
เปิดแผนออกแบบริมฝั่งเจ้าพระยา เน้นวัฒนธรรม-ท่องเที่ยว-ย้ายชุมชนรุกล้ำ
การพัฒนาพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตลอดระยะทางยาว 57 กิโลเมตร (ช่วงสะพานพระราม 7-บางกะเจ้า)
โดย...วิรวินท์ ศรีโหมด
การพัฒนาพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตลอดระยะทางยาว 57 กิโลเมตร (ช่วงสะพานพระราม 7-บางกะเจ้า) เป็นหนึ่งโครงการใหญ่ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งให้กระทรวงมหาดไทย และเจ้าของพื้นที่อย่าง กรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกันดำเนินการ โดยขณะนี้เตรียมดำเนินโครงการนำร่องระยะทาง 14 กิโลเมตร (ช่วงสะพานพระราม 7-สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า) อยู่ระหว่างขั้นตอนการศึกษาออกแบบของทางสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ซึ่งเข้ามารับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาโครงการ
ทว่า ช่วงการศึกษาออกแบบที่ผ่านมา มีเสียงท้วงติงจากสังคมถึงเรื่องประโยชน์การใช้สอย ผลกระทบต่อชุมชน และทรัพยากรริมฝั่งแม่น้ำว่าจะมีมากน้อยเพียงใด ทีมที่ปรึกษาโครงการได้ตั้งโต๊ะแถลงเมื่อวันที่ 21 ก.ค. ชี้แจงความคืบหน้าโครงการต่อสังคม
สกุล ห่อวโนทยาน ผู้จัดการโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา อธิบายว่า โครงการนี้สร้างขึ้นเพื่อต้องการพัฒนาภูมิทัศน์และเชื่อมระหว่างมรดกทางวัฒนธรรมริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาให้ประชาชนเข้าถึง ซึ่งตลอดระยะเวลาการออกแบบ 7 เดือนที่ผ่านมา ทีมงานได้ทำงานร่วมกับกรมศิลปากร ในการลงพื้นที่ไปพูดคุยกับ 33 ชุมชนริมฝั่งเจ้าพระยาที่โครงการผ่านอยู่ตลอด เนื่องจากต้องการให้ความสำคัญวิถีชีวิตชุมชนเพื่อให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมเดิมที่มีอยู่
ขั้นตอนการศึกษาออกแบบขณะนี้คืบหน้าไปมาก โดยจะแล้วเสร็จตั้งแต่เดือน ส.ค.นี้ คาดว่าจะเสร็จทันช่วงส่งมอบงานให้ กทม.ปลายเดือน ก.ย. ส่วนเรื่องงบประมาณการจัดสร้างขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ แต่จะทราบผลแน่ชัดช่วงเดือน ก.ย.
ประเด็นการออกแบบด้านวิศวกรรมที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะกระทบกับการไหลของน้ำหรือไม่นั้น สกุล ชี้แจงว่า จากการศึกษาวิจัยของผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ผลการศึกษาบางจุดจะมีการใช้เสารูปแบบกลมขนาด 80 เซนติเมตร ปักลงไปในแม่น้ำเพื่อที่จะทำให้ไม่กระทบกับการไหลของน้ำ เพราะถ้าบางจุดใช้เสารูปทรงเหลี่ยมอาจมีผลต่อการไหลของน้ำและตลิ่งได้ ขณะที่การแก้ปัญหาน้ำขังบริเวณหลังเขื่อน ได้มีการออกแบบให้จุดปล่อยน้ำแต่ละที่ไม่เหมือนกัน และจะเชื่อมการปล่อยน้ำเสียให้เข้าสู่ระบบของ กทม.ด้วย นอกจากนี้โครงการดังกล่าวยังออกแบบเพื่อป้องกันดินสไลด์จากภัยพิบัติด้วย
“หากชุมชนบริเวณใดที่รุกล้ำลงไปในแม่น้ำมาก ทางทีมออกแบบจะประเมินร่วมกับกรมศิลปากร เพื่อพิจารณาว่าพื้นที่ใดควรต้องย้ายออกหรือไม่ โดยพิจารณาจากความสำคัญคุณค่าทางวัฒนธรรมของแต่ละชุมชน แต่ถ้าพื้นที่ใดพิจารณาว่าควรให้ย้ายออกทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จะลงไปเยียวยาช่วยเหลือ” ผู้จัดการโครงการ กล่าว
อันธิกา สวัสดิ์ศรี รองผู้จัดการและโฆษกโครงการ กล่าวเสริมว่า การดำเนินโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาระยะแรก 14 กิโลเมตรนี้ ได้ออกแบบไว้ 12 แผนย่อย ประกอบด้วย 1.โครงการนี้ต้องพัฒนาพื้นที่ชุมชนให้เข้ามามีกระบวนการส่วนร่วม ฟื้นฟู อนุรักษ์วัฒนธรรมในอดีต เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในการเรียนรู้ 2.งานพัฒนาจุดหมายตามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ต้องคงรูปแบบของพิพิธภัณฑ์ สวนสาธารณะ ศาสนสถาน พระราชฐานพิเศษ ศูนย์ศิลปะมรดกของเจ้าพระยาให้คงอยู่ โดยจะปรับรูปแบบทางเดินให้เข้ากับสภาพแวดล้อม
3.การพัฒนาท่าเรือจะต้องทำให้เป็นจุดเชื่อมต่อการสัญจรทางน้ำที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้สะดวก ปลอดภัย 4.การพัฒนาปรับปรุงเส้นทางการเข้าถึงพื้นที่ ตามตรอก ซอย ทางเดินเท้า ให้เชื่อมต่อริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา 5.การจัดทำทางเดินริมน้ำจะต้องเชื่อมต่อกับพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรมริมฝั่งเจ้าพระยาเข้าด้วยกัน 6.ปรับปรุงซ่อมแซมภูมิทัศน์ของเขื่อนริมฝั่งให้สวยงามไม่เป็นทัศนอุจาด
7.พัฒนาศาลาท่าน้ำให้เป็นจุดพักผ่อน 8.จัดทำพื้นที่สาธารณะให้รองรับการใช้ประโยชน์ต่างๆ เช่น ศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยว จุดบริการจักรยาน เป็นต้น 9.พัฒนาพื้นที่ศาสนสถาน 10.พัฒนาพื้นที่แนวคูคลองประวัติศาสตร์ 11.พัฒนาพื้นที่นันทนาการและสวนสาธารณะริมน้ำให้ประชาชนใช้ประโยชน์ รวมถึงแก้ปัญหาน้ำขัง น้ำเน่าเสียหลังเขื่อนให้เชื่อมต่อไปยังระบบท่อรวบรวมน้ำเพื่อส่งไปบ่อบำบัด และ 12.มีสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำ 2 จุด คือ บริเวณชุมชนสะพานพิบูลฝั่งซ้าย ข้ามไปยังท่าเรือวัดฉัตรแก้วจงกลณี ฝั่งธนบุรี และบริเวณห้างแม็คโคร สามเสน ข้ามไปยังท่าทราย จรัญสนิทวงศ์ 84 นอกจากนี้จะปรับปรุงทางเดินเท้า ทางจักรยานที่มีอยู่เดิมให้ปลอดภัย เช่น สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า สะพานพระราม 8 เป็นต้น
รองผู้จัดการโครงการ กล่าวอีกว่า การดำเนินการต่อไปก่อนที่จะส่งมอบโครงการให้ทาง กทม.จะลงพื้นที่ไปสอบถามความคิดเห็นของประชาชนรอบ 3 ครั้งสุดท้ายช่วงต้นเดือน ก.ย. ส่วนข้อเสนอที่ผ่านมาผู้ออกแบบได้นำมาพิจารณาประกอบการปรับปรุงให้เข้ากับรูปแบบ
สำหรับความสูงของเขื่อนริมเจ้าพระยาจะปรับให้เท่ากันที่ระดับความสูงจากผิวน้ำเฉลี่ยที่ 2.70 เมตร ขณะที่ทางเดินริมฝั่งจะอยู่ต่ำกว่าเขื่อนประมาณ 1.20-1.30 เมตร ส่วนความกว้างทางจะอยู่ที่ประมาณ 5-10 เมตร เพื่อให้ผู้คนได้สัญจร ทำกิจกรรมได้สะดวก







