
จัดตำรวจแสนนายคุม7ส.ค.
ตำรวจทุ่มกำลังนับแสนคุมเข้มวันประชามติ เผยสั่งดำเนินคดีป่วนแล้ว 7 ราย เตรียมออกหมายจับอีก 5 ที่เชียงใหม่
ตำรวจทุ่มกำลังนับแสนคุมเข้มวันประชามติ เผยสั่งดำเนินคดีป่วนแล้ว 7 ราย เตรียมออกหมายจับอีก 5 ที่เชียงใหม่
พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในวันลงเสียงประชามติ วันที่ 7 ส.ค. จะมีการใช้กำลังตำรวจมากกว่า 1 แสนนาย ในการดูแลความสงบเรียบร้อย ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้กำชับให้ตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง
อย่างไรก็ตาม ในส่วนการดำเนินคดีเกี่ยวกับการทำลายทรัพย์สินบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญนั้นมีไปแล้ว 7 ราย ในพื้นที่สถานีตำรวจนครบาลเตาปูน กรุงเทพมหานคร จ.กาญจนบุรีขอนแก่น สตูล สุพรรณบุรี ระยอง และพิจิตร ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ยังไม่พบความเชื่อมโยงเกี่ยวกับการต่อต้านการลงประชามติ
ด้าน พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ กล่าวว่า คดีจดหมายบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญและการออกใบปลิวโจมตีการออกมาใช้สิทธิลงประชามตินั้น เชื่อว่าภายในสัปดาห์นี้ต้องจบ โดยมีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 5 คนขึ้นไปที่เตรียมออกหมายจับและรอให้ศาลอนุมัติก่อน ทาง ผบช.ภ.5 จะเป็นผู้ให้ข่าวเอง
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การฉีกทำลายรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติในหลายพื้นที่นั้น ยังไม่เป็นเหตุที่จะทำให้การลงประชามติวันที่ 7 ส.ค.นี้ เกิดความวุ่นวาย และยังไม่มีเหตุให้ต้องเลื่อนออกไป ซึ่งทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เคยบอกแล้วว่าการฉีกรายชื่อเป็นเรื่องไม่ควรเกิด แต่ในการเลือกตั้งมักจะเกิดขึ้นเสมอ
“บรรยากาศการลงประชามติครั้งนี้กับเมื่อปี 2550 มันต่างกัน บรรยากาศตอนนั้นชวนให้ลงประชามติมากกว่าครั้งนี้ เพราะยังไม่เกิดความแตกแยก ยังไม่มีสีเสื้อถึงขนาดนี้ เราจึงเห็นวิชามารสารพัดของทุกฝ่ายที่จะงัดขึ้นมา” นายวิษณุ กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อถามว่ารัฐบาลจะมีวิธีการชนะวิชามารหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่รู้อย่างเดียวว่ามารไม่เคยชนะ ต้องไหว้พระปางสะดุ้งมาร ส่วนที่นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ แกนนำกลุ่มนิติราษฎร์ พูดทำนองว่าจะกาในช่องขวามือของบัตรลงประชามติ ซึ่งเป็นช่องที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนั้นถือว่าเสี่ยงผิดกฎหมาย
นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของการรณรงค์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ทราบว่าประชาชนยังไม่รับทราบเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ เพราะการแจกจ่ายยังไปไม่ทั่วถึงทุกครัวเรือน จึงจะขอแรงและความร่วมมือจากวิทยากรระดับหมู่บ้าน (ครู ค.) ให้เร่งลงพื้นที่ชี้แจงและนำเอกสารสรุปสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญให้ถึงมือประชาชนมากที่สุด







