
สุริยะใสห่วงผลประชามติไม่กระตุ้นให้การปฏิรูปเดินหน้า
สุริยะใส ห่วงผลประชามติไม่สร้างแรงส่งให้การปฏิรูปเดินหน้า เหตุเพราะทั้งฝ่ายรับและไม่รับร่างรัฐธรรมนูญมีเป้าหมายกระจัดกระจาย
สุริยะใส ห่วงผลประชามติไม่สร้างแรงส่งให้การปฏิรูปเดินหน้า เหตุเพราะทั้งฝ่ายรับและไม่รับร่างรัฐธรรมนูญมีเป้าหมายกระจัดกระจาย
นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์โค้งสุดท้ายก่อนวันลงประชามติรัฐธรรมนูญ จุดยืนทางการเมืองของแต่ละกลุ่มเริ่มชัดขึ้น และเริ่มเห็นเป้าหมายในการโหวตหรือการออกเสียงที่แต่ละกลุ่มจะไม่ปกปิดกันอีกต่อไป
อย่างไรก็ตามการออกเสียงประชามติครั้งนี้ไม่ว่าฝ่ายรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญต่างก็มีเป้าหมายต่างกันออกไป แม้จะโหวตไปในทางเดียวกัน เช่น คนที่รับร่างก็มีหสายเหตุผล มีทั้งเชื่อมั่นในร่างรัฐธรรมนูญ เขื่อมั่นกลไกปราบโกง โหวตรับเพราะอีกฝ่ายไม่รับ หรือโหวตรับเพราะอยากสนับสนุนให้กำลังใจ คสช.
ในขณะที่ฝ่ายโหวตไม่รับร่างก็มีหลายเหตุผลและเป้าหมายด้วยเข่นกัน เช่น ไม่รับเพราะต้องการต่อต้านรัฐประหาร ต่อต้าน คสช. ไม่รับเพราะ ร่างรัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย หรือไม่รับเพราะอยากให้ คสช.อยู่ต่อ เป็นต้น
เป้าหมายของการโหวตครั้งนี้ไม่ว่าผลจะออกมาเช่นไรก็ตาม จะไม่สามารถตีความหรืออธิบายอย่างใดอย่างหนึ่งได้ เพราะเงื่อนไขในการโหวตสลับซับซ้อนกว่าการออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 และเป็นเรื่องยากถ้าจะมีใครเอาผลโหวตไปอธิบายเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของกลุ่มตัวเอง
ฉะนั้นไม่ว่าผลการประชามติจะออกมาอย่างไร ก็ยังเป็นเรื่องน่าห่วง เพราะอาจจะไม่เกิดแรงส่งให้กระบวนการปฎิรูปประเทศเดินไปในทิศทางที่พึงประสงค์ หลังประชามติไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรการปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้งก็ยังเป็นโจทย์ที่ท้าทายสังคมการเมืองไทยเช่นเดิมต่อไป







