
โปรดอ่าน...อีกครั้ง
เพราะการเขียน คือ อาชีพ เขาจึงอยากให้คนอ่าน เขาพยายามเขียนหนังสือให้ดี คนจะได้วางไม่ลง
โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง
เพราะการเขียน คือ อาชีพ เขาจึงอยากให้คนอ่าน เขาพยายามเขียนหนังสือให้ดี คนจะได้วางไม่ลง เขาเขียนหนังสือให้มาก เพื่อเป็นตัวเลือกหลากหลาย ในแต่ละปีเขาบริจาคหนังสือหลายแสนเล่มให้ทหารในกองทัพ ให้ห้องสมุดโรงเรียน หากมีโอกาสเขาจะไปพูดคุยกับเยาวชนเพื่อจุดประกายนิสัยรักการอ่านให้พวกเขา
ปีนี้เขาเพิ่งจะเปิดตัวหนังสือกลุ่มใหม่ในรูปเล่มเบาบาง แต่เข้มข้นด้วยเนื้อหาสาระจนวางไม่ลง ในราคาที่จับต้องได้ เพื่อให้คนที่ห่างเหินจากการอ่าน เพราะยุ่งกับการดำเนินชีวิต ได้หยิบจับขึ้นมาอ่าน
และ “เขา” คนที่ว่าคือ “เจมส์ แพตเตอร์สัน” นักเขียนผู้ติดอันดับท็อป 5 ของคนดังที่มีรายได้สูงสุดประจำปี 2016 โดยการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์
ชายวัย 69 ปี ผู้นี้เป็นชาวนิวยอร์ก จบการศึกษาทางด้านภาษาอังกฤษ จากมหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลต์ ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่ฟลอริดา เจมส์เริ่มเขียนหนังสือตอนอายุ 18 ปี และมีผลงานเล่มแรกขณะอายุ 27 ปี โดยถูกปฏิเสธจากสำนักพิมพ์มากถึง 31 ครั้ง ก่อนหน้านั้น!
40 ปีต่อมา เจมส์เขียนหนังสือกว่า 150 เรื่อง ขายงานได้มากกว่า 325 ล้านเล่ม งานขายดีของเขา รวมถึงหนังสือนักสืบชุด Alex Cross, หนังสือลึกลับชุด Women’s Murder Club ฯลฯ งานหลายเรื่องของเขาถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์และซีรี่ส์
ในฐานะนักเขียน เจมส์ทำงานได้หลากหลายแนวทาง รวมทั้งนวนิยายสำหรับเด็กและเยาวชน เพราะเขาอยากให้เด็กๆ ได้อ่านหนังสือ
แรงบันดาลใจของ เจมส์ คือ ลูกชายชื่อ แจ็ค ที่ตอนเด็กๆ ไม่ใช่หนอนหนังสือ กระทั่งวันหยุดช่วงฤดูร้อนปีหนึ่ง แจ็ค วัย 8 ขวบ ก็ได้รับข้อเสนอจากพ่อแม่ว่า เขาไม่ต้องทำงานบ้าน แต่ต้องอ่านหนังสือทุกวัน หนุ่มน้อยคว้าโอกาสนี้ไว้ เมื่อฤดูร้อนนั้นสิ้นสุด แจ็คก็อ่านหนังสือจบเป็นโหล และเมล็ดพันธุ์รักการอ่านก็ได้แตกหน่อในตัวเขา
เจมส์มักบอกกับเด็กๆ ว่า การอ่านเป็นเรื่องสนุกตั้งแต่เริ่มต้น ถ้าจะเล่นกีตาร์ก็ต้องผ่านความเจ็บปวด (นิ้ว) มาก่อน “แต่ในฐานะนักอ่าน เธอสามารถเก็บเกี่ยวอะไรเจ๋งๆ ได้ทันทีเมื่อเริ่มอ่าน” การอ่านยังทำให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับผู้คนและสถานที่ซึ่งแตกต่าง และ “การอ่านทำให้เรามีทางเลือกอีกมากมาย”
หนังสือเด็กของเจมส์ ไม่เคยเคลือบของหวาน ในนั้นมีทั้งเรื่องของเด็กพิการ เด็กไม่มีพ่อแม่ และเด็กที่ถูกเพื่อนรังแก เขาใส่ “ความเป็นจริง” ลงไปในหนังสือ “ผู้อ่านจะรักเรื่องเหล่านี้ เพราะว่ามันทำให้เด็กมีความรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง มีความรับผิดชอบในชีวิตของตัวเอง ตั้งแต่อายุยังน้อย”
ในเรื่องการเขียน เจมส์แนะนำรุ่นน้องว่า “เราอยู่ในธุรกิจบันเทิง ไม่ใช่การศึกษา หรือการตรัสรู้...” งานเขียนของเขาต้องสนุกและวางไม่ลง จึงให้ความสำคัญกับโครงเรื่องที่ชวนติดตาม
แม้ว่าอายุจะ 70 ปีแล้ว แต่เขายังเป็นนักเขียนที่ทันสมัย เป็นนักเล่าเรื่องที่พยายามค้นหาสิ่งท้าทายอยู่เสมอ เขาเขียนทุกวันตั้งแต่ตีห้าจนถึงค่ำ ทำอย่างนี้มาตั้งแต่เกษียณจากงานโฆษณาเมื่อราว 20 ปีที่แล้ว
ในหัวของเจมส์ เต็มไปด้วยโปรเจกต์ใหม่ๆ บางครั้งเขาคิดพล็อตหนังสือไว้มากถึง 50 เรื่อง เจมส์มีงานออกมาทุกปี โดยมีผู้ช่วยและนักเขียนร่วมช่วยเหลือ เพราะนักเขียนจะประสบความสำเร็จได้ด้วย “การทำงานหนัก ไม่มีทางลัดอื่น” และกว่าจะทำได้ขนาดนี้ นักเขียนดังบอกว่า “ต้องอ่าน อ่าน และอ่าน เพื่อปรับปรุงชีวิตและงานเขียน”
เพราะต้องการให้ทุกคนได้อ่าน เจมส์จึงเริ่มต้นทำ บุ๊กช็อตส์ (BookShots) เพื่อนำเสนอหนังสือขนาดสั้น ราคาถูก เขียนด้วยภาษาเรียบง่ายชัดเจน มีย่อหน้ามากขึ้น โดยใช้หลักการของหนังและโทรทัศน์มาช่วยให้อ่านแล้วเห็นภาพชัดเจนในหัว “หนังสือเหล่านี้เหมือนกับการอ่านหนัง”
หนังสือของบุ๊กช็อตส์มีความยาวไม่เกิน 150 หน้า ขายราคาไม่เกิน 5 เหรียญสหรัฐ จำหน่ายในสนามบิน ร้านขายยา ฯลฯ หลังเปิดตัวเมื่อเดือน มิ.ย. หนังสือสำหรับโครงการนี้ของเจมส์ก็ไปติดในอันดับหนังสือขายดี ในอนาคตบุ๊กช็อตส์จะไม่มีแค่หนังสือตื่นเต้นเร้าใจ แต่จะมีงานแนวรักโรแมนติกและอื่นๆ ด้วย
เจมส์ร่วมออกแบบบุ๊กช็อตส์เพื่อช่วยให้คนมีเวลาน้อยเพราะตารางชีวิตแน่นขนัดยุ่งเหยิงได้อ่านมากขึ้นและบ่อยขึ้น “คุณสามารถเสพหนังสือเหล่านี้ได้ภายใน 1 หรือ 2 ชั่วโมง คนน่าจะเลือกอ่านหนังสือเหล่านี้ เพราะไม่อยากถูกข่มขู่โดยความยาวของหนังสือหรือความน่าเบื่อของพล็อตเรื่อง”
บุ๊กช็อตส์ คือ “การปฏิวัติ” และ “สิ่งที่ยิ่งใหญ่” ซึ่งจะ “สร้างนิสัยใหม่” ให้ผู้คน
นั่นคือ ความพยายามและความหวังของ เจมส์ แพตเตอร์สัน ซึ่งมีคนจำนวนไม่น้อยคอยเอาใจช่วย







