
ตร.ย้ำเหตุเก๋งพุ่งชนศาลพระพรหมเป็นอุบัติเหตุ
ตำรวจ ยืนยัน รถเก๋งพุ่งชนศาลพระพรหม แยกราชประสงค์เป็นอุบัติเหตุ จ่อตั้งข้อหาคนขับ
ตำรวจ ยืนยัน รถเก๋งพุ่งชนศาลพระพรหม แยกราชประสงค์เป็นอุบัติเหตุ จ่อตั้งข้อหาคนขับ
จากกรณี เกิดเหตุรถเก๋ง โตโยต้า โคโลน่า สีฟ้า ทะเบียน พร 915 กทม. เสียหลักพุ่งเข้าชนศาลพระพรหมเอราวัณ บริเวณสี่แยกราชประสงค์ โดยมีนางคนึงนิจ อายุ 55 ปี เป็นผู้ขับรถ โดยมีสาเหตุมาจากเส้นเลือดใหญ่ในสมองแตกเฉียบพลัน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 คน
พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า จากการสอบถามอาการของนางคนึงนิจ เมื่อช่วงเช้า พบว่าหลังจากผ่าตัดเส้นเลือดในสมองเมื่อคืนนี้ ขณะนี้อาการของนางคนึงนิจปลอดภัยแล้ว ขณะที่ ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บขณะนี้เหลือพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล จำนวน 2 คน เป็นชาวอินโดนีเซีย ส่วนที่เหลือสามารถกลับบ้านได้แล้วเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ตั้งข้อกล่าวหากับนางคนึงนิจ เนื่องจากจะต้องใช้เวลาในการรวบรวมพยานหลักฐาน ว่าสาเหตุมาจากความประมาทหรือเป็นเหตุฉุกเฉิน ขณะที่การตรวจสอบรถที่เกิดเหตุยังไม่ทราบว่ารถดังกล่าวมีประกันหรือไม่ จากการตรวจสอบภายในรถไม่พบเอกสารหลักฐานต่างๆ
ด้านพ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ดูแลคดีอย่างใกล้ชิด และขอให้มีการแถลงข่าวเพื่อแจ้งความคืบหน้าให้กับประชาชนทราบ ขณะนี้ได้มีการติดต่อประสานงานไปยังสถานกงสุลของแต่ละประเทศ เพื่อแจ้งข่าวและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ ตม. จะทำเรื่องพิจารณาให้ผู้บาดเจ็บที่ยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล อยู่ภายในประเทศต่อ จนกว่าจะรักษาตัวให้หายดี
พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากอุบัติเหตุไม่ใช่การก่อการร้ายเพราะตัวผู้ขับมีอาการเส้นโลหิตในสมองแตกเฉียบพลันโดยเรื่องดังกล่าวตัวบุตรสาวของผู้ขับขี่เป็นผู้ยืนยันว่า ระหว่างนั้นมารดาของเธอได้ขับรถมาโดยปกติก่อนจะเกิดชักและวูบหมดสติไปส่วนภาพวงจรปิดที่เห็นว่ารถมีการถอยหลังเนื่องจากตัวบุตรสาวพยายามเข้าเกียร์ถอยหลังเพื่อหยุดความรุนแรงของรถเท่าที่จะทำได้
อย่างไรก็ตามได้มอบหมายให้กับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดโดยเน้นการเก็บดีเอ็นเอของผู้ขับขี่ไปตรวจสอบเพื่อยืนยันความชัดเจนอีกครั้งส่วนการดำเนินคดีเบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย สาหัสกับตัวผู้ขับขี่ไปก่อนแต่หากภายหลังแพทย์สามารถยืนยันได้ว่าผู้ขับขี่ไม่มีสติในการบังคับรถได้ขณะเกิดเหตุก็ไม่จำเป็นต้องรับโทษในทางอาญาแต่ในส่วนของคดีแพ่งต้องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อไป







