posttoday
"วรเจตน์"มองร่างรธน.อาจเป็นระเบิดเวลาสู่ความรุนแรง

"วรเจตน์"มองร่างรธน.อาจเป็นระเบิดเวลาสู่ความรุนแรง

24 กรกฎาคม 2559

"วรเจตน์"ลั่นไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ มองอาจเป็นระเบิดเวลานำไปสู่ความรุนแรงในอนาคต กังขาให้หัวหน้าคสช.มีอำนาจต่อเมื่อมีรัฐธรรมนูญถาวร

"วรเจตน์"ลั่นไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ มองอาจเป็นระเบิดเวลานำไปสู่ความรุนแรงในอนาคต กังขาให้หัวหน้าคสช.มีอำนาจต่อเมื่อมีรัฐธรรมนูญถาวร

เมื่อวันที่ 24 ก.ค. นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ นักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์และอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวปาฐกถา ในหัวข้อ "ประชามติ 7 สิงหา กับอนาคตสังคมไทย" ที่หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ว่า แม้หลายคนยืนยันว่าจะมีการทำประชามติแน่นอน แต่ก็ยังแน่ใจไม่ได้ เพราะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีมาตรา 44 สั่งว่าจะจัดหรือเลื่อนออกไปก็ได้ และแม้ว่าผู้ร่างรัฐธรรมนูญจะเขียนให้แก้ไขได้ แต่ก็พบว่ายากต่อการแก้ไขมาก ซึ่งเรื่องนี้มีนัยยะคือ อาจเป็นชนวนและระเบิดเวลาที่นำไปสู่ความรุนแรงในอนาคต

นอกจากนี้เงื่อนไขที่กำหนดในร่างรัฐธรรมนูญ ยังเขียนให้รองรับมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ทั้งที่รัฐธรรมนูญปกติกำหนด คือการทำให้อำนาจรัฐประหารสิ้นสุดเมื่อมีรัฐธรรมนูญถาวร แต่ร่างนี้ยังให้หัวหน้า คสช. มีอำนาจต่อไปอีก คำสั่ง คสช. ก็จะเป็นมรดกตกทอดต่อไป อีกทั้งร่างรัฐธรรมนุญนี้ยังมีปัญหาเรื่องโครงสร้างองค์กรของรัฐ และการเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง โดยการเลือกตั้งจะเปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเป็นการยากหรือ ที่จะทำให้ประชาชนมีคะแนนเสียงสองคะแนน คือเลือก ส.ส. เขต และแบบบัญชีรายชื่อแยกกัน ตนไม่เข้าใจว่าทำไมกำหนดให้เลือกได้อย่างเดียว เหมือนเป็นการบังคับโดยปริยาย ในแง่นี้อาจทำให้เจตนารมณ์ของประชาชนในการเลือกผู้แทนไม่สมบูรณ์

นายวรเจตน์กล่าวอีกว่า ส่วนการได้มาซึ่ง ส.ว. ประชาชนจะไม่มีสิทธิเลือก ทั้งที่มีอำนาจอย่างมากในการออกกฎหมาย ความชอบธรรมมีน้อยแต่อำนาจมีมาก เมื่อมีการเลือกตั้งแล้วจะได้บุคคลมาเป็นรัฐบาลและบริหารราชการแผ่นดินได้ลำบากมาก ยากที่รัฐมนตรีจะดำเนินโนยบายที่เป็นนโยบายสาธารณะได้ อำนาจของศาลและองค์กรอิสระก็เพิ่มมากขึ้น กำหนดมาตรฐานทางจริยธรรม นอกจากใช้กับตัวเองยังมาใช้กับนักการเมือง ส่งผลทำให้สถานะของนักการเมืองมีความไม่แน่นอนสูง

หลายคนสงสัยว่า รัฐธรรมนูญนี้กำหนดกลไกเหมือนคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) ที่มีอำนาจเหนือรัฐบาลหรือไม่ เพราะถึงไม่ได้เขียนไว้ แต่ส่วนนี้จะไปอยู่ที่มาตรา 5 ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยทางออกประเทศ องค์กรที่ขาดจุดเชื่อมโยงกับประชาชนมีจำนวนมากกว่าองค์กรที่ความเชื่อมโยง สำหรับประเด็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ถ้าหัวหน้าคสช.ยังมีอำนาจมาตรา 44 การใช้การรับรองสิทธิเสรีภาพต่างๆระหว่างรอการเลือกตั้งก็จะกลายเป็นหมัน เพราะคนที่กระทบจะไม่มีสิทธิไปฟ้องศาล แม้ฟ้องศาลก็ยากที่จะพิจารณา เพราะคำสั่งนี้ระบุว่าชอบด้วยกฎหมาย

"มีบุคคลที่ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐบาลคสช. บอกว่า หากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านอาจหมายถึงอยากให้คสช.อยู่ยาว การจัดประชามติครั้งนี้  ถ้ารัฐธรรมนูญผ่านแปลว่าคนเห็นชอบ แต่ถ้าไม่ผ่าน หมายถึงประชาชนปฏิเสธผลงานที่มา คนที่เป็นกรรมการร่างจะรับผิดชอบอย่างไร แล้วที่แต่งตั้งกรรมการร่างจะรับผิดชอบอย่างไร รับหรือไม่รับเป็นปัญหาเรื่องความชอบธรรม บางคนเริ่มไขว้เขวพอบอกว่าไม่รับอยากให้คสช.อยู่นานๆ หรือเราจะต้องอยู่บ้านไม่ไปใช้สิทธิหรือไปโหวตรับ แต่ตนเห็นว่า ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ความชอบธรรมของคสช.คงไม่เหมือนเดิม" นายวรเจตน์กล่าว  

นายวรเจตน์กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นคำถามพ่วง มีข้อสังเกตว่าถ้าคำถามพ่วงนี้ผ่าน ส.ว.มาร่วมโหวตเลือกนายกฯ แต่ 5 ปีแรกของส.ว.มาจากการคัดเลือกของคสช. เมื่อเป็นเช่นนี้คำถามแรกว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบรัฐธรรมนูญ บังเอิญตนเป็นคนถนัดขวา ดังนั้นคำถามที่สองจะให้กาช่องซ้ายก็ยังไงอยู่ คงกาช่องขวาทั้งสองช่อง ทั้งนี้รัฐธรรมนูญเป็นอย่างไรจะกำหนดชะตากรรมของชาตินั้นๆ ประวัติศาสตร์พิสูจน์มาแล้วว่าชาติใดที่ประชาชนสามารถกำหนดชะตากรรมของตนเอง มีประชาธิปไตย ย่อมเกิดการคอร์รัปชั่นน้อย ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ผ่านมาสองปี หลายคนอาจจะเหนื่อย ใครเหนื่อยก็พัก หายเหนื่อยค่อยมาสู้กันใหม่ สิ่งที่เผด็จการชอบที่สุดคือความหวังของประชาชนดับลง แต่สิ่งที่กลัวที่สุดคือไฟที่ยังลุกโชติช่วง ตนจึงขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนร่วมกันผ่านพ้นช่วงนี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท