
จนท.เข้ายึดเอกสาร-แจ้งเอาผิดกลุ่มจัดกิจกรรมขัดกม.ประชามติที่ขอนแก่น
ตำรวจ-ทหาร-ปกครอง ยึดเอกสาร พร้อมแจ้งความเอาผิดฐานบุกรุกสถานที่ราชการ กลุ่มพลเมืองรุ่นใหม่-กลุ่มประชาธิปไตยใหม่อีสาน จัดกิจกรรมขัดกฎหมายประชามติ
ตำรวจ-ทหาร-ปกครอง ยึดเอกสาร พร้อมแจ้งความเอาผิดฐานบุกรุกสถานที่ราชการ กลุ่มพลเมืองรุ่นใหม่-กลุ่มประชาธิปไตยใหม่อีสาน จัดกิจกรรมขัดกฎหมายประชามติ
เมื่อวันที่ 31 ก.ค. เวลา 14.30 น. เจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่ขอนแก่น นำโดย นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผวจ.ขอนแก่น ,พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น,นายสัมภาษณ์ หงส์โม้ ป้องกันจังหวัดขอนแก่น พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้าชุดปฎิบัติการ กกล.รส.จว.ขอนแก่นและ ผศ.ดร.สมพงษ์ สิทธิพรหม ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น (ฝ่ายรักษาความปลอดภัย) เข้าทำการตรวจสอบการจัดกิจกรรมของกลุ่มพลเมืองรุ่นใหม่และกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ซึ่งได้กำหนดจัดกิจกรรมพูดเพื่อเสรีภาพรัฐธรรมนูญกับคนอีสาน ที่อาคารจตุรมุข คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) หลังพบว่าเข้าข่ายกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ และการชุมนุมเกินกว่า 5 คน ซึ่งผิดตามคำสั่งของ คสช.
ทั้งนี้กำลังเจ้าหน้าที่ได้เข้าเจรจากับแกนนำทั้ง 2 กลุ่มเพื่อให้ยุติการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว เนื่องจากคณะเกษตรศาสตร์มีคำสั่งไม่ให้ใช้สถานที่และถือเป็นการบุกรุกสถานที่ราชการ ท่ามกลางกลุ่มผู้ชุมนุมที่มาร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน นำโดย รศ.นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ,ผศ.พรรณวดี ตันติศิรินทร์ อดีตแกนนำ นปช.ภาคอีสาน รวมไปถึงแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงและแนวร่วมกลุ่ม นปช.,กลุ่มนักวิชาการอีสานใหม่และแกนนำนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่างๆในหลายจังหวัดของภาคอีสาน ที่มาร่วมสังเกตการณ์
เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดเอกสารการจัดกิจกรรมรวมกว่า 2,000 แผ่น พร้อมทั้งทำการแกะป้ายโหวตโน ที่ติดอยู่บนฉากเวทีและนำไปเก็บไว้ที่ สภ.เมืองขอนแก่น ขณะที่เจ้าพนักงานฝ่ายสอบสวน และฝ่ายนิติกร กกต.ขอนแก่นได้เข้าแจ้งความเอาผิดแกนนำกลุ่มผู้จัดกิจกรรมดังกล่าว ตามความผิด ในพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ
ผศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าวของกลุ่มพลเมืองรุ่นใหม่และกลุ่มประชาธิปไตยใหม่อีสานมีการส่งเรื่องมาเพื่อขอจัดกิจกรรมและขอใช้สถานที่จริง แต่คณะเกษตรศาสตร์ได้มีคำสั่งไม่อนุญาตให้จัดกิจกรรม แต่ยังคงมีการฝ่าฝืนและกำหนดจัดกิจกรรมตามเดิม ซึ่งถือเป็นการบุรุกสถานที่ราชการ ซึ่งขณะนี้เจ้าของพื้นที่ได้มีการลงบันทึกประจำวันไว้แล้วว่ากลุ่มผู้จัดฯและผู้ชุมนุมมีการบุกรุกสถานที่ราชการชัดเจน ซึ่งขณะนี้ ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครองได้เข้ามาร่วมตรวจสอบพื้นที่และการดำเนินกิจกรรมอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงหรือการสร้างสถานการณ์ใดๆ เพราะมหาวิทยาลัยมีนโยบายอย่างเด่นชัดว่าไม่ให้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือการกำหนดจัดกิจกรรมใดๆที่ยุ่งเกี่ยวกับทางการเมือง แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวยังคงมีการจัดกิจกรรมต่อไป ซึ่งก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
พ.ท.พิทักษ์พล กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จะยังคงวางกำลังโดยรอบสถานที่ของการกำหนดจัดกิจกรรมต่อไป เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมมีมากขึ้น นอกเหนือจากแกนนำหลักที่ยื่นเรื่องเพื่อขอกำหนดจัดกิจกรรมอย่างไรก็ดีเพื่อให้การดำเนินการในระยะนี้ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยในช่วงก่อนการออกเสียงประชามติ เพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งหรือทำลายบรรยากาศก่อนถึงวันลงประชามติ ทั้งยังคงเป็นการเกื้อกูลกันทุกฝ่ายเพื่อให้ประเทศนั้นเดินหน้าต่อไป ทำให้การดำเนินงานของทุกฝ่ายต้องอดทนและอดกลั้น
อย่างไรก็ตามจากการดำเนินการของกลุ่มผู้ชุมนุมและกลุ่มแกนนำต่างๆพบว่ามีความผิดรวม 3 ข้อกล่าวหา ประกอบด้วยบุกรุกสถานที่ราชการ ซึ่ง มข.ได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว,ความผิดฐานการชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน และ ความผิดฐานความผิดกฎหมายประชามติ ซึ่ง กกต.ได้ชี้มูลความผิดและแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้ทำการบันทึกภาพของผู้ชุมนุมและแกนนำทั้งหมดที่อยู่ในพื้นที่ของการจัดกิจกรรมเพื่อเอาผิดต่อไป
ขณะที่ นายณัฐวุฒิ กรมภักดี แกนนำกลุ่มพลเมืองคนรุ่นใหม่ กล่าวว่า จะยังคงกำหนดจัดกิจกรรมต่อไปเพราะถือเป็นสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่ควรพึงกระทำได้ ที่ผ่านมาถูกเจ้าหน้าที่สกัดกั้นและขัดขวางการดำเนินกิจกรรมมาโดยตลอด แต่ประชาชนโดยส่วนใหญ่ต่างรับไม่ได้และต้องการหาเวทีการแสดงออกและพูดคุยถึงเรื่องต่างๆโดยเฉพาะในเรื่องรัฐธรรมนูญกับคนอีสาน ที่ใกล้ถึงช่วงของการลงประชามติแล้วแต่ก็ยังคงถูกสกัดกั้นและสั่งห้าม ทำให้จำเป็นจะต้องจัดกิจกรรมขึ้นแต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่มาทำการสั่งห้ามและยึดเอกสาร รวมไปถึงการขัดขวางรูปแบบต่างๆซึ่งคณะดำเนินงานก็จะต่อสู้ด้วยสิทธิและหน้าที่และเสรีภาพในด้านต่างๆต่อไป







