
ต้นทุนพุ่งฟาร์มหมู่เมืองตรังทยอยปิดกิจการ
เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูตรังวิกฤตต้นทุนพุ่งต่อเนื่อง ทำให้ผู้เลี้ยงรายย่อยต้องล้มหายตายจาก และมีหนี้สินเป็นจำนวนมาก
เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูตรังวิกฤตต้นทุนพุ่งต่อเนื่อง ทำให้ผู้เลี้ยงรายย่อยต้องล้มหายตายจาก และมีหนี้สินเป็นจำนวนมาก
นายพิเชษฐ์ จันทร์แก้ว อายุ 36 ปี ผู้จัดการฟาร์มเลี้ยงสุกร บริษัท ตรังโภคภัณฑ์ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 113/1 หมู่ที่ 6 ต.นาตาล่วง อ.เมือง จ.ตรัง กล่าวว่า ฟาร์มแห่งนี้ถือเป็นฟาร์มเลี้ยงสุกรขนาดเล็ก มีสุกรทั้งหมด 3,500 ตัว แบ่งเป็นพ่อพันธุ์ 12 ตัว เป็นแม่พันธุ์ 250 ตัว เป็นลูกสุกรติดแม่ 500 ตัว และเป็นสุกรอนุบาล 700 ตัว ส่วนที่เหลือยังเป็นสุกรเล็กวัยขุน โดยสุกรทั้งหมดที่ผลิตได้จำหน่ายให้กับพ่อค้าแม่ค้าเขียงหมู และผู้ประกอบการหมูย่างในจังหวัดตรังทั้งหมด ตกเดือนละประมาณ 350-400 ตัว ซึ่งขณะนี้ผู้เลี้ยงสุกรทุกรายในจังหวัดตรังต่างก็ประสบปัญหาเหมือนกันหมด คือ ต้นทุนการผลิตมีราคาสูงขึ้นทุกอย่าง
นายพิเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาต้นทุนพุ่งดังกล่าวทำให้ผู้เลี้ยงรายย่อยที่สายป่านสั้น ต้องหยุดเลี้ยงไปเป็นจำนวนมาก เพราะทั้งค่าสายพันธุ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ค่าน้ำเชื้อ ค่าโรงเรือน ค่าแรงงาน ค่าเวชภัณฑ์ ค่าวัคซีน ค่าลูกสุกร และค่าอาหาร ซึ่งหากนับโดยรวมจากปี 2545 ถึงปัจจุบันจะพบว่า ได้มีการปรับราคาสูงขึ้นประมาณ 53 % ดังนั้น เจ้าของฟาร์มจึงต้องปรับตัวเป็นอย่างมาก เพื่อให้สามารถพยุงอาชีพอยู่ได้ หากไม่เช่นนั้นก็ต้องเลิกเลี้ยงไปเลย ซึ่งก็มีเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ วัฎจักรของผู้เลี้ยงสุกรจะมีความเสี่ยงทุกๆ 2 ปี คือ ประสบปัญหาราคาตกต่ำ และอาจทำให้ขาดทุนต่อเนื่องกัน 2 ปี แต่ราคาจะกระเตื้องขึ้นในอีก 1 ปี ซึ่งหากใครสามารถผลิตสุกรได้มากใน 1 ปี นั้น ก็พอจะมีเงินสำหรับการใช้หนี้ของ 2 ปีที่ผ่านมา และเก็บเงินทุนไว้ในปีต่อไป
สำหรับสถานการณ์ราคาสุกรในปี 2552-2553 ถือว่ายังพออยู่ได้ แต่ปัญหาคือ เกษตรกรจำนวนมากที่เคยขาดทุนเมื่อปี 2550-2551 ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาตกต่ำอย่างมาก ต้องนำเงินที่ได้กำไรในปีนี้ไปใช้หนี้ ส่วนราคาสุกรเป็นหน้าฟาร์ม ขณะนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 65-68 บาท ขณะที่ราคาอาหาร ทางฟาร์มจะซื้อวัตถุดิบมาผสมเอง เช่น อาหารสำหรับลูกสุกรขนาดบรรจุกระสอบละ 7-10 กิโลกรัม ราคาตกอยู่ที่กระสอบละ 967.50 บาท อาหารขนาดบรรจุ 10-15 กิโลกรัม ราคาตกอยู่ที่กระสอบละ 758.70 บาท อาหารขนาดบรรจุกระสอบละ 15-20 กิโลกรัม ราคาตกอยู่ที่กระสอบละ 625.50 บาท ส่วนราคาอาหารสำหรับเลี้ยงแม่พันธุ์สุกร ราคาตกอยู่ที่กระสอบละ 530.48 บาท
ดังนั้น ด้วยภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นในทุกด้าน จึงทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย ต้องล้มหายตายจาก และมีหนี้สินเป็นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งนอกจากเลิกเลี้ยงแล้ว ก็มีลดปริมาณการเลี้ยง แต่ฟาร์มเลี้ยงสุกรของ บริษัท ตรังโภคภัณฑ์ จำกัด ยังสามารถพยุงตัวอยู่ได้ เพราะพอจะมีเงินทุนอยู่บ้าง อีกทั้งเรื่องของโรคก็เป็นปัญหาสำคัญ เพราะหากพบสุกรในฟาร์มเป็นโรค ก็หมายความว่า ต้องประสบปัญหาหนักอย่างแน่นอน ทำให้ทางฟาร์มต้องปรับตัวสูงมาก เพื่อแก้ปัญหาทุกด้าน ต้องพยายามลดต้นทุนการผลิตทุกอย่าง รวมทั้งพัฒนาระบบการเลี้ยงให้ทันสมัย และครบวงจรภายในฟาร์ม







