posttoday
‘นลินี’จากมืออาชีพสู่เจ้าของ สร้างองค์กรให้มั่นคง-ไม่ตกงาน

‘นลินี’จากมืออาชีพสู่เจ้าของ สร้างองค์กรให้มั่นคง-ไม่ตกงาน

31 กรกฎาคม 2559

นลินี งามเศรษฐมาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและหนึ่งในผู้ถือหุ้น บริษัท ไอร่า แคปปิตอล

โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์

นลินี งามเศรษฐมาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและหนึ่งในผู้ถือหุ้น บริษัท ไอร่า แคปปิตอล ที่ตลอดชีวิตของเธอก่อนหน้าถือว่าเป็นมืออาชีพรับจ้างบริหารให้องค์กรต่างๆ มาอย่างยาวนาว และกว่า 30 ปีของชีวิตจะคลุกคลีอยู่ในแวดวงการเงิน ด้วยเพราะความสามารถที่เธอพูดได้ถึง 5 ภาษา และจบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และปริญญาโท คณะบริหารการเงิน สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ทำให้ในช่วงของการทำงานได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญๆ ในแวดวงการเงินมาโดยตลอด

เธอเริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยการฝึกงานในบริษัท การบินไทย หรือ THAI ก่อนย้ายตัวเองเข้าสู่สายธนาคาร ไล่มาตั้งแต่ธนาคารเอเชีย มหานคร และบริษัทเครดิต อะกริโกล จากนั้นย้ายไปทำตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บลจ.เคที ซีมิโก้  5 ปี ก่อนจะเข้าไปร่วมงานกับ บงล.เจ้าพระยา จากนั้นไม่นานเมืองไทยเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 รัฐบาลสั่งปิดกิจการสถาบันการเงิน เธอจึงตัดสินใจไปอาศัยอยู่ต่างประเทศระยะหนึ่ง ก่อนจะกลับมาทำงานเป็นผู้อำนวยการฝ่ายบริหารและการเงิน บริษัท ปตท. มาร์ท และออกไปร่วมงานในเครือธรรมนิตินานกว่า 10 ปี

เมื่อวันหนึ่งมาถึงเธอได้ผันตัวเองมาเป็นเจ้าของกิจการ ด้วยการร่วมกับ “กลุ่มจุฬางกูร” “ซัมมิท คอร์ปอเรชั่น” “กลุ่มจึงรุ่งเรืองกิจ” “กลุ่มวิไลลักษณ์” เพื่อจัดตั้ง บริษัท ไอร่า แคปปิตอล ขึ้นมา เธอบอกว่าสิ่งที่เธอคิดและแรงบันดาลใจที่ทำให้เธอผันตัวเองจากมืออาชีพมาสู่การเป็นเจ้าของบริษัท ไอร่า แคปปิตอล เพราะเธออยากสร้างองค์กรและธุรกิจที่มีความมั่นคง สามารถฝ่าฟันและรับมือได้กับทุกภาวะเศรษฐกิจหรือวิกฤตทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้น

เพราะในช่วงการทำงานของเธอผ่านวิกฤตมา 2-3 รอบ ซึ่งทุกครั้งเธอรู้สึกเจ็บปวดเมื่อเห็นกิจการต้องล้มลง เห็นพนักงานขององค์กรนั้นๆ ต้องตกอยู่ในภาวะที่ตกงาน เพราะการตกงานที่เกิดขึ้นไม่ได้มีผลเฉพาะในตัวของพนักงานเพียง 1 คน แต่ยังจะผูกพันไปถึงคนอื่นในครอบครัวที่เกี่ยวเนื่องไปด้วย ดังนั้นเมื่อวันหนึ่งมีธุรกิจเป็นของตัวเอง จึงอยากสร้างให้มีความมั่นคง ให้พนักงานทุกคนทำงานด้วยกันด้วยความมั่นคง ไม่อยากเห็นการตกงานเกิดขึ้นเมื่อเขาเหล่านั้นได้เดินเข้ามาร่วมงาน

“มันเศร้ามากที่เราเห็นคนตกงานจากวิกฤตที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะปี 2540 ที่มีการปิดสถาบันการเงิน  เมื่อมีโอกาสในการสร้างธุรกิจเป็นของตัวเอง ตั้งมั่นไว้เลยว่าจะมีธุรกิจที่มีความยืดหยุ่นและรับมือกับวิกฤตให้ได้ เพื่อให้เพื่อนร่วมงานและทุกๆ คนมีงานทำได้อย่างมั่นคง” นลินี กล่าว

เมื่อตัดสินใจมีธุรกิจเอง จึงได้วางโมเดลธุรกิจที่มั่นคง ไอร่าจึงทำธุรกิจในลักษณะของโฮลดิ้งคัมปานี เข้าลงทุนและถือหุ้นในบริษัท บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไอร่า หรือ AS ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ไอร่า แฟคตอริ่ง หรือ AF ผู้ประกอบการธุรกิจแฟกตอริ่งภายในประเทศ และบริษัท ไอร่า อินเตอร์เนชั่นแนล แอดไวเซอรี่ (สิงคโปร์) หรือ AI ประกอบธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงิน และไอร่าแอนก์ไอฟุล (A&A) ซึ่งทำธุรกิจสินเชื่อบุคคล ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และอนาคตจะรุกไปสู่ธุรกิจบริหารเงินต่อไป เพราะมองว่าธุรกิจที่ทำจะทำให้องค์กรมั่นคง

นลินี กล่าวว่า ในการทำงานนั้นจะทำให้ดีที่สุด ภายใต้จรรยาบรรณ หน้าที่หลักของผู้บริหาร พวกเราทุกคนเป็นผู้บริหารมืออาชีพ มีอายุงานและมีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ฉะนั้นทุกคนพร้อมที่จะนำพาบริษัทมุ่งหน้าไปสู่จุดหมาย หนึ่งในนั้น คือ การจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอและต้องสร้างความไว้วางให้กับผู้ถือหุ้นและนักลงทุนที่จะเข้ามาถือหุ้นบริษัทด้วย การที่เรานำเงินคนอื่นมาจะต้องมีความรับผิดชอบ จะทำให้เขาเสียหายไม่ได้ เพราะรู้ดีว่าเงินที่เขาตัดสินใจนำมาลงทุนคือความมั่นคงของชีวิต

ทุกวันนี้ในไอร่ามีพนักงานที่เข้ามาร่วมงาน 700 คน และจะเพิ่มขึ้นระดับ 1,000 คนในอนาคต เพราะผลจากการที่ธุรกิจสินเชื่อบุคคลมีการเติบโตดี ซึ่งในองค์กรของเราจะดูแลพนักงานอย่างดี ขณะเดียวกันในการทำงานร่วมกันก็จะสอนหรือให้พนักงานได้เรียนรู้ในเรื่องของเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ เพราะการที่ธุรกิจมีการออกไปซื้อกิจการเพื่อเติบโต ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่คนในองค์กรจะต้องมีความรอบรู้และรู้ทันเศรษฐกิจในทุกๆ ด้าน และอีกอย่างหากพนักงานคนไหนมีอนาคตที่ดีและก้าวเดินออกไปจะได้สร้างภาพลักษณ์ที่ดีว่าคนที่ไปจากเรามีความเก่งและแกร่ง ใจจริงอยากเห็นพนักงานและบุคลากรทุกคนอยู่ร่วมเติบโตและเกษียณไปที่องค์กรของเรา

สำหรับนลินีไม่ได้คิดดีและดูแลดีเฉพาะพนักงานหรือคนที่ร่วมงานด้วยเท่านั้น ทุกวันนี้เธอยังนำเงินจากเงินเดือนและโบนัสบริจาคทั้งหมดเพื่อซื้อเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาลรามาธิบดี จากช่วงชีวิตหนึ่งที่เธอจะต้องเจอกับโรคร้ายและเธอผ่านมาได้ ทำให้รู้ว่าเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ การทำดี การแบ่งปัน คือความสุข เพราะรู้แล้วว่าแม้มีเงินทองมากมายก็ไม่สามารถซื้อชีวิตได้ ดังนั้นนับตั้งแต่นั้นมาเธอจึงนำเงินบริจาคเพื่อช่วยชีวิตคนอื่นๆ ซึ่งเงินส่วนนี้เธอจะไม่นำมาลดหย่อนภาษีเลย และยังบริจาคเงินเพื่อซื้อของใช้และเวชภัณฑ์จำเป็นให้กับทหารผ่านศึกที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึกด้วย

นลินี กล่าวทิ้งท้ายว่า พี่เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ดังนั้นในช่วงที่ลุกขึ้นมามีธุรกิจก็อยากทำให้องค์กรมีความมั่นคงคนร่วมงานมีความสุขไม่อยากเห็นคนตกงานอีกเลย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท