
งบ'54 สารเร่งโตภท. ผ่านฉลุยไม่มีพลิก
วาระสำคัญที่รัฐบาลห้ามเพลี่ยงพล้ำเด็ดขาด คือ การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 วงเงิน 2.07 ล้านล้านบาท ที่จะมีขึ้นในวันที่ 18-19 ส.ค.
วาระสำคัญที่รัฐบาลห้ามเพลี่ยงพล้ำเด็ดขาด คือ การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 วงเงิน 2.07 ล้านล้านบาท ที่จะมีขึ้นในวันที่ 18-19 ส.ค.
โดย......ทีมข่าวการเมือง
การพิจารณานัดนี้อยู่ในวาระ 23 ที่สภาผู้แทนราษฎรต้องลงมติให้ความเห็นชอบเรียงมาตราและทั้งฉบับ หลังจากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ได้พิจารณาเสร็จแล้ว โดยปรับลดงบในวงเงิน 3.34 หมื่นล้านบาท ก่อนจะเกลี่ยไปยังกระทรวงต่างๆ
หากไม่พลิกโผ สภาลงมติเห็นชอบทั้งฉบับ ขั้นตอนต่อไปก็จะส่งต่อให้วุฒิสภาพิจารณาพอเป็นพิธี เพราะไม่มีอำนาจแก้ไขใดๆ
จากนั้นกระบวนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณก็จะเสร็จสมบูรณ์รอลงราชกิจจานุเบกษาบังคับใช้เป็นกฎหมาย เม็ดเงินต่างๆ ที่จัดสรรในโครงการผ่านกรม กอง กระทรวง ตามจังหวัดต่างๆ หรือรัฐวิสาหกิจ ที่ถูกกำหนดในกฎหมายงบประมาณก็จะกระจายลงพื้นที่
แต่ถ้ากฎหมายงบประมาณไม่ผ่านสภา ตามธรรมเนียม รัฐบาลก็ต้องแสดงความรับผิดชอบ เช่น นายกฯ อภิสิทธิ์ลาออก หรือยุบสภา เพราะนี่เป็นกฎหมายการเงินที่เป็นหัวใจสำคัญในการบริหารงานของรัฐบาล
ความสำคัญจึงอยู่ที่การคุมเสียงของรัฐบาลอภิสิทธิ์...
เป็นที่รู้กันว่า รัฐบาลผสม 7 พรรค มีเสียงปริ่มน้ำ จนเกิดปัญหาสภาล่มบ่อยครั้ง
รัฐบาลอภิสิทธิ์มีเสียงรวมอยู่ที่ 260-270 เสียง ส่วนฝ่ายค้าน ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย พรรคประชาราช กลุ่มเพื่อแผ่นดิน รวมกันประมาณ 200 เสียงต้นๆ
แต่การลงมติกฎหมายงบประมาณ ตามรัฐธรรมนูญห้ามมิให้ สส. ที่นั่งคร่อมเก้าอี้รัฐมนตรีใช้สิทธิลงมติ เพราะเข้าข่ายผลประโยชน์ขัดกัน ทำให้เสียงของรัฐบาลจะขาดหายไปทันที 23 เสียง รัฐบาลจึงมีเสียงห่างฝ่ายค้านเพียง 20-30 กว่าเสียง
ค่อนข้างอันตราย!
แม้ว่าหลักเกณฑ์ในการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณนั้นให้ใช้เสียงข้างมาก ไม่ต้องขึงตึงเหมือนการลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวน สส. ในสภา แต่การที่ สส. ที่เป็นรัฐมนตรีลงคะแนนร่างกฎหมายงบประมาณไม่ได้ จึงบีบหัวใจบิ๊กรัฐบาลยิ่งนัก
เสียงรัฐบาลชุดนี้มีความผันผวน ไม่แน่นอน ซึ่งให้การผ่านกฎหมายงบต้องลุ้นระทึกต่างจากมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ประการแรก พรรคเพื่อแผ่นดินที่แตกกระจุยกระจาย อยู่ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล สส.บางส่วนเหยียบเรือสองแคมอยู่หลายก๊กจนเช็กเสียงที่แท้จริงไม่ได้ว่า ก๊กไหนมี สส.เท่าไร เสียงรัฐบาลที่แท้จริงมีแค่ไหน
ประการที่สอง มีข่าวว่าฝ่ายค้านแก้เกมกลับโดยตีท้ายครัว ดูดก๊กเพื่อแผ่นดินบางส่วนหวังล้มร่างกฎหมายงบประมาณ สู้กับกระแสข่าวที่ว่าพรรคภูมิใจไทยซื้อตัว สส.เพื่อไทย ด้วยตัวเลขหลัก 8 เพื่อให้มาสนับสนุนงบ’54
ประการที่สาม พรรคภูมิใจไทยถูกจับตาว่าอาจแก้เผ็ดพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง ที่ตีกลับโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 6.4 หมื่นล้านบาท ของกระทรวงคมนาคม ด้วยการคว่ำงบ’54
อย่าลืมว่าเหตุการณ์สภาล่มเมื่อสัปดาห์ก่อน ต้อนรับการเปิดสภาวันแรก แม้จะมีเหตุจากหลายปัจจัย ไม่ว่าอยู่ในช่วงเทศกาลหยุดยาว สส.จึงเกียจคร้าน แต่ด้านหนึ่งก็เป็นผลพวงจากกรณีโครงการรถเมล์เอ็นจีวีที่พรรคภูมิใจไทยใช้เวทีสภา “ตบหน้า” พรรคประชาธิปัตย์
โครงการรถเมล์เอ็นจีวีนี้ถือเป็นบิ๊กโปรเจกต์ที่พรรคภูมิใจไทยหมายมั่นจะเอาให้ได้ แต่อภิสิทธิ์กระโดดขวางตลอด เกรงจะเกิดข้อครหาทุจริตคอร์รัปชัน
สไตล์ของภูมิใจไทยที่เล่นเกมการเมืองแบบเก่า ถ้าไม่ได้ ก็ต่อรอง กดดัน สร้างความปั่นป่วนในรัฐบาลจนบาดเจ็บสาหัสกันไปข้าง หลายคนจึงเชื่อว่าจะใช้เวทีนี้เอาคืนประชาธิปัตย์อีกครั้ง
เสียงของพรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่มีแค่ 32 แต่ยังมี สส.ฝากเลี้ยงตามพรรคต่างๆ รวมทั้งหมด 54 คน แต่หักแล้ว ที่จะลงคะแนนได้จริงไม่นับประธานสภา และ สส.ที่เป็นรัฐมนตรี มีทั้งหมด 48 เสียง
พรรคภูมิใจไทยจึงยังมีอำนาจต่อรองสูง ขาดเสียงส่วนนี้ไปเมื่อไร กฎหมายงบ’54 ก็แท้งแน่
แต่เอาเข้าจริง พรรคภูมิใจไทยต่างหากที่จะเป็นกำลังหลักผลักดันให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2554 ผ่านสภาให้ได้ เนื่องจากเม็ดเงินที่ฝังอยู่ตามกระทรวงที่พรรคภูมิใจไทยรับผิดชอบ ทั้งคมนาคม มหาดไทย รวมแล้วก็อยู่ในลำดับต้นๆ ของพรรคร่วมรัฐบาลที่ได้รับการจัดสรรมากที่สุดในร่างงบประมาณฉบับนี้
โดยเฉพาะในการเกลี่ยงบรอบสุดท้ายของคณะกรรมาธิการวิสามัญร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ที่ปรับลดวงเงิน 3.34 หมื่นล้านบาท และนำไปโปะให้กับกระทรวงมหาดไทยคมนาคม แบบอู้ฟู่จนหลายพรรคยังอิจฉา
กระทรวงคมนาคมได้ 4,700 ล้านบาท กระทรวงมหาดไทย 8,900 ล้านบาท รวมแล้วเกือบครึ่งของวงเงินปรับลด!!
เฉพาะ “กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น” รับไปเน็ตๆ 8,100 ล้านบาท
งบก้อนนี้ที่ฝ่ายค้านออกมาโวยว่า กระจุกตัวเฉพาะเขตของพรรคภูมิใจไทย โดยเป็นการจัดสรรให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ในเครือข่ายพื้นที่สีน้ำเงิน เช่น ปทุมธานี พะเยา ลพบุรี เลย สุรินทร์ ศรีสะเกษ
ส่วนจังหวัดที่เป็นพื้นที่สีแดงของเพื่อไทย เช่น เชียงใหม่ ชลบุรี เชียงราย อุดรธานี ไม่ได้รับงบปรับลดแม้แต่น้อยนิด
เป็นประเด็นหลักที่ฝ่ายค้านเตรียมแฉในสภาว่า เอางบมาล่อซื้อ สส. ให้ย้ายพรรค มีการแบ่งเปอร์เซ็นต์กันในระดับท้องถิ่นและ สส. ใครเป็นพวกก็ได้ไปเต็มๆ ใครไม่ใช่พวกก็อดอยากปากแห้ง
งบ’54 จึงเป็นสารที่ช่วยให้พรรคภูมิใจไทยเร่งโตขึ้น ทั้งงบลงทุนในโครงการหาเสียงทั้งหลายของสองกระทรวงหลัก และงบส่วนหลังที่เร่ขายดึง สส. เข้าพวก
ไม่แปลกที่แกนนำภูมิใจไทยจะออกมาเรียงหน้าสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ’54
เพราะหากกฎหมายตัวนี้ถูกคว่ำเมื่อไร ไม่เฉพาะหายนะจะมาเยือนพรรคประชาธิปัตย์ แต่พรรคภูมิใจไทยก็จะตายหมู่ด้วย
เวลานี้ไม่มีพรรคไหนพร้อมเลือกตั้ง นอกจากทักษิณที่ใช้พรรคเพื่อไทยและเสื้อแดงกดดันให้รัฐบาลยุบสภา
“ภูมิใจไทยประชาธิปัตย์” ต้องการอยู่ในอำนาจให้นานที่สุดเพื่อให้นโยบายออกดอกออกผลมากกว่านี้ และเร่งใช้งบประมาณ รอประมูลโครงการยักษ์อีกมากที่รออยู่
เลือกตั้งวันนี้ ก็ยังแพ้เพื่อไทย แล้วจะไปคว่ำงบ’54 ที่เป็นเครื่องมือสะสมทุนให้เร่งโตทำไม...







