การลงประชามติครั้งนี้ นอกจากรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญแล้ว ยังมีคำถามพ่วงที่ให้ลงมติว่า จะให้ สว.ร่วมกับ สส. เลือกนายกฯ ด้วยหรือไม่ ถ้าไม่อยากได้นักการเมืองหน้าเดิมบริหารประเทศ ไม่ว่าจะโหวตรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าโหวตเห็นด้วยกับคำถามพ่วง ย่อมเป็นการแสดงจุดยืนให้เห็นว่าสนับสนุนลุงตู่
ถ้าคะแนนโหวตรับคำถามพ่วงถล่มทลาย คางคกไส้เดือนที่ไหนไม่มีหน้ามากดดันรัฐบาลลุงตู่ได้







