posttoday
รัฐประหารตุรกี

รัฐประหารตุรกี

28 กรกฎาคม 2559

โดย...อรุณ จิรชวาลา

โดย...อรุณ จิรชวาลา

ความพยายามการก่อรัฐประหารในตุรกีสร้างความสับสนให้กับคนนอกที่ไม่ใช่ชาวตุรกีเป็นอันมาก ส่วนใหญ่เกิดความรู้สึกเบื้องต้นว่า หากมีมหาอำนาจอยู่เบื้องหลัง ก็น่าจะเป็นรัสเซีย เพราะก่อนนี้ไม่นาน ตุรกีหาญกล้าไปยิงเครื่องบินรบรัสเซียตก จนเกิดการทะเลาะกันรุนแรง ตุรกีถูกรัสเซียบอยคอต ต้องสูญเสียรายได้จากนักท่องเที่ยวรัสเซียปีละหลายล้านคน

แต่ปรากฏว่ารัฐบาลตุรกีกลับชี้นิ้วไปที่สหรัฐ มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลตุรกีออกมากล่าวหาว่ารัฐบาลสหรัฐอยู่เบื้องหลัง มีการชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลสหรัฐแถลงข่าวเร็วผิดปกติ และแบะท่าพร้อมจะรับรองรัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น รัฐบาลตุรกีระบุชื่ออิหม่ามชาวตุรกีที่ลี้ภัยอยู่ในสหรัฐมาตั้งแต่ปี 1999 ชื่อ เฟตุลเลาะห์ กูเลน ว่าเป็นจอมบงการ

ชาวตุรกีอาจจะรู้จักกูเลนกันถ้วนหน้า แต่คนนอกอย่างเราไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน จู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมาหลังการก่อรัฐประหารที่ล้มเหลว

แม้แต่วันที่เกิดรัฐประหารก็มีความสับสน บางข่าวบอกว่าวันที่ 15 ก.ค. บางข่าวบอกว่าวันที่ 16 ความเป็นจริงคือ ตามแผนจะเป็นเช้ามืดวันที่ 16 เวลาตี 3-4 แต่เอาเข้าจริงต้องเร่งให้เร็วขึ้น คือตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 15 เพราะข่าวเริ่มรั่วไปเข้าหูฝ่ายรัฐบาล

รัฐประหารครั้งนี้มีคนตายประมาณ 300 คน จึงไม่น่าแปลกที่ภายหลังจะต้องมีคนถูกจับและถูกลงโทษ ซึ่งรัฐบาลตุรกีก็ดำเนินการอย่างรวดเร็ว โดยจับกุมกว่าหมื่นคน และปลดจากตำแหน่งหรือบังคับให้ลาออกหลายหมื่นคน จนดูเหมือนมีบัญชีรายชื่อเตรียมไว้ล่วงหน้า

คนที่ถูกจับและถูกปลด ในส่วนที่เป็นทหารและตำรวจก็เข้าใจง่ายเพราะอาจมีส่วนร่วมโดยตรง สื่อมวลชนกับข้าราชการกระทรวงอื่นก็เป็นไปได้ที่จะมีส่วนในทางอ้อม แต่ที่เข้าใจยากคือการจับและปลดผู้พิพากษากับอาจารย์มหาวิทยาลัยนับหมื่นคน คนเหล่านี้ไม่น่าจะเกี่ยว แต่กลับปรากฏว่า หากไม่ถูกตั้งข้อหารุนแรงว่าทรยศหรือขายชาติ ก็ถูกตั้งข้อสงสัยว่าฝักใฝ่กูเลน ซึ่งถูกศาลตัดสินว่าเป็นผู้ก่อการร้าย และมีหมายจับ

กูเลนกลายเป็นที่รู้จักของคนทั้งโลกในชั่วเวลาเพียงข้ามคืน แม้ตัวเขาจะปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งยืนยันว่าแนวคิดทางการเมืองของเขาไม่สอดคล้องกับการทำรัฐประหาร แต่รัฐบาลตุรกีก็แน่วแน่ในการกล่าวหาว่าเขาเป็นตัวการ พร้อมกับเรียกร้องให้สหรัฐแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการส่งตัวเขากลับตุรกีเพื่อรับโทษ แต่ฝ่ายสหรัฐขอให้ตุรกีแสดงหลักฐานว่ากูเลนเป็นผู้ก่อการร้ายจริงตามที่ถูกกล่าวหาเสียก่อน

อาจกล่าวได้ว่ากูเลนเป็นนักบวชที่ทรงอิทธิพลที่สุดของตุรกี เขามีลูกศิษย์ลูกหามากมาย รวมทั้งมีชาวตุรกีที่เลื่อมใสศรัทธาแนวทางของเขาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการศึกษาและกระบวนการยุติธรรม นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้อาจารย์มหาวิทยาลัยกับผู้พิพากษาถูกจับและถูกปลดออกจากตำแหน่ง

เดิมประธานาธิบดี เรเซฟ เตยิป เออร์โดกัน กับกูเลนเป็นพันธมิตรกัน แต่มาแตกคอกันในช่วงปลายปี 2013 โดยเออร์โดกันเชื่อว่ากูเลนอยู่เบื้องหลังความพยายามที่จะโค่นอำนาจของเขา ด้วยการให้กลุ่มผู้สนับสนุนกูเลนเล่นงานกลุ่มที่อยู่ใกล้ชิดกับเออร์โดกันในข้อหาทุจริตคอร์รัปชั่น หลังจากรอดปากเหยี่ยวปากกามาได้ ฝ่ายของเออร์โดกันก็เริ่มกระบวนการกำจัดกลุ่มข้าราชการที่สนับสนุนกูเลนให้หลุดออกจากเส้นทางอำนาจ ตัวกูเลนถูกตั้งข้อกล่าวหา และถูกตัดสินว่ามีความผิดโดยที่เจ้าตัวไม่ได้อยู่สู้คดี

กล่าวกันว่า กลุ่มที่เลื่อมใสแนวทางของกูเลนที่ยังคงหลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมากกำลังจะถูกโยกย้ายใหญ่อีกครั้งในเดือน ส.ค.นี้ ทำให้พวกที่ยังอยู่ในกองทัพต้องรีบก่อการก่อนจะหมดอำนาจ

หลังจากปราบรัฐประหารสำเร็จ คะแนนนิยมในรัฐบาลและในตัวเออร์โดกันพุ่งสูง ฝ่ายของเออร์โดกันจึงถือเป็นโอกาสดีที่จะกำจัดศัตรูทางการเมืองให้สิ้นซาก ไม่เว้นแม้แต่เด็กนักเรียนวัย 14-17 ปี จำนวนหลายสิบคนที่ถูกจับในข้อหาทรยศต่อชาติด้วย นักวิเคราะห์บางคนบอกว่า ขอบเขตของการกำจัดศัตรูทางการเมืองครั้งนี้เปรียบได้กับการปฏิวัติทางวัฒนธรรมของเหมาเจ๋อตุงในจีนกับการปฏิวัติอิสลามเพื่อโค่นล้มพระเจ้าชาห์ของอิหร่านเลยทีเดียว

ในการวิเคราะห์ว่าเหตุใดรัฐประหารตุรกีจึงไม่ประสบความสำเร็จอาจสรุปได้ว่ามีหลายประการ ดังนี้

หนึ่ง ประชาชนไม่เอาด้วย อาจเป็นไปได้ที่ระดับการพัฒนาที่สูงกว่าเราทำให้การยอมรับรัฐประหารมีน้อยกว่า และก็เป็นไปได้อีกเช่นกันที่ชาวตุรกีกำลังจดจ่ออยู่กับการจะเป็นสมาชิกของประชาคมยุโรปหรืออียู จึงเกรงว่ารัฐประหารจะทำให้การพิจารณาของอียูล่าช้า

แต่ที่เด่นชัดที่สุดในสายตาของผมคือ รัฐประหารครั้งนี้เป็นการแย่งชิงอำนาจของการเมืองต่างขั้ว โดยที่ประชาชนไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง ทำให้ประชาชนไม่เห็นความจำเป็นและไม่เห็นประโยชน์ สู้ให้แก้ปัญหาด้วยวิธีการทางการเมืองตามปกติไม่ได้

ที่จริงประเด็นนี้ไม่ได้ต่างจากวิธีคิดของคนไทยมากนัก หากจำกันได้ก่อนจะเกิดการเดินขบวนขับไล่รัฐบาลครั้งใหญ่ ก็มีความพยายามจุดกระแสต่อต้านรัฐบาลหลายครั้ง แต่จุดไม่ติด ซึ่งน่าจะเป็นเพราะประชาชนรู้สึกว่าเป็นเพียงการแย่งชิงอำนาจกันเองระหว่างกลุ่มที่อยู่คนละขั้ว ประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียด้วย

สอง ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นไม่รุนแรงมากพอ เออร์โดกันกับครอบครัวและคนรอบข้างถูกครหาเรื่องคอร์รัปชั่น แต่ไม่ถึงกับเป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับประเทศชาติ คนตุรกีดูเหมือนจะยอมรับการหาเศษหาเลยของนักการเมืองได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งก็ไม่ต่างจากคนไทยส่วนใหญ่ที่สามารถอยู่ร่วมสมาคมกับนักการเมืองและข้าราชการที่ร่ำรวยขึ้นมา แต่สิ่งที่ทำให้ความอดทนของคนไทยเหลือน้อยลงคือการคอร์รัปชั่นเชิงนโยบายที่คำนวณเป็นตัวเงินได้นับหมื่นนับแสนล้านบาท โดยไม่คำนึงว่าจะกระทบความอยู่รอดของประเทศชาติในระยะยาวหรือไม่

สาม สถานการณ์ยังไม่สุกงอม สถานการณ์ก่อนเกิดรัฐประหารในกรณีของตุรกีกับของไทยต่างกันมาก ตุรกีไม่ได้มีความขัดแย้งในสังคมที่เห็นได้ชัด ไม่ได้มีการชุมนุมประท้วงขนาดใหญ่เพื่อขับไล่รัฐบาล ไม่ได้มีเสียงเรียกร้องให้กองทัพเข้ามาช่วยแก้ปัญหา ในขณะที่ในกรณีของเรา สิ่งต่างๆ ที่กล่าวถึงได้เกิดขึ้นต่อเนื่องมาแล้วหลายเดือน ประชาชนรู้สึกอึดอัดไม่มีทางออก เสียงเรียกร้องให้กองทัพออกมาช่วยผ่าทางตันมีมากขึ้นเป็นลำดับ จวบจนเมื่อเกิดรัฐประหารจริง แทนที่ประชาชนจะคิดต่อต้าน กลับถอนหายใจด้วยความโล่งอก

เรื่องสุดท้าย เก็บความลับไม่อยู่ ไม่ว่าจะเป็นตุรกีหรือไทย ความพยายามที่จะล้วงความลับซึ่งกันและกันเป็นเรื่องที่ทำกันต่อเนื่องโดยการแทรกซึมเข้าไปในทุกองคาพยพของฝ่ายตรงข้าม ที่ตุรกีฝ่ายรัฐบาลทราบล่วงหน้าว่าจะเกิดรัฐประหาร ในขณะที่ฝ่ายก่อการก็ทราบเช่นกันฝ่ายรัฐบาลรู้ตัว จึงมีการเปลี่ยนเวลาปฏิบัติการ และสามารถจับตัวผู้นำสูงสุดของเหล่าทัพได้ แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่สำเร็จอยู่ดี กล่าวกันว่า หากผู้นำเหล่าทัพยอมให้ความร่วมมือ รัฐประหารก็คงสำเร็จไปแล้ว

ตุรกีต่างจากเราที่คนทำรัฐประหารกับคนที่มีอำนาจสูงสุดในกองทัพไม่ใช่คนเดียวกัน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ