posttoday
บทเรียนความขัดแย้งทั่วโลก อดัม คาเฮน ร่วมหาทางออกให้ลูกหลานไทย

บทเรียนความขัดแย้งทั่วโลก อดัม คาเฮน ร่วมหาทางออกให้ลูกหลานไทย

15 สิงหาคม 2553

เรากำลังเผชิญและต่อสู้กับปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้น เป็นปัญหาใหม่ที่เกิดจากคนเล็กๆ ในสังคมที่ไม่มีเสียงมาก่อน ซึ่งเป็นปัญหาที่ยุ่งยากขึ้น มีพลวัตสูงขึ้น มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา....

เรากำลังเผชิญและต่อสู้กับปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้น เป็นปัญหาใหม่ที่เกิดจากคนเล็กๆ ในสังคมที่ไม่มีเสียงมาก่อน ซึ่งเป็นปัญหาที่ยุ่งยากขึ้น มีพลวัตสูงขึ้น มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา....

โดย...พิเชษฐ์ ชูรักษ์

เหตุการณ์ความขัดแย้งเกิดขึ้นอยู่ทั่วโลก ไม่ได้รับการยกเว้นแม้ประเทศไทย ที่รู้จักกันในนาม “สยามเมืองยิ้ม” เป็นความขัดแย้งที่มีพลวัตมาเป็นลำดับ  และสังคมไทยก็เพิ่งผ่านพ้นโศกนาฏกรรมทางการเมืองมาสดๆ ร้อนๆ เมื่อช่วงเดือน เม.ย.- พ.ค. ปี 2553 ด้วยเพราะความเห็นต่าง คิดต่าง และอุดมการณ์ทางการเมืองแตกต่างกัน จึงติดอาวุธฆ่าแกงกันกลางเมือง

อีกทั้งประเทศไทยยังคงเผชิญความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  ซึ่งกล่าวได้ว่าไม่ได้แตกต่างจากพื้นที่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอยู่ในแทบทุกมุมโลก

บทเรียนความขัดแย้งทั่วโลก อดัม คาเฮน ร่วมหาทางออกให้ลูกหลานไทย อดัม คาเฮน

กลุ่มบุคคลคณะเล็กๆ เลิกตั้งคำถาม เมื่อไหร่ปัญหาความขัดแย้งในบ้านเราจะจบเสียที? -- แต่ได้ยื่นมือออกมาร่วมแสวงหาทางออก ด้วยการเชิญ อดัม คาเฮน นักสร้างกระบวนการแก้ปัญหาความขัดแย้งระดับโลก มาร่วมสัมมนาในหัวข้อ “เราจะส่งมอบประเทศไทยแบบไหนให้ลูกหลาน” ในวันที่ 16 ส.ค. 2553 เวลา 14:00 – 16:30 น. ณ อาคารพฤกษชาติพระทรงชัย สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ

คาเฮนจะถอดบทเรียนการแก้ปัญหาความขัดแย้งจากทั่วโลก ที่เขามีโอกาสไปมีส่วนร่วม

อาทิ แอฟริกาใต้ คาเฮนเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสร้างความปรองดองให้กับชาวแอฟริกาใต้ในการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมประชาธิปไตย ภายหลังการสิ้นสุดของยุคแบ่งแยกสีผิว

ไปเข้าร่วมสร้างกระบวนการคลี่คลายปัญหาที่โคลัมเบีย  ประเทศที่เผชิญความขัดแย้งระหว่างทหาร กลุ่มผู้ค้ายาเสพติด กองโจรฝ่ายซ้ายและกองกำลังรักษารักษาความมั่นคงฝ่ายขวา  ความขัดแย้งในแคว้นบาสก์ ประเทศสเปน  สงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกัวเตมาลา  ปัญหาช่วงวิกฤตเศรษฐกิจในอาร์เจนติน่า ฯลฯ

อดัม คาเฮน ให้สัมภาษณ์พิเศษ “โพสต์ทูเดย์” ในช่วงเวลาสั้นๆ ขณะเขาว่างเว้นจากการแลกเปลี่ยนพูดคุยกับผู้คนจากหลายกลุ่มในสังคมไทย

เนื้อหาต่อไปนี้เป็นบทเรียนคร่าวๆ ที่อดัมสรุปใจความสภาพความขัดแย้งที่ผ่านมา รวมถึงความเป็นไปๆได้ที่ตัวเขาจะสร้างกระบวนการส่งมอบประเทศไทยให้ลูกหลาน

-ภาพรวมความขัดแย้งทั่วโลกในรอบ 10 ปีมานี้มีความแตกต่างกันอย่างไร

ผมคิดว่าปัญหาการจับกุมผู้อพยพในประเทศอังกฤษ มันทำให้มีเสียงของเล็กๆ คนเหล่านี้ขึ้นในสังคม จากที่ไม่เคยได้ยิน ซึ่งเป็นเทรนด์แรกที่มีเสียงของคนเล็กๆ เกิดขึ้นในสังคมโลก เป็นการลดอำนาจของกลุ่มมีบรรดาศักดิ์ในสังคม ซึ่งเรียกว่าเป็นการปฏิวัติประชาธิปไตย ขณะเดียวกันผมก็เห็นว่าความเป็นประชาธิปไตยทำให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่มันก็แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของระบบชนชั้นหรือผู้มีบรรดาศักดิ์ในสังคม

เทรนด์ต่อมา เรากำลังเผชิญและต่อสู้กับปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้น เป็นปัญหาใหม่ที่เกิดจากคนเล็กๆ ในสังคมที่ไม่มีเสียงมาก่อน ซึ่งเป็นปัญหาที่ยุ่งยากขึ้น มีพลวัตสูงขึ้น มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้เห็นว่า ปัญหาที่ยุ่งยากขึ้น ไม่สามารถใช้วิธีการเดิมๆ ในการแก้ไขได้อีกต่อไป หรือไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

-ความขัดแย้งระหว่างปัญหาทางการเมือง ปัญหาชนชั้นและการก่อการร้าย ปัญหาใดมีแนวโน้มเกิดขึ้นมากกว่ากัน

ผมก็ไม่ทราบว่าปัญหาไหนจะมีมากกว่ากัน แต่มันเกี่ยวเนื่องกันทั้ง  3 ปัญหา ผมจะเพิ่มให้ก็คือปัญหาสิ่งแวดล้อมกำลังเป็นวิกฤตโลก แต่ไม่ค่อยมีคนพูดถึงมากนัก  ซึ่งปัญหาที่ว่ามานี้ไม่สามารถใช้วิธีการเดิมๆ ในการแก้ไขได้อีกต่อไป โดยเฉพาะการแก้เป็นชิ้น ๆ แก้จากบนลงล่าง แต่วิธีใหม่ ต้องแก้เป็นระบบ สร้างการมีส่วนร่วมและใช้วิธีการที่สร้างสรรค์ ด้วยการเชิญทุกภาคที่เป็นผู้มีส่วนได้เสียเข้ามาร่วมแก้

บทเรียนความขัดแย้งทั่วโลก อดัม คาเฮน ร่วมหาทางออกให้ลูกหลานไทย

-คุณสรุปชัดๆ ได้ไหมว่าปัญหาการก่อการร้ายกับความขัดแย้งทางการเมืองอันไหนมีแนวโน้มมากกว่ากัน

ใช่…ปัญหาก่อการร้ายอาจมีความรุนแรงมากกว่า แต่ผมคิดว่า ปัญหาทางการเมืองก็ทำลายศักยภาพของคนที่จะต่อสู้และมีส่วนร่วมในสังคมได้มากเช่นกัน ประเด็นก็คือเราจะทำให้ตัวเองแข็งแรงพอในการแก้ปัญหาความขัดแย้งนั้นหรือเปล่า โดยเฉพาะการสร้างการมีส่วนร่วม เหมือนที่เรากำลังทำอยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ และจะแก้อย่างไรให้เป็นไปโดยวิธีการสันติวิธี

“ทั้งปัญหาการเมือง ปัญหาสังคม มันสะท้อนว่าคนเราอ่อนแอในการอยู่กับปัญหาหรือเป็นการหลีกเลี่ยงปัญหานั่นเอง ซึ่งจะทำให้การแก้ปัญหายิ่งยากเข้าไปอีก ถ้าเป็นปัญหาเชิงการเมือง ผมคิดว่าควรกังวลเรื่องการเคลื่อนตัวขององค์กรทางการเมือง เช่น ปัญหาการคอร์รัปชัน และอื่นๆ”

-คุณคิดว่านักการเมืองส่วนใหญ่คือตัวปัญหาหรือเปล่า

นักการเมืองส่วนใหญ่มักอ้างว่ามีการคุกคามจากภายนอก เพื่อปกปิดความอ่อนแอภายใน ผมคิดว่านักการเมืองในบางประเทศก็ดี คือ ไม่หนีปัญหา พร้อมที่จะแก้ปัญหา เพราะเขามีอำนาจ แต่มันขึ้นอยู่กับการใช้อำนาจนั้นอย่างไร

-ทำไมคุณคิดว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ได้รับการกล่าวถึงมากนัก

ก็มีการกล่าวถึง เช่นที่ไปทะเลาะกันที่โคเปนเฮเก้น แต่แก้ไม่ได้ เพราะมันแก้ยาก เหมือนกับการแก้ปัญหาอื่นๆ ที่มีความขัดแย้งเชิงผลประโยชน์ ซึ่งในพ็อกเก็ตบุ้คเล่มใหม่ของผมเรื่อง Power & Love (พลังรัก พลังอำนาจ-เปิดตัวฉบับแปลภาษาไทยโดยอดัม คาเฮน วันที่ 16 ส.ค. 2553 เวลา 13:00 – 14:00 น. ห้องพอหทัยพิกุล อาคารพฤกษชาติพระทรงชัย สถาบันวิชาการป้องกันประเทศวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร) ก็บอกไว้ว่า ผลประโยชน์ส่วนตนจะมีมากกว่าผลประโยชน์ของส่วนรวม “ซึ่งมันจะแก้ได้ก็ต่อเมื่อมีพลังอำนาจและพลังความรัก”

-ก่อนเดินทางมาคุณรับรู้ปัญหาความขัดแย้งในเมืองไทยมากน้อยแค่ไหน

ผมรู้ไม่มาก ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญ ก็แค่อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์  ปัญหาลึกๆ ไม่รู้มาก แต่ต้องเข้าใจผมว่า ผมไม่ใช่นักแก้ปัญหา ผมมาถอดบทเรียนที่ผมไปประสบมาจากหลายประเทศทั่วโลกให้คุณฟัง และจะหาทางสร้างกระบวนการในการแก้ปัญหาในเมืองไทยมากกว่า

“เรื่องเมืองไทยผมแสดงความเห็นไม่ได้มาก แต่ธรรมชาติของปัญหาทั่วโลกจะคล้ายๆ กัน หรือมีสิ่งที่เหมือนๆ กันอยู่ มันเหมือนการจัดแฟชั่นโชว์ที่ฝรั่งเศส มีทั้งเหมือนและต่างกันกับที่อื่นๆ ปัญหาในเมืองไทยอาจไม่เหมือนใคร แต่ก็มีเหมือนที่อื่นๆ มี จริงๆ ปัญหาทุกที่มีจุดเหมือนและจุดต่าง

ในหนังสือเล่มใหม่ของผม พยายามสรุปในสิ่งที่ประสบความสำเร็จ สิ่งที่ดี ที่ผมพบมาในรอบ 20 ปี ผมได้ประสบการณ์การเรียนรู้จากความล้มเหลวและความสำเร็จ แม้ผมจะได้เรียนรู้จากความล้มเหลวมากกว่า ผมจึงถอดประสบการณ์มาเป็นบทเรียน ทั้งที่สำเร็จและไม่สำเร็จออกมา”

ความสำเร็จและความล้มเหลวที่คละเคล้ากันไปตามที่เล่ามา ครั้งหนึ่งทำให้อดัม คาเฮน มองเห็นถึงสาเหตุที่ทำให้ปัญหาถึงทางตัน และวิธีการที่ทำให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาหาทางออกร่วมกันอย่างได้ผล โดยปราศจากความรุนแรง

ระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่คาเฮนได้ร่วมแลกเปลี่ยน เรียนรู้ปัญหาความขัดแย้งของสังคมไทย ผ่านนักคิด นักวิชาการ กลุ่มคนสีเขียว สีเหลือง สีแดง ฯลฯ และอาจต้องใช้เวลาอีกระยะในการค้นหากระบวนการ อันจะเป็นเครื่องมือสำหรับการส่งมอบประเทศไทยให้ลูกหลานในอนาคตต่อไป

********************************

ประวัติ อดัม คาเฮน

อดัม คาเฮน เป็นหุ้นส่วนของบริษัท Reos Partners ซึ่งเชี่ยวชาญด้านกระบวนการประสานงานเพื่อแก้ปัญหาสังคม และเป็นสมาชิกของสถาบัน Institute for Science, Innovation and Society เป็นส่วนหนึ่งของ Said Business School แห่งมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด

คาเฮน ยังเป็นผู้จัด ผู้ออกแบบ และผู้ประสานงานชั้นนำของกระบวนการต่างๆ ร่วมกับผู้นำในภาคธุรกิจ ภาครัฐ และภาคประชาสังคม เพื่อแสวงหาทางออกให้กับความท้าทายที่หนักหน่วงที่สุดที่สังคมต้องเผชิญ ผ่านการทำงานในโครงการเหล่านี้กว่า 50 ประเทศทั่วโลก มีโอกาสพบปะกับผู้นำจากหลากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารธุรกิจและนักการเมือง ผู้นำกองทัพและผู้นำกองกำลังติดอาวุธ ข้าราชการและสมาชิกสภาพแรงงาน นักเคลื่อนไหวเพื่อสังคม ไปจนถึงนักบวช และศิลปิน

ปี 2004 เขียนพ็อกเกตบุ้คชื่อ Solving Tough Problems หรือ วิธีสร้างปาฏิหาริย์เมื่อสถานการณ์ถึงทางตัน

ในช่วงต้นทศวรรษที่ 90 เป็นหัวหน้าแผนกวางแผนล่วงหน้าด้านสังคม การเมืองเศรษฐกิจ และเทคโนโลยี ของบริษัท รอยัล ดัทช์ เชล ในกรุงลอนดอน ก่อนหน้านี้เคยเป็นนักวิจัยและวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ให้บริษัท Pacific Gas and Electric Company ในซานฟรานซิสโก รวมถึงองค์กรเพื่อการพัฒนาและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (OECD) ในกรุงปารีส

ในปี 1991 และ 1992 อดัม เป็นผู้ประสานงานในโครงการ Mont Fleur Scenario Project ให้แอฟริกาใต้ จากนั้นเข้าร่วมกระบวนการแก้ปัญหาความขัดแย้งในอีกหลายประเทศทั่วโลก

อดัม คาเฮน จบการศึกษาเกียรตินิยมอันดับ 1 ด้านฟิสิกส์ จากมหาวิทยาลับแมคกิล ในนครมอลทรีออล ประเทศแคนาดา และปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์พลังงานและทรัพยากรจากมหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย (เบิร์กเลย์) และปริญญาโทด้านพฤติกรรมศาสตร์ประยุกต์จากมหาวิทยาลัยแบสไทร์ ในนครซีแอทเติล

นอกจากนี้ ยังศึกษาด้านกระบวนการเจรจาจากฮาร์วาร์ด ลอว์ สกูล อดัมสมรสกับโดโรธี คาเฮน และพำนักพร้อมกับครอบครัวอยู่ที่นครเคปทาวน์ แอฟริกาใต้ และมอนทรีออล ในแคนาดา

********************************

กำหนดการงานสัมมนา “เราจะส่งมอบประเทศไทยแบบไหนให้ลูกหลาน” ถอดบทเรียนการแก้ปัญหาความขัดแย้งแอฟริกาใต้, โคลัมเบียและที่อื่นๆ โดย อดัม คาเฮน และ สตีฟ แอ๊ดคินสัน วันที่ 16 ส.ค. 2553 เวลา 14:00 – 16:30 น. ณ อาคารพฤกษชาติพระทรงชัย สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ถนนวิภาวดีรังสิต วันที่ 17 ส.ค. 2553 เวลา 9:30 – 11:30 น. Focus Group การขับเคลื่อนการส่งมอบประเทศไทยให้ลูกหลาน (เฉพาะผู้รับเชิญ) ณ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท