
ดีเอสไอแจ้งข้อหาเพิ่มคดีรถหรู
ดีเอสไอเผยพนักงานสอบสวนมีมติแจ้งข้อกล่าวเพิ่มผู้เกี่ยวข้องคดีเบนซ์หรูสมเด็จช่วงอีก 2 ราย เลี่ยงภาษีศุลกากร-ชำระภาษีไม่ครบ
ดีเอสไอเผยพนักงานสอบสวนมีมติแจ้งข้อกล่าวเพิ่มผู้เกี่ยวข้องคดีเบนซ์หรูสมเด็จช่วงอีก 2 ราย เลี่ยงภาษีศุลกากร-ชำระภาษีไม่ครบ
พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค และอัยการสำนักการสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ประชุมคณะพนักงานสอบสวนเพื่อตรวจสอบหลักฐานในสำนวนคดีและแจ้งข้อกล่าวหากับผู้กระทำความผิดในการครอบครองรถยนต์เลี่ยงภาษี ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชเป็นผู้ครอบครอง
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบว่า คดีมีพยานหลักฐานที่รับฟังได้ว่า นายพิชัย วีระสิทธิกุล และนายวสุ จิตติพัฒนกุลชัย มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดกับ นายเกษมศักดิ์ ภวังคนันท์ หรืออ๊อด เจ้าของหจก.อ๊อด 89 เอ็นเตอร์ไพร์ส ในความผิดที่ชำระภาษีสรรพสามิตไม่ถูกต้องครบถ้วน
สำหรับบุคคลที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้แจ้งข้อกล่าวหาไปแล้วก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย 1.นายเกษมศักดิ์ ข้อหาร่วมกันลักลอบหนีศุลกากรหรือซื้อหรือรับไว้ด้วยประการใดๆ ซึ่งของหนีภาษีศุลกากร ตามมาตรา 27 แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469
2.นายเมธีนันท์ หรือ ชลัช นิติฐิติวงษ์ ข้อหาแจ้งข้อความเท็จแก่เจ้าพนักงานทำให้ผู้อื่นเสียหาย, แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความเท็จในเอกสารราชการ และ 3.นายสมนึก บุญประไพ ข้อหาร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานทำให้ผู้อื่นเสียหาย ร่วมกันปลอมเอกสารหรือลงลายมือชื่อปลอมในเอกสาร
ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า สำหรับสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ซึ่งมีชื่อครอบครองรถยนต์เบนซ์จดประกอบ ขม 99 เลี่ยงภาษีนั้น พนักงานสอบสวนยังต้องรอการประเมินภาษีจากกรมสรรพสามิตว่า ภาษีที่ชำระไว้ไม่ครบถ้วนเป็นเงินจำนวนเท่าไร และใครมีหน้าที่ต้องชำระภาษีบ้าง จากนั้นพนักงานสอบสวนจะได้พิจารณาดำเนินการในทางคดีต่อไป







