
คุมรถทำนักท่องเที่ยวจีนลด กระแสบอยคอตยังไม่ขึ้น
ความกังวลต่อกระแสข่าว คนจีนบอยคอตการเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทย เนื่องจากไม่พอใจที่คนไทยเผยแพร่ข้อมูลพฤติกรรมด้านลบของนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ดูท่าอาจไม่รุนแรงอย่างที่วิตกกังวลกัน
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
ความกังวลต่อกระแสข่าว คนจีนบอยคอตการเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทย เนื่องจากไม่พอใจที่คนไทยเผยแพร่ข้อมูลพฤติกรรมด้านลบของนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ดูท่าอาจไม่รุนแรงอย่างที่วิตกกังวลกัน
กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยันว่า จากการตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ใน 5 เมืองใหญ่ในประเทศจีนไม่พบว่ามีกระแสบอยคอต คงมีแต่เฉพาะที่มณฑลยูนนานเท่านั้น ซึ่งเป็นผลมาจากการที่กรมการขนส่งทางบกของไทย มีการปรับกฎระเบียบเรื่องการนำรถเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย แต่ยืนยันว่าไม่ประมาท และได้เฝ้าติดตามตรวจสอบความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
“ยอดการจองห้องพักของนักท่องเที่ยวจีนในภาคเหนือก็ยังมีการจองถึง 80-90% อย่างไรก็ตามคาดว่าตัวเลขรวมของนักท่องเที่ยวทั้งหมดน่าจะเกิน 32 ล้านคน” รมว.ท่องเที่ยวฯ กล่าวอย่างมั่นใจปัดกระแสข่าวนักท่องเที่ยวจีนบอยคอตไทย
สอดคล้องกับข้อมูลของผู้ประกอบการ ละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) ภาคเหนือ กล่าวว่า ยอมรับว่ากระแสการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางท่องเที่ยวโดยใช้รถยนต์ส่วนตัวผ่านเส้นทางอาร์ 3 เอ จากด่านบ่อเต็นชายแดนจีน-ลาว ที่มณฑลยูนนาน เข้าสู่แขวงหลวงน้ำทา บ่อแก้ว และเข้าไทยผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 4 อ.เชียงของ จ.เชียงราย ลดลง เนื่องจากรัฐบาลไทยมีการบังคับใช้กฎหมายให้นักท่องเที่ยวที่ใช้รถยนต์ ไม่สามารถเดินทางท่องเที่ยวต่อระยะไกลนอกเหนือเส้นทางที่กำหนดได้ ทำให้ชาวจีนลดการเดินทางมาในเส้นทางดังกล่าว
“อาจจะมีบางส่วนที่ได้ยินกระแสจากสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ เรื่องกรณีชาวจีนเดินทางมาท่องเที่ยว จ.เชียงราย และเชียงใหม่ แล้วสร้างความวุ่นวายในพื้นที่ ซึ่งการตีข่าวออกไปไม่ถูกช่องทาง ทำให้เกิดการแพร่กระจายข่าวกลายเป็นกระแสการบอยคอตไป แต่ตลาดจีนที่เดินทางมาเชียงใหม่เติบโตพุ่งขึ้นถึง 35% ซึ่งปีหน้าควรเติบโตประมาณ 15% แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ของเชียงใหม่ รวมถึง โรงแรม สาธารณูปโภคอื่นๆ อาจจะไม่สามารถรองรับได้เพียงพอ” นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ กล่าว
พรชัย จิตรนวเสถียร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ก็บอกว่า นักท่องเที่ยวจีนที่ใช้ถนนสายอาร์ 3 เอ เดินทางเข้ามาแบบคาราวานลดลงจากวันละ 600 คัน เหลือเพียงวันละไม่ถึง 10 คัน ซึ่งกลุ่มนี้ถือว่ามีกำลังซื้อมาก โดยรถแต่ละคันที่ขับเข้ามาจะไม่น้อยกว่า 3 คน ใช้จ่ายต่อหัวรายละไม่น้อยกว่า 5,000 บาท/หัว ทำให้รายได้หายไปเกือบวันละ 1 ล้านบาท เพราะเป้าหมายหลักของนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มนี้จะเดินทางมาท่องเที่ยว จ.เชียงใหม่ และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ชมธรรมชาติและการผจญภัย ก่อนจะเดินทางต่อไปตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ รวมไปถึงกรุงเทพมหานคร โดยจะสายการบิน รถไฟ หรือรถโดยสารสาธารณะ ทั้งนี้ไม่เฉพาะรถนักท่องเที่ยวจีนเท่านั้น นักท่องเที่ยวมาเลเซีย สิงคโปร์ ลาว และเมียนมา ที่ขับรถผ่านด่านชายแดนทั่วประเทศก็ไม่สามารถเดินทางมายังจังหวัดท่องเที่ยวอื่นได้ ทำให้ต้องยกเลิกการเดินทางเปลี่ยนเส้นทางทันที
ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ วิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเชียงใหม่ เตรียมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 50 องค์กรประชุมหารือ เพื่อกำหนดทิศทางการท่องเที่ยวร่วมกัน แต่ภาพรวมถือว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนโตขึ้นทั้งจำนวนและรายได้
“มีโอกาสที่จบปี 2559 นักท่องเที่ยวจีนอาจเข้ามาแตะที่ 1 ล้านคนได้ แต่อาจติดปัญหาผลกระทบจากระเบียบของกรมการขนส่งทางบกที่ห้ามพาหนะจากจีนผ่านด่านเข้ามาทางเชียงของ ซึ่งหลายฝ่ายมีความกังวลเพราะขณะนี้ได้ส่งผลกระทบต่อตัวเลขชาวจีนที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือแล้ว” ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเชียงใหม่ กล่าว
ข้อมูลที่หลายฝ่ายยืนยันออกมาในทิศทางเดียวกันว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดน่าจะมาจากระเบียบการควบคุมการนำรถเข้ามาในราชอาณาจักร แต่ก็ไม่ควรประมาทต่อการสร้างความเข้าใจต่อนักท่องเที่ยวจีน โดยเฉพาะข้อปฏิบัติอันเหมาะสมในประเทศไทย







