posttoday
ใครออกไปใช้สิทธิออกเสียง

ใครออกไปใช้สิทธิออกเสียง

22 กรกฎาคม 2559

โดย...อรรถสิทธิ์ พานแก้ว

โดย...อรรถสิทธิ์ พานแก้ว

เหลือเวลาอีกไม่ถึง 3 อาทิตย์ก่อนจะถึงวันออกเสียงประชามติวันที่ 7 ส.ค. 2559 ความสนใจในการออกเสียงประชามติในช่วงนี้ ในด้านหนึ่งคงเป็นเรื่องของการให้ข้อมูลเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามที่สองของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) การลงพื้นที่ของ ครู ก. ครู ข. และครู ค. ในอีกด้านหนึ่งยังคงเป็นเรื่องของความพยายามในการรณรงค์ของฝ่ายเห็นแย้งกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้

โพลที่ออกมาในช่วงนี้ก็มีเนื้อหาที่คล้ายๆ กัน โดยพุ่งความสนใจไปกับคำถามที่ว่าคนไทยได้ตัดสินใจหรือยังว่าจะโหวตรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ หรือเป็นคำถามที่ว่าได้รับข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามที่สองแล้วหรือไม่

ในด้านหนึ่งสิ่งที่ได้จากโพลก็สะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศและความพร้อมของสังคมไทยกับการไปออกเสียงประชามติในครั้งนี้ แม้ในขณะนี้ผู้มีสิทธิออกเสียงอาจจะยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะไปโหวตในทางใด หรือหลายคนอาจจะบอกว่ายังไม่ได้รับข้อมูลที่เพียงพอ แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ได้แสดงให้เห็นว่าเราอาจลืมคำถามที่สำคัญอีกหนึ่งคำถามที่เกี่ยวข้องกับการออกเสียงประชามติด้วยก็เป็นได้

หลายคนอาจจะคิดว่า ในวันออกเสียงประชามตินั้นผู้มีสิทธิออกเสียงจะต้องทำการตัดสินใจเพียงอย่างเดียวว่าจะออกเสียงไปในทางไหนกับคำถามที่มีในบัตรออกเสียง

แต่ในความจริงแล้วมีอีกคำถามหนึ่งที่ผู้มีสิทธิออกเสียงจะต้องตอบให้ได้ก่อน นั่นคือจะออกไปใช้สิทธิหรือไม่ หากคำถามนี้ไม่ได้ตอบแล้ว คำถามต่อมาก็จะไม่เกิดขึ้น ดังนั้นในวันของการใช้สิทธิออกเสียงนั้น คำถามที่สำคัญไม่ยิ่งไปกว่าการตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับ คือคำถามที่ว่าจะออกไปใช้สิทธิหรือไม่

เช่นนี้แล้ว จากคำตอบในโพลที่คนได้ตอบว่ายังไม่มีข้อมูลเพียงพอกับเรื่องที่จะต้องออกไปออกเสียงนั้น ในทางหนึ่งจึงนำไปสู่การตั้งคำถามว่า การที่บอกว่าไม่มีข้อมูลเพียงพอนั้นจะเป็นเหตุให้ผู้ที่มีสิทธิออกเสียงตัดสินใจที่จะไม่ออกไปใช้สิทธิหรือไม่ เพราะคำถามนี้ก็เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการออกไปใช้สิทธิและคุณภาพของการออกไปใช้สิทธิเช่นเดียวกัน

เพราะการไม่มีข้อมูล การมีข้อมูลแต่ไม่เพียงพอ การมีข้อมูลที่เพียงพอแต่ผิด หรือการมีข้อมูลที่เพียงพอและถูกต้อง นอกจากจะส่งผลต่อคุณภาพการตัดสินใจที่จะกากบาทลงไปในช่องใดช่องหนึ่งของคำถามในบัตรเลือกตั้ง แต่ก็อาจจะส่งผลต่อการตัดสินใจว่าจะไปใช้สิทธิหรือไม่ เพราะเหตุผลหนึ่งของการไม่ออกไปใช้สิทธิก็คือเหตุผลของความไม่รู้และไม่พร้อมในเรื่องที่ต้องตัดสินใจ เป็นเหตุให้ไม่เห็นความสำคัญของการออกไปใช้สิทธิ

ยิ่งไปกว่านั้น การไม่มีข้อมูลเพียงพอนั้น หากสามารถทำให้ได้คำตอบว่ากลุ่มสถานภาพของคนในสังคม หมายถึง เพศใด อายุใด หรือการศึกษาใด ที่ตอบว่าไม่มีข้อมูลเพียงพอมากกว่ากัน ก็ยิ่งจะทำให้เห็นแนวโน้มของการไปใช้สิทธิของคนต่างสถานภาพกันชัดเจนยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ เพราะจากการศึกษาถึงการออกไปใช้สิทธิของกลุ่มคนในสถานภาพต่างๆ นั้น พบว่ามีการออกไปใช้สิทธิออกเสียงที่ต่างกัน การได้ข้อมูลว่ากลุ่มคนสถานภาพใดมีแนวโน้มจะไม่ออกไปใช้สิทธิ คนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้มีการปรับกลยุทธ์ที่ทำให้กลุ่มคนเหล่านั้นออกไปใช้สิทธิของพวกเขา

หากเราแบ่งกลุ่มของคนตามสถานภาพเพื่อวิเคราะห์การออกไปใช้สิทธิออกเสียงอย่างง่ายที่สุดก็คงจะเป็นการแบ่งตามกลุ่มอายุ

ซึ่งผลการศึกษาการมีส่วนร่วมทางการเมืองตามกลุ่มอายุคนในสังคมแล้ว ก็จะพบว่าความแตกต่างที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ คนกลุ่มหนุ่มสาวจะออกไปมีส่วนร่วมทางการเมืองหรือไปใช้สิทธิออกเสียงในระดับที่น้อยกว่าคนที่มีอายุมาก

เหตุผลที่มาจากข้อสรุปการศึกษาในหลายๆ ประเทศที่ได้ให้ไว้กับความแตกต่างในการมีส่วนร่วมทางการเมืองของคนต่างวัย ก็คือการมีประสบการณ์กับการได้มาซึ่งประชาธิปไตยของประเทศและส่วนตัวของคนในสังคมนั้น ซึ่งต้องยอมรับว่าสำหรับคนกลุ่มผู้สูงวัยในหลายๆ ประเทศ การได้มาซึ่งประชาธิปไตยเป็นการได้มาจากการต่อสู่ของคนในสังคม และในการต่อสู้เพื่อให้ได้มานั้นก็ได้เกิดการเรียนรู้และความเข้าใจถึงสิ่งที่เรียกว่าประชาธิปไตยเกิดขึ้นไปพร้อมๆ กัน ดังนั้นสำหรับผู้สูงวัยแล้วการมีส่วนร่วมทางการเมืองหรือการออกไปใช้สิทธิออกเสียงในการเลือกตั้งหรือประชามติ จึงเป็นสิ่งเน้นย้ำถึงความหวงแหนและให้ความสำคัญกับสิ่งที่ต่อสู้มา

อีกคำอธิบายหนึ่งนอกจากความแตกต่างของช่วงวัยหรือช่วงอายุแล้ว การมีประสบการณ์กับช่วงเหตุการณ์ทางการเมืองที่ทำให้เกิดความรู้สึกเบื่อการเมืองหรือไม่อยากจะมีส่วนร่วมในทางการเมืองของคนในสังคมก็เป็นคำอธิบายหนึ่งของการจะไปมีส่วนร่วมทางการเมืองหรือไปใช้สิทธิออกเสียงได้เช่นกัน ซึ่งคำอธิบายนี้ก็ได้จากการศึกษาของการไปใช้สิทธิลดลงของคนแคนาดาที่ไปใช้สิทธิลดลงในการเลือกตั้งทั่วไปที่เกิดขึ้นไม่นานนี้ โดยการศึกษาพบว่าเกิดจากการลดลงของความสนใจในการเมืองของคนในประเทศ

ดังนั้น ในช่วง 3 อาทิตย์ที่เหลือก่อนวันลงประชามตินี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการทำประชามติในครั้งนี้ นอกจากควรที่จะต้องให้ความสนใจกับการให้ข้อมูลที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญและคำถามของ สนช. เพราะหลายคนยังตอบว่ายังคงมีข้อมูลไม่เพียงพอแล้ว กกต.และหน่วยงานเหล่านี้ควรจะต้องทำการรณรงค์ให้คนรู้และอยากที่จะออกมาใช้สิทธิในวันที่ 7 ส.ค.อีกด้วย

เพราะไม่แน่ว่าหากมีคำถามในโพลที่ใดที่หนึ่งแสดงออกมาว่าคนยังคงไม่รู้ว่าการลงประชามติจะเกิดขึ้นในวันไหน หรือคนในบางวัยหรือช่วงอายุไม่ได้สนใจและยังเป็นกลุ่มคนที่มีแนวโน้มว่าจะไม่ออกไปใช้สิทธิแล้วนั้น ผลการลงประชามติที่ออกมาจากการที่มีคนที่ไม่ใช่คนส่วนมากเป็นผู้ตัดสิน อาจนำไปสู่คำถามของความชอบธรรมที่มักจะเกิดขึ้นหลังวันลงประชามติอยู่เสมอ

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69