
เด็กไทยเร่ร่อนกรุงไคโรได้รับการช่วยเหลือกลับถึงบ้านที่อุดรฯแล้ว
อุดรธานี - น้องแซมเด็กไทยลูกครึ่งอียิปต์ที่ต้องเร่ร่อนในกรุงไคโรได้รับการช่วยเหลือกลับมาถึงบ้านเกิดที่อุดรธานีแล้ว แม่ขอบคุณทุกฝ่ายร่วมช่วยเหลือ
อุดรธานี - น้องแซมเด็กไทยลูกครึ่งอียิปต์ที่ต้องเร่ร่อนในกรุงไคโรได้รับการช่วยเหลือกลับมาถึงบ้านเกิดที่อุดรธานีแล้ว แม่ขอบคุณทุกฝ่ายร่วมช่วยเหลือ
เมื่อวันที่ 31 ก.ค. นายชยาวุธ จันทร ผวจ.อุดรธานี , นายภูมิพัฒน์ ธนาสิทธิตานนท์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.อุดรธานี , นายรณยุทธ พรหมายน นายอำเภอทุ่งฝน พร้อมเหล่ากาชาด จ.อุดรธานี เดินทางไปยังบ้านของนางหลิว บิลาล (นาคะหงษ์) อายุ 45 ปี ใน ต.ทุ่งใหญ่ อ.ทุ่งฝน จ.อุดรธานี มารดาของน้องแซม หรือ นายธนากร บิลิล อายุ 16 ปี ซึ่งได้การช่วยเหลือจากทางการไทยส่งตัวกลับจากกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ หลังจากถูกภรรยาใหม่ของบิดาทำร้าย ทำให้ต้องหนีออกจากบ้านมาเร่ร่อนในกรุงไคโร
นางหลิว กล่าวว่า เคยมีสามีเป็นชาวอียิปต์ และมีบุตรคือน้องแซม แต่ได้เลิกกันตั้งแต่น้องแซมอายุ 8 เดือน เนื่องจากนายอับเดลราฟีไปมีภรรยาใหม่อยู่ที่พัทยา จนน้องแซมมีอายุ 1 ขวบ ตนจึงแต่งงานใหม่ และได้ร่วมกับสามีใหม่เลี้ยงน้องแซมมาจนถึงอายุ 7 ขวบ ซึ่งขณะนั้นสามีเก่าชาวอียิปต์ต้องการให้ส่งน้องแซม ไปเรียนที่อียิปต์ ด้วยความที่ตนมีฐานะยากจน ไม่มีปัญญาจะส่งลูกเรียนสูง ๆ ได้จึงยอมให้น้องแซมไป
"ตอนนั้นน้องแซมเรียนอยู่ ป.2 อยากให้ลูกมีอนาคตที่ดี ไม่นึกว่าจะเกิดปัญหา กระทั่งปี 2554 ตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากนายขจิตร ชัยนิคม อดีต ส.ส.อุดรธานี และได้พาเข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม ซึ่งช่วยเหลือประสานกรมการกงสุล แต่ยังไม่สามารถติดต่อลูกได้ จนเมื่อ 3 เดือนก่อน ได้รับแจ้งจากกรมการกงสุลว่า ลูกติดต่อมาให้ตามหาแม่ จึงไปทำเรื่องส่งตัวลูกกลับมาไทย ดีใจมากที่ได้ลูกกลับมา และจะดูแลเขาให้ดีที่สุด"นางหลิว กล่าว
นางหลิวกล่าวอีกว่า ดีใจมากที่ได้ไปพาลูกกลับมาบ้าน มันเหมือนเรื่องปาฏิหาริย์ เพราะที่ผ่านมาก็ติดตามหาตัวเขามาตลอด จนไม่รู้ว่าจะใช้วิธีไหนแล้ว สอบถามลูกบอกว่าหนีออกมา 3 ปี ทำงานอยู่ตามในร้านอาหาร แล้วมาขอความช่วยเหลือสถานฑูตไทย สิ่งแรกที่อยากให้เขาทำ คือ เรื่องเรียน เพราะที่เขาไปอยู่ที่นั่น เขาอยากไปเรียนสูง ๆ เพื่อจะได้มีการงานที่ดีที่มั่นคงทำ เขาห่วงอนาคตของเขา ไม่อยากไปเป็นคนเกเรเหมือนเด็กทั่วไป
"ขอขอบคุณ ทุกกระทรวงที่เข้ามาช่วยเหลือจนลูกได้กลับบ้าน โดยเฉพาะกระทรวงต่างประเทศ และ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานต่าง ๆ เจ้าหน้าที่ทุก ๆ คน ที่ให้ความช่วยเหลือ"นางหลิวกล่าว
ด้าน นายชยาวุธ จันทร ผวจ.อุดรธานี ได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวของน้องแซม 3,000 บาท พร้อมถุงยังชีพจากเหล่ากาชาด จ.อุดรธานี รวมทั้งมีเงินของปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่มอบเงินส่วนตัวให้ 10,000 บาท และจาก สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อีก 2,000 บาท ก่อนพาน้องแซมเดินทางมาที่ว่าการอำเภอทุ่งฝน เพื่อให้ได้ทำบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมบอกว่า เงินที่มอบให้ไปจัดซื้อเสื้อผ้ารองเท้า เพื่อปรับตัวเข้ากับประเทศไทย และขอให้ครอบครัวของน้องแซมดูแลให้ดี เพราะน้องแซมอยากจะกลับมาอยู่กับแม่แท้ ๆ ของตัวเอง







