
คลังห่วงภัยฟินเทค
คลัง-ธปท. ประกาศหนุนฟินเทค หวังเป็นช่องทางให้คนเข้าถึงการเงินมากขึ้น ห่วงมิจฉาชีพฉวยโอกาสหลอกลวงเป็นแชร์ลูกโซ่
คลัง-ธปท. ประกาศหนุนฟินเทค หวังเป็นช่องทางให้คนเข้าถึงการเงินมากขึ้น ห่วงมิจฉาชีพฉวยโอกาสหลอกลวงเป็นแชร์ลูกโซ่
นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง เปิดเผยว่า การใช้เทคโนโลยีควบคู่กับผลิตภัณฑ์การเงิน (ฟินเทค) เป็นทางเลือกของผู้ประกอบการและนักลงทุนในช่วงดอกเบี้ยต่ำ หลีกเลี่ยงไม่ได้แต่ต้องควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ดูแลอยู่แล้ว เช่น การระดมทุนผ่านระบบออนไลน์ (คราวด์ฟันดิ้ง) ให้เริ่มทำในขนาดเล็กก่อน
“ฟินเทคมีประโยชน์แต่ก็สร้างความเสียหายได้ด้วย ห่วงว่าจะมีมิจฉาชีพอาศัยโครงการฟินเทค มาหลอกระดมทุนจากประชาชน โดยนำผลตอบแทนสูงมาหลอกล่อให้คนไปลงทุนเหมือนแชร์ลูกโซ่ แต่
ไม่ได้นำเงินไปลงทุนจริง ในที่สุดนักลงทุนรุ่นแรกๆ ก็ได้เงินไป แต่นักลงทุนที่มาทีหลังไม่ได้เงินคืน คราวด์ฟันดิ้งต้องดูไม่ให้มีการหลอกลวงผู้บริโภคเหมือนในบางประเทศ ที่สร้างความเสียหายไปแล้วกว่า 7,600 ล้านเหรียญสหรัฐ จึงต้องมีกฎการกำกับดูแลที่เหมาะสมค่อยๆ ทำและเรียนรู้ไป” นายวิสุทธิ์ กล่าว
สำหรับกฎหมายที่รัฐบาลเตรียมจะผลักดันออกมาเพื่อหนุนฟินเทคนั้น ขณะนี้กำลังให้ ธปท.ดูเรื่องการให้กู้ยืมระหว่างบุคคลต่อบุคคล ส่วน ก.ล.ต.จะดูเรื่องคราวด์ฟันดิ้ง ที่จะทำให้ผู้ประกอบการ
มีทางเลือกเพิ่มเติมมากขึ้น ต้องไปผ่านระบบธนาคารพาณิชย์ตามปกติ คือ การสามารถกู้ยืมกันได้โดยตรง และความสนใจเข้าร่วมลงทุนของนักลงทุนเอง เป็นต้น
นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า พร้อมให้การสนับสนุนสถาบันการเงินทำธุรกิจฟินเทค ธปท.กำลังปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงิน และแก้ไขกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องให้ยืดหยุ่นขึ้น เช่น การเพิ่มสมาชิกเครดิตบูโร เปิดโอกาสให้ธุรกิจอื่นเข้ามาเป็นสมาชิกได้ด้วย โดยรายละเอียดทั้งหมดจะสามารถประกาศใช้ได้ภายในไตรมาส 4 ปีนี้
นางจารุพรรณ อินทรรุ่ง ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและพัฒนาธุรกิจตัวกลาง ก.ล.ต. กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างทบทวนกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจฟินเทค เช่น กำหนดทุนจดทะเบียนในการจัดตั้งธุรกิจและขอใบอนุญาต โดยจะปรับลดลงมาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับรูปแบบธุรกิจแต่ละประเภท ในขณะที่การระดมทุนผ่านคราวด์ฟันดิ้ง มีผู้ประกอบการขอให้ ก.ล.ต.ขยายเพดานลงทุนของนักลงทุนรายย่อยให้มากกว่า 5 หมื่นบาท/ราย และลดเงื่อนไขคุณสมบัติของนักลงทุนที่ไม่ใช่รายย่อยลง เพื่อให้ระดมทุนได้กว้างขึ้น
ก.ล.ต.ยังมีแนวคิดให้บริษัทขนาดใหญ่มาขอใบอนุญาต ซึ่งครอบคลุมทุกธุรกิจ (Umbrella Sandbox) และให้ FinTech Startup มาใช้ใบอนุญาตร่วมกันได้







