posttoday
เศรษฐศาสตร์วิศวกรไทย

เศรษฐศาสตร์วิศวกรไทย

25 กรกฎาคม 2559

โดย...ศาสตราจารย์ ดร.พิริยะ ผลพิรุฬห์

โดย...ศาสตราจารย์ ดร.พิริยะ ผลพิรุฬห์

ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมอภิปรายงานประชุม Round Table on Human Resource Development จัดโดยสถานทูตญี่ปุ่นร่วมกับเครือ Nation การประชุมได้รับความสนใจจากผู้เกี่ยวข้องในระดับ Super High Profile ของทั้งฝั่งไทยและฝั่งญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก การอภิปรายมีสองเวที เวทีผู้ใหญ่ High Figure กับเวทีเด็กๆ (โดยผมอยู่เวทีเด็ก) ผู้เข้าอภิปรายทุกคนจบวิศวกรรมศาสตร์ น่าจะมีผมคนเดียวที่ไม่ได้จบวิศวะและไม่เคยทำงานอะไรที่เกี่ยวกับวิศวกรเลย (มีก็แค่พ่อจบวิศวะและมีเพื่อนที่เรียนวิศวะบ้าง)

วัตถุประสงค์ของการประชุมก็คือ ต้องการที่จะหาทางออกร่วมกันในการที่รัฐบาลญี่ปุ่นจะผลักดันให้ประเทศไทยเป็น HRD Hub ของอาเซียน โดยประเด็นหลักในการพูดคุยก็คือ บริษัทญี่ปุ่นที่ทำธุรกิจอยู่ในประเทศไทยกำลังขาดแคลนวิศวกรอย่างรุนแรง ทั้งความขาดแคลนเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยสรุปสิ่งที่ทุกฝ่ายต่างเห็นพ้องต้องกันก็คือ

1.ประเทศไทยขาดแคลนทั้ง Practical Engineer และ Innovative Engineer โดยกลุ่ม Practical Engineer นี้ จะรวมไปถึงช่างเทคนิคที่จบด้วยวุฒิอาชีวศึกษาด้วย โดยปัญหาก็คือประเทศไทยยังคงเรียนจบกันในสายช่างน้อยมาก ส่วนที่จบมาด้วยวุฒิปริญญาตรีก็มีทักษะในระดับเป็นแค่โฟร์แมนไม่ถึงขั้นจะเป็น Innovative Engineer ได้ ซึ่งตรงนี้จะกลายเป็นอุปสรรคต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาวที่จะไม่มีการสร้างนวัตกรรมในการขับเคลื่อนประเทศ

2.บัณฑิตที่จบด้วยวุฒิวิศวกรรมศาสตร์จำนวนมากเลือกที่จะไม่ทำงานเป็นวิศวกร แต่เลือกที่จะเรียนต่อในสายบริหารธุรกิจหรือการเงิน และเลือกทำงานในภาคการเงิน งานที่ปรึกษา หรือสาขาบริหารอื่นๆ ที่มีผลตอบแทนสูงกว่า จนไปถึงการเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวและทำบริษัท Start Up ในขณะที่วิศวกรจำนวนมากที่ทำอยู่ พอทำได้สักพักก็ลาออกไปทำสาขาอื่น

3.งานของวิศวกรในทางปฏิบัติจริงต่ำกว่าสิ่งที่บัณฑิตที่จบคาดหวังไว้ วิศวกรที่จบมาโดยรวมคุณภาพถือว่าพอใช้ แต่พอทำงานจริงกลับไม่มีโอกาสในการสร้างสรรค์งานที่ตัวเองใฝ่ฝันไว้ แต่เพียงการทำตามระบบงานที่มีอยู่เดิม ไม่มีโอกาสในการเปลี่ยนแปลงระบบ ไม่มีโอกาสได้คิดอะไรต่อยอด ทำให้วิศวกรเหล่านั้นมองว่างานที่ทำอยู่ไม่มีความท้าทาย

4.การทำงานเป็นลูกจ้างวิศวกร โดยเฉพาะในบริษัทญี่ปุ่นที่คนไทยไม่มีโอกาสได้ขึ้นในตำแหน่งสูง และยังยึดถือตามระบบอาวุโส (Seniority) กลับเป็นปัญหาสำคัญที่วิศวกรไทยจะไม่เลือกทำงานในบริษัทญี่ปุ่นเหมือนในอดีต โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความก้าวหน้าเร็วๆ ไม่ชอบระบบอาวุโส และต้องการงานที่ท้าทายมีอิสระทางความคิด

5.วิศวกรเป็นอาชีพที่แปรผันตามเศรษฐกิจ โดยขึ้นอยู่กับระดับการลงทุนและนวัตกรรมของประเทศ เช่น วิศวกรรมสาขาโยธาได้รับความนิยมสูงในช่วงปี 1985-1997 ที่เรามีการลงทุนสูง ในขณะที่วิศวกรรมสาขาคอมพิวเตอร์ได้รับความนิยมในช่วงปี 2000 จนในปัจจุบันที่เป็นยุคของความคิดสร้างสรรค์และ Start Up วิศวกรการผลิตแทบไม่ได้รับความนิยม แต่กลับเป็นสาขาทางนิเทศศาสตร์หรือการออกแบบ วิศวกรกลายเป็นอาชีพที่ดูไม่เท่เหมือนในอดีต

6.วิศวกรยังมี Career Track ที่ไม่ชัดเจน โดยอาจเริ่มต้นจากวิศวกรระดับ Junior ไปจนถึง Senior แต่หลังจากนั้นยังไม่มีระบบการก้าวหน้าที่ชัดเจน ดังนั้นวิศวกรจึงเลือกที่จะเรียนต่อสายบริหารที่มีโอกาสได้ก้าวหน้ามากกว่า

ได้มีงานศึกษาทางเศรษฐศาสตร์ที่ใช้ข้อมูลการสำรวจกำลังแรงงาน (Labor Force Survey)  จากงานวิจัยของผมเองและจากท่านอื่นๆ สรุปว่า

1.วิศวกรรมศาสตร์ยังคงเป็นสาขาที่เด็กเรียนเก่งเลือกเรียน โดยดูได้จากคะแนนการสอบเข้า สาขานี้มีคนสำเร็จการศึกษามากกว่าความต้องการในตลาด แต่ที่ตลาดเกิดความขาดแคลนอาชีพวิศวกรก็เพราะบัณฑิตวิศวะเหล่านั้นเพียงแค่ร้อยละ 40 ที่เลือกทำงานเป็นวิศวกร ที่เหลือไปทำงานในสาขาอื่นๆ

2.ถึงแม้ว่าจะมีคนเลือกทำงานในอาชีพวิศวกรน้อยเพียงร้อยละ 40 แต่ก็ยังสูงกว่าผู้สำเร็จในสาขาวิทยาศาสตร์อื่นๆ เช่น วิทยาศาสตร์กายภาพ คณิตศาสตร์ หรือคอมพิวเตอร์ที่ล้วนประสบปัญหา Mismatch นี้เหมือนกัน

3.อาชีพวิศวกรมีผลตอบแทนของรายได้ (Wage Premium) มากกว่าอาชีพอื่นๆ อยู่ประมาณร้อยละ 25 และสูงกว่าสาขาสังคมศาสตร์โดยเฉลี่ยประมาณร้อยละ 40 แต่อย่างไรก็ดี เมื่อมีประสบการณ์ทำงานนานขึ้น รายได้ที่ได้รับยังต่ำกว่าตำแหน่งผู้จัดการในระดับกลาง (Middle Manager) ประมาณร้อยละ 30 จึงส่งผลให้วิศวกรมีแรงจูงใจเพื่อเปลี่ยนสายงานเพื่อให้ได้รับตำแหน่งและรายได้สูงขึ้น ดังนั้นรายได้ที่สูงนี้ยังไม่สูงพอในสายตาของวิศวกรรุ่นใหม่

4.ปัญหาใหญ่ข้อหนึ่งก็คือมีสัดส่วนถึงร้อยละ 60 ของวิศวกรที่มองว่างานของตัวเองเกิดความไม่สอดคล้องทางการศึกษาในแนวดิ่ง (Vertical Mismatch) หรือพูดง่ายๆ ก็คือ วิศวกรเห็นว่าตนกำลังทำงานต่ำกว่าวุฒิที่ตัวเองเรียนมา ซึ่งสะท้อนถึงการที่วิศวกรเห็นว่างานของตนได้ใช้ทักษะเพียงเบื้องต้นและไม่มีความท้าทาย

5.วิศวกรที่จบสาขาวิศวกรรมศาสตร์โดยตรงในระดับวุฒิการศึกษาสูงๆ (ปริญญาโทและปริญญาเอก) มีความน่าจะเป็นในการเลือกประกอบอาชีพเป็นวิศวกรมากกว่าวิศวกรที่จบระดับการศึกษาต่ำกว่า ซึ่งสะท้อนถึงโอกาสในการขาดแคลนวิศวกรในระดับล่างมากกว่าระดับบน

ในการแก้ไขจะทำอย่างไรให้วิศวกรมีความรู้ความสามารถสูง เลือกที่จะเป็นวิศวกรจึงเป็นโจทย์ท้าทายที่ต้องการความร่วมมือทั้งกับภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา การสร้างระบบสหกิจศึกษา เปิดโอกาสให้มีการฝึกงานระหว่างเรียน ปรับปรุงระบบ HR ให้เหมาะกับคนรุ่นใหม่ กำหนดงานที่ท้าทายความสามารถ และพัฒนาทั้ง Practical Engineer และ Innovative Engineer ควบคู่กันไปจึงเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ

ในท้ายที่สุด คุณสุทธิชัย หยุ่น ได้ถามน้องที่เพิ่งจบวิศวะมาใหม่ๆ ว่า “คุณคิดว่าถ้าไปจีบสาวแข่งกับหมอแล้วบอกสาวว่าเป็นวิศวกร คุณคิดว่าจะจีบสาวติดหรือไม่?” ไม่น่าเชื่อคำตอบของน้องคนนั้นก็คือ “ผมคิดว่าไม่ อย่างไรหมอก็เท่กว่า” ฟังแค่นี้ก็จบแล้วครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท