
ชี้เด็กไทยไอคิวเพิ่มขึ้น แต่ใช้แท็บเล็ตทำสมาธิสั้น
ไอคิวเด็ก ป.1 ไทยเพิ่มขึ้น สธ.ชี้ปล่อยลูกเล่นสมาร์ทโฟนทำไอคิวเด็กในเมืองไม่เพิ่ม ทั้งยังสมาธิสั้นขาดการพัฒนา
ไอคิวเด็ก ป.1 ไทยเพิ่มขึ้น สธ.ชี้ปล่อยลูกเล่นสมาร์ทโฟนทำไอคิวเด็กในเมืองไม่เพิ่ม ทั้งยังสมาธิสั้นขาดการพัฒนา
นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข แถลงว่า กรมสุขภาพจิตได้สำรวจสถานการณ์ระดับสติปัญญา (ไอคิว) และระดับความฉลาดทางอารมณ์ (อีคิว) ประจำปี 2559 ในเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ทั่วประเทศ 2.3 หมื่นคน พบว่ามีคะแนนไอคิวเฉลี่ยอยู่ที่ 98.2 เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 94 แต่ก็ยังว่าต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานสากลคือ 100 โดยรวมพบว่าเด็กที่มีไอคิวสูงเกิน 100 จุดขึ้นไปนั้นมีอยู่ 42 จังหวัด
ทั้งนี้ เด็กในเขตอำเภอเมืองมีไอคิว 101.5 นอกเขตอำเภอเมืองไอคิวเฉลี่ย 96.9 เฉพาะในพื้นที่ กทม.มีไอคิวเฉลี่ย 103.4 อย่างไรก็ตาม ยังมีเด็กนักเรียนในอีก 35 จังหวัด ที่ไอคิวอยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน และเด็กที่มีระดับสติปัญญาบกพร่องหรือต่ำกว่า 70 หรือ 5.8% ซึ่งเกณฑ์มาตรฐานสากลกำหนดว่าไม่เกิน 2% ส่วนมากเป็นเด็กที่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้
พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล กล่าวว่า ในไทยพบว่าจังหวัดที่ระดับไอคิวดีดตัวสูงขึ้นคือ กระบี่ เพราะมีการดูแลแม่และเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์
อย่างไรก็ตาม อีกปัญหาหนึ่งที่พบคือในเขตเมืองที่ควรมีระดับไอคิวสูงกว่า 100 จุด แต่ระดับไอคิวกลับหยุดนิ่ง ซึ่งเป็นเพราะมีการใช้แท็บเล็ต สมาร์ทโฟนมากเกินไป ทำให้เด็กขาดพัฒนาการทางด้านความคิด และการสื่อสาร สมาธิสั้น จากการเล่นเกมหรือใช้โปรแกรมต่างๆ มีแต่สิ่งเร้า แสง สี เสียง ทำให้ขาดสมาธิ ดังนั้นเด็ก 0-3 ขวบไม่ควรใช้อุปกรณ์เหล่านี้







