
ศักยภาพนร.ไทยตกต่ำ
ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ระบุว่า ผลการทดสอบนานาชาติ PISA ซึ่งเป็นโครงการประเมินผลการศึกษาของประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD แสดงว่านักเรียนไทยจำนวนมากยังขาดทักษะที่จำเป็นต่อการประสบความสำเร็จในอาชีพ หรือการเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น โดย 1 ใน 3 หรือ 32% ของนักเรียนอายุ 15 ปี ในประเทศไทย “รู้หนังสือไม่เพียงพอที่จะใช้งานได้” โดยได้คะแนนต่ำกว่าระดับ 2 ความสามารถระดับปานกลางในระดับ 2 อยู่ที่ 37.8% ระดับ 3 อยู่ที่ 23.7% ความสามารถสูงในระดับ 4 หรือสูงกว่ามีเพียง 6.4% เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเวียดนามมีนักเรียนกลุ่มคะแนนต่ำกว่าระดับ 2 อยู่ที่ 8.2% ระดับ 2 23.3% ระดับ 3 41.5% และระดับ 4 หรือสูงกว่าอยู่ที่ 27%
ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ระบุว่า ผลการทดสอบนานาชาติ PISA ซึ่งเป็นโครงการประเมินผลการศึกษาของประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD แสดงว่านักเรียนไทยจำนวนมากยังขาดทักษะที่จำเป็นต่อการประสบความสำเร็จในอาชีพ หรือการเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น โดย 1 ใน 3 หรือ 32% ของนักเรียนอายุ 15 ปี ในประเทศไทย “รู้หนังสือไม่เพียงพอที่จะใช้งานได้” โดยได้คะแนนต่ำกว่าระดับ 2 ความสามารถระดับปานกลางในระดับ 2 อยู่ที่ 37.8% ระดับ 3 อยู่ที่ 23.7% ความสามารถสูงในระดับ 4 หรือสูงกว่ามีเพียง 6.4% เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเวียดนามมีนักเรียนกลุ่มคะแนนต่ำกว่าระดับ 2 อยู่ที่ 8.2% ระดับ 2 23.3% ระดับ 3 41.5% และระดับ 4 หรือสูงกว่าอยู่ที่ 27%
ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยการศึกษาโดยภาพรวมของเวียดนามมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าคะแนนของไทยอยู่ถึง 66 คะแนน ตัวเลขนี้สะท้อนได้ว่าความสามารถของนักเรียนเวียดนามแซงหน้าเด็กนักเรียนไทยอยู่ถึง 1.5 ปีการศึกษา
ตัวเลขเหล่านี้เชื่อมโยงไปถึงระดับอุดมศึกษาแม้ว่าอัตราการเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาของไทยจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ1990 แต่จากข้อมูลของ PISA ชี้ให้เห็นว่าปัญหาคุณภาพแรงงานไทยนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้เข้าเรียนอุดมศึกษาเพิ่มขึ้นมากแต่คะแนน PISA ของไทยไม่ดีขึ้นเลยตั้งแต่เริ่มมีการทดสอบ สันนิษฐานได้ว่าเยาวชนรุ่นหลังที่เรียนต่อระดับอุดมศึกษาโดยเฉลี่ยนั้นมีความสามารถต่ำลง
สอดคล้องกับข้อมูลขีดความสามารถของแรงงานไทยในตลาดโลกที่ถดถอยลงมากนับตั้งแต่ปี 2006/2007 ค่าจ้างของทุกกลุ่มลดลงรุนแรงและมีแนวโน้มซบเซามาโดยตลอด ในมุมมองผู้ประกอบการการขาดแคลนแรงงานฝีมือทุกระดับเป็นปัญหาใหญ่
ข้อมูลนี้สวนทางกับสถานการณ์ด้านการศึกษาของกำลังแรงงานไทยที่สูงขึ้นมาก ดังนั้นระบบการศึกษาไทยจะต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อเพิ่มศักยภาพแรงงานไทยในทุกระดับ ในปี 2020 1 ใน 3 ของทักษะที่เป็นที่ต้องการในปัจจุบันจะล้าสมัยไปแล้ว
สำหรับทักษะ 10 ด้านที่เป็นที่ต้องการอย่างมากในปี 2020 ที่วิเคราะห์โดย World Economic Forum มีดังนี้ 1.ทักษะแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน 2.การคิดวิเคราะห์ 3.ความคิดสร้างสรรค์ 4.การจัดการบุคคล 5.การทำงานร่วมกัน 6.ความฉลาดทางอารมณ์ 7.รู้จักประเมินและการตัดสินใจ 8.มีใจรักการบริการ 9.การเจรจาต่อรอง และ 10.ความยืดหยุ่นทางความคิด







