
ดันSMEsเข้าถึงเงินทุน
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ
กระทรวงพาณิชย์ได้ทำการเปิดตัว พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2558 เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2559 ซึ่งกฎหมายได้บังคับใช้ใกล้จะครบ 1 เดือนแล้ว ปรากฏว่ากฎหมายฉบับนี้มีการเดินหน้าได้เร็วกว่าที่คิดในการช่วยให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และผู้ประกอบการกลุ่ม Start Up เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้โดยง่าย
โดยตัวเลขล่าสุด มีสถาบันการเงินนำหลักประกันทางธุรกิจมาแจ้งขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์แล้ว 3.82 หมื่นราย ยอดเงินกู้รวมกว่า 1.62 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่ใช้สมุดบัญชีธนาคารมาเป็นหลักประกัน ที่เหลือเป็นสินค้าคงคลัง เครื่องจักร รถยนต์ และลูกหนี้
อภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้กำลังสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญให้กับธุรกิจไทยที่จะสามารถเข้าถึงเงินทุนจากสถาบันการเงินเพื่อต่อยอดธุรกิจได้ง่ายมากขึ้น และจะช่วยให้ SMEs ที่มีอยู่ในระบบกว่า 2.8 ล้านราย มีโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน จากเดิมที่มีไอเดีย มีแผน มีเป้าหมายในการทำธุรกิจ แต่ทำธุรกิจต่อได้ยากเพราะขาดเงินทุน แต่ถ้าอยากได้เงินทุนก็ต้องมีหลักทรัพย์ไปค้ำประกัน แต่กฎหมายใหม่นี้ เป็นการพลิกโฉมหน้าการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีมาก่อนหน้านี้ทั้งหมด
สำหรับการเข้าถึงแหล่งเงินทุนนั้น ขั้นตอนแรก SMEs จะต้องสำรวจดูว่าทรัพย์สินที่ตัวเองมาอยู่มีอะไรบ้าง ถ้าเป็นทรัพย์สินเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้า สินค้าคงคลัง หรือลูกหนี้การค้า รวมถึงทรัพย์สินทางปัญญา เช่น ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า เป็นต้น ก็สามารถนำไปใช้ค้ำประกันขอกู้เงินจากแบงก์ได้ และไม่ต้องส่งมอบทรัพย์สิน ยังสามารถใช้ทรัพย์สินที่มีอยู่ไปประกอบธุรกิจต่อได้
จากนั้นให้เข้าไปคุยกับแบงก์ ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาให้กู้ยืมเงิน ซึ่งอัตราดอกเบี้ยจะต่ำกว่าการกู้ยืมเงินแบบที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ด้านแบงก์จะได้ประโยชน์ในแง่การขยายสินเชื่อให้ SMEs และกลุ่ม Start Up ได้มากขึ้นในต้นทุนที่ต่ำลง เพราะลดความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้
ทั้งนี้ หลักประกันที่นำไปค้ำประกันกับแบงก์แล้ว ทางแบงก์ก็จะนำสัญญาหลักประกันไปจดทะเบียนหลักประกันทางธุรกิจกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าผ่านระบบออนไลน์ และเมื่อยื่นจดทะเบียนแล้วก็จะมีบุริมสิทธิเกิดขึ้นในหลักทรัพย์ทันที ต่อไปหากจะมีการบังคับหลักประกันก็เป็นหน้าที่ของผู้บังคับหลักประกัน ซึ่งเป็นผู้ที่ SMEs และแบงก์ต่างให้ความยินยอมเข้ามาทำหน้าที่ โดยหากคู่กรณีไม่สามารถตกลงกันได้และฟ้องร้องขึ้นสู่ศาล ก็จะไม่ล่าช้า เพราะกฎหมายกำหนดให้พิจารณาและมีคำพิพากษาหรือคำสั่งโดยเร็ว
ถือเป็นกฎหมายที่มีประโยชน์ SMEs ควรศึกษาและใช้โอกาสจากกฎหมายฉบับนี้







