posttoday
ธปท.แนะเปิดบัญชีเงินฝาก สกุลต่างประเทศ

ธปท.แนะเปิดบัญชีเงินฝาก สกุลต่างประเทศ

29 กรกฎาคม 2559

จันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า หลังจากที่อัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนโดยเฉพาะเงินปอนด์ที่อ่อนค่าลงมากจากผลกระทบของประชามติที่โหวตให้สหราชอาณาจักรออกจากการเป็นประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรป (อียู) ทำให้ประชาชนซื้อธนบัตรเงินปอนด์เก็บจำนวนมากจนทำให้ธนบัตรสกุลเงินปอนด์ขาดตลาดในบางช่วง

จันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า หลังจากที่อัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนโดยเฉพาะเงินปอนด์ที่อ่อนค่าลงมากจากผลกระทบของประชามติที่โหวตให้สหราชอาณาจักรออกจากการเป็นประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรป (อียู) ทำให้ประชาชนซื้อธนบัตรเงินปอนด์เก็บจำนวนมากจนทำให้ธนบัตรสกุลเงินปอนด์ขาดตลาดในบางช่วง

“ธปท.ได้ชี้แจงไปแล้วว่า ในกรณีแลกเพื่อการไปท่องเที่ยวอังกฤษนั้น สามารถแลกเป็นเช็คเดินทาง (Traveller Cheque) ก็ได้เช่นกัน โดยจะได้อัตราเดียวกับการแลกธนบัตรสกุลปอนด์ในวันนั้นๆ ส่วนกรณีที่ต้องการเก็บเงินปอนด์ไว้สำหรับอนาคต เช่น การส่งเงินให้ลูกเรียน สามารถจะเอาเงินบาทไปแลกเงินปอนด์ฝากเข้าบัญชีเงินตราต่างประเทศ (FCD) ไว้ก่อนก็ได้ ไม่ต้องรอเก็บเป็นธนบัตร เพราะเมื่อต้องการนำไปใช้ในต่างประเทศก็สามารถโอนออกไปได้เลย โดย ธปท.อนุญาตให้เปิดได้อยู่แล้วภายในวงเงิน 5 ล้านเหรียญสหรัฐ แม้ยังไม่มีธุรกรรมรองรับในทันที (Underlying) ก็ตาม” จันทวรรณ กล่าว

ด้าน ชนาพร พูนทรัพย์หิรัญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทเวลฟ์ วิคทอรี่ ผู้นำบริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ กล่าวว่า  ปัจจุบันความต้องการซื้อเงินปอนด์เพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวในอังกฤษยังมีอยู่ต่อเนื่อง แต่ก็ต้องยอมรับว่าปริมาณความต้องการเริ่มชะลอลงหรือลดลงบ้างแล้วไม่เกิดการขาดตลาด

“สกุลเงินที่มีความต้องการแลกซื้อจากนักท่องเที่ยวในช่วงนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นเงินหยวนของจีน ส่วนหนึ่งเพราะราคาค่าเดินทางด้วยโลว์คอสต์แอร์ไลน์ถูกลง นอกนั้นก็เป็นเงินยูโรและเยน ซึ่งยังมีอยู่ต่อเนื่องตามความต้องการของนักเดินทางที่จะไปยุโรปและญี่ปุ่น” ชนาพร กล่าว

ในขณะที่ค่าเงินยังมีความผันผวน และเงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาซื้อตราสารหนี้ของไทย แต่ภาวะเศรษฐกิจไทยยังไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก กฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยถึงคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2559 ว่า สศค.ยังคงคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถขยายตัวได้ 3.3% ของจีดีพีตามเดิม ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่ขยายตัว 2.8% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐ ในช่วง 6 เดือน อยู่ที่ 3.6% เพิ่มจากปีก่อนที่อยู่ที่ 2.2% การใช้จ่ายภาคเอกชน เพิ่มขึ้น 2.3% จากปีก่อนอยู่ที่ 2.1% ส่วนการลงทุนภาครัฐ อยู่ที่ 10.5% ลดลงเมื่อเทียบปีก่อนที่ขยายตัวถึง 29.8% ส่วนการลงทุนภาคเอกชนอยู่ที่ 2.6% เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบปีก่อนที่ ลบ 2% เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ

นอกจากนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นคาดการณ์ทั้งปียังอยู่ที่ 33.8 ล้านคน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนและรัสเซียที่เติบโตดี ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวขยายตัวดีตามไปด้วย ทั้งธุรกิจโรงแรมและภัตตาคาร ธุรกิจขนส่ง และธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ด้านการบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากรายได้และการจ้างงานในภาคบริการที่ขยายตัวดี

สำหรับการส่งออกสินค้าในไตรมาส 2 ปี 2559 หดตัวอยู่ที่ ลบ 4.1% จากไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายตัว 0.9% เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังเป็นไปอย่างเปราะบาง และมีความไม่แน่นอนสูง แต่ภาพรวมการส่งออกตั้งแต่ต้นปีถึง ณ สิ้นเดือน ก.ค. 2559 อยู่ที่ ลบ 1.9% ถือว่าหดตัวน้อยลงเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ ลบ 5.6% ขณะที่การนำเข้าทั้งปีคาดว่า ลบ 6.1% หดตัวน้อยลงเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ ลบ 11.3% ส่งผลให้ดุลการค้าจะเกินดุลเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว เนื่องจากมูลค่าการส่งออกสินค้าที่หดตัวในอัตราชะลอลง และคาดว่าดุลบัญชีเดินสะพัดจะเกินดุลประมาณ 40.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 10.3% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว โดยมีสาเหตุสำคัญจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าการเกินดุลการค้าและดุลบริการ

“แนวโน้มแศรษฐกิจครึ่งปีหลังคาดว่าจะมีอัตราการขยายตัวใกล้เคียงกับครึ่งปีแรก โดยในครึ่งแรกแม้การส่งออกจะติดลบ แต่ก็เป็นการลบแบบที่ชะลอตัวลงสอดคล้องกับการนำเข้าที่หดตัวลดลง แต่มามีปัจจัยบวกคือเรื่องการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ กับการท่องเที่ยวที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ สศค.ยังคงคาดการณ์จีดีพีปีนี้ไว้ที่ 3.3% ตามเดิม” กฤษฎา กล่าว

ผู้อำนวยการ สศค. กล่าวว่า ผลจากการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 7 ส.ค. ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อการลงทุนและความเชื่อมั่นของภาคเอกชนและเศรษฐกิจไทย เพราะเป็นสิ่งที่รัฐบาลวางแนวทางไว้แล้ว รวมถึงเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการปฏิรูประบบภาษี ย่อมส่งผลดีต่อเศรษฐกิจช่วยให้มีการขยายตัวอย่างมีเสถียรภาพต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท