
เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (57)
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ มีพระราชดำรัสว่า “...การที่มีเด็กหลายเผ่าในโรงเรียนทำให้ส่งเสริมโภชนาการยาก
โดย...วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ มีพระราชดำรัสว่า “...การที่มีเด็กหลายเผ่าในโรงเรียนทำให้ส่งเสริมโภชนาการยาก วัฒนธรรมการกินของแต่ละเผ่าต่างกัน เราต้องไปลองกินอาหารกับชาวบ้าน เพื่อทราบรสนิยมของเขาและดัดแปลงเติมของมีประโยชน์เข้าไป (ปัจจุบันไม่สู้เป็นปัญหานัก นักเรียนปรับตัวในเรื่องการบริโภคได้ดีขึ้น)...”
“...เคยได้รับการสอนมาจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ เมื่อสมัยเด็กๆ ว่า คนไทยเรานี้มีลักษณะอย่างหนึ่ง คือ ไม่หวงอาหาร ถ้าใครหวงอาหารนี่ถือว่าแย่มากเลย ใครมาบ้านแลบางทีกำลังรับประทานอาหารอยู่ ก็ชวนรับประทานข้าว มีของน้อยอยู่ก็แบ่งๆ กันไป อันนี้เป็นวัฒนธรรมของชาติเรา แม้แต่เป็นพระบิณฑบาต และเราใส่บาตรนั้น ท่านก็ถือว่าเป็นการสอนให้เรามีจิตใจรู้จักแบ่งปันการช่วยเหลือกันในสังคมตามวัฒนธรรมไทยนั้น เชื่อว่าส่วนใหญ่ทีเดียวที่แก้ปัญหาโภชนาการของบ้านเราได้...”
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชทานเงินทุนจัดตั้งธนาคารข้าวหมู่บ้าน เพื่อการพึ่งพากันเอง ให้สามารถยืมข้าวไปบริโภคในยามขาดแคลน
พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับการโภชนาการของเด็กและเยาวชนในโครงการไว้ เช่น
“...พอแห่งหนึ่ง ส่งเสริมนมถั่วเหลือง ทุกคนก็จะทำนมถั่วเหลืองกันหมดทั่วประเทศ ทีนี้ถ้าภาคเหนือดี แต่ว่าที่อื่นๆ บางแห่งปลูกไม่ได้ เพราะว่าถั่วเหลืองไม่ค่อยทนทานกับสภาพแวดล้อมที่ลำบากเท่าไร ก็ยังพยายามคอยเตือนเขาว่า หาอย่างอื่นที่มีคุณค่าทางอาหารที่ดีพอสมควร อาจเท่าหรือไม่เท่าถั่วเหลืองก็ทำไป ถั่วเขียวนี้ก็ได้ แต่ว่าที่เขาไม่ค่อยชอบกันเพราะว่างานมาก พอปลูกแล้วการปลูกถั่วเขียวรู้สึกเปลืองแรงงานมาก แต่ว่าถั่วเขียวทนสภาพอากาศพื้นดินบางอย่างได้ดีกว่า แล้วก็ทำง่ายๆ ถั่วเขียวต้มน้ำตาลก็กินได้...”
“...ให้เขาเลี้ยงไก่ไข่ พอไก่ไข่ออกมาดี เขาก็เอาไข่ไปขาย แล้วก็ได้สตางค์มา ซึ่งไม่แน่ว่าจะนำเงินไปซื้อของให้ลูกกินเสมอไป เอาไปซื้ออย่างอื่นก็ตั้งเยอะแยะ ทีนี้เอาไก่ไปแจก เอาไก่แจ้ไปแจกมันออกไข่ออกมาไม่ได้มาตรฐาน เอาไข่ลูกเล็กๆ ไปขายไม่ได้ ลูกกลับเจริญเติบโตดีกว่า เพราะว่าพอขายไม่ออกก็ต้องให้ลูกกินเอง เลยดีไป...”
“...เด็กเล็กยังไม่ค่อยมีฤทธิ์ ก็บังคับเด็กเล็กให้รับประทานนมแพะ ตอนหลังเด็กก็ติดนมแพะ พอวันหยุดไม่มีนมแพะเลี้ยงที่ศูนย์เด็กก็มาตามหานมแพะกิน อีกหน่อยพ่อแม่ก็ต้องทำก็เป็นการฝึกนิสัยกินนมแพะ...”
“...อาหารจานเดียว...เรื่องนี้ต้องให้คำจำกัดความว่า จานเดียวแต่เติมได้หลายหน และในอาหารสิ่งหนึ่งนั้นให้ปรุงอย่างไร ให้มีธาตุอาหารครบ อย่างที่เรียนอยู่ชั้นประถมในวิชาสุขศึกษานั้นว่ามี 5 หมู่ ให้มีครบอยู่ในนั้น คุณค่าทางอาหารแต่ละประเภทนั้นก็มีอยู่หลายชนิด เรื่องนี้ต้องอาศัยศิลปะในการทำครัวเล็กน้อย ว่าทำอย่างไรมารวมกันได้เป็นอาหารจานหนึ่งมีครบทุกอย่าง ประหยัด ราคาถูกไม่แพงเกินไป ไม่สิ้นเปลืองเวลาในการทำอาหาร ไม่สิ้นเปลืองเครื่องมือ เครื่องใช้ เรื่องนี้เป็นการฝึกนิสัยบริโภคของเด็กไม่ให้เลือกอาหาร ไม่เขี่ยทิ้ง...”
2.วัฒนธรรมด้านภาษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมด้านภาษาอย่างมาก โดยเฉพาะภาษาไทย ได้พระราชทานพระราชดำริไว้ว่า การอนุรักษ์ภาษาถิ่นนั้นก็เพื่อเป็นเอกลักษณ์ของตนเองและการเรียนรู้ภูมิปัญญาในอดีตที่อาจหลงลืมไปแล้ว ความเป็นสากลด้านภาษานั้นต้องเป็นส่วนนำมาพัฒนาต่อยอด เรียนรู้สติปัญญาของคนอื่น
วัฒนธรรมด้านภาษา หมายถึง การใช้ภาษาสื่อสารถึงกันทั้งภาษาพูด ภาษาเขียน และภาษากาย ซึ่งสืบทอดต่อกันมายาวนานเป็นเอกลักษณ์สำคัญของชาติ การใช้ภาษาเดียวกันสื่อเข้าใจย่อมก่อให้เกิดความเจริญก้าวหน้าในด้านต่างๆ และอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข ขณะเดียวกันก็ยังมีภาษาถิ่นที่ใช้พูดสื่อความเข้าใจเฉพาะกลุ่ม ซึ่งคนต่างกลุ่มอาจเข้าใจยากหรือไม่เข้าใจ และมีภาษาเขียนที่ใช้อักษรโบราณบันทึกจารึกเป็นเอกสารในสมุดในลาน สมุดข่อย หรือพับสา การที่จะเข้าใจชื่อสรรพสิ่ง กิริยา ท่าทางที่เป็นภาษาถิ่นและอักษรโบราณ ต้องใช้ความรู้ความเข้าใจที่สืบทอดต่อกันมา หากมิได้มีการสืบทอดหรือให้ความสนใจ ความรู้ ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่บันทึกไว้ก็ไม่สามารถนำมาศึกษาต่อยอดภูมิปัญญาได้ เอกสารเหล่านั้นมักจะถูกทอดทิ้งให้เป็นเพียงวัตถุโบราณที่มีโอกาสถูกขายไปยังต่างถิ่นที่ไกลออกไป







