
อัดฉีดซอฟต์โลนเอสเอ็มอีเฟส3
ออมสินนำทีม 18 แบงก์ปล่อยกู้ดอกเบี้ย 4% ใช้เฉพาะเปลี่ยนเครื่องจักร ขยายกิจการ
ออมสินนำทีม 18 แบงก์ปล่อยกู้ดอกเบี้ย 4% ใช้เฉพาะเปลี่ยนเครื่องจักร ขยายกิจการ
ออมสินเตรียมดึงสถาบันการเงินทั้งระบบ ลุยปล่อยกู้ซอฟต์โลนเฟส 3 อีก 3 หมื่นล้านบาท เน้นเปลี่ยนเครื่องจักร ขยายงาน
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารเตรียมลงนามความร่วมมือโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลนต์) เพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องจักรและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสำหรับผู้ประกอบกิจการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ธนาคารออมสินปล่อยกู้ดอกเบี้ย 0.1% ให้กับสถาบันการเงิน 18 แห่ง โดยจะมีการลงนามในข้อตกลงของสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 19 แห่ง รวมธนาคารออมสิน ในวันที่ 21 ก.ค. 2559 เพื่อให้สถาบันการเงินนำไปปล่อยกู้ต่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี อัตราดอกเบี้ย 4% ระยะเวลา 7 ปี ซึ่งมีรูปแบบเหมือนโครงการซอฟต์โลนต์ระยะที่ 1 ที่มีวงเงิน 1 แสนล้านบาท และระยะที่ 2 ที่ปิดโครงการไปเมื่อต้นปีวงเงิน 5 หมื่นล้านบาท
สำหรับซอฟต์โลนระยะที่ 3 นี้ จะมีความแตกต่างจากครั้งแรกที่ปล่อยกู้เอสเอ็มอีเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน และสำหรับนำไปใช้ขยายกิจการ แต่ซอฟต์โลนครั้งนี้จะเป็นสินเชื่อระยะยาว (L/T) สำหรับเอสเอ็มอีใช้เพื่อการลงทุน หรือการต่อเติมเปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการ แต่ไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม เป็นไปตามนิยามของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยผู้กู้ต้องเป็นนิติบุคคลจดทะเบียนในประเทศซึ่งมีบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นเกินกว่า 50% ของทุนจดทะเบียน
ทั้งนี้ ธนาคารออมสินได้กำหนดเงื่อนไขไม่ให้เป็นการปล่อยกู้เพื่อรีไฟแนนซ์หนี้เดิม และห้ามปล่อยกู้เพื่อนำไปซื้อที่ดิน โดยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2559 หรือจนกว่าวงเงินจะถูกจัดสรรหมด หรือแล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน นอกจากนี้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะต้องเบิกวงเงินสินเชื่อภายในเดือน มิ.ย. 2560
“คาดว่าการปล่อยสินเชื่อรอบนี้ ยอดอนุมัติคงจะไม่หมดรวดเร็วเหมือน 2 โครงการก่อน เพราะวัตถุประสงค์ให้กู้ครั้งนี้เพื่อซื้อเครื่องจักร หรือปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อขยายกิจการ” นายชาติชาย กล่าว
สำหรับผลการดำเนินโครงการซอฟต์โลนระยะที่ 1 รอบแรกเมื่อปี 2558 มีวงเงิน 1 แสนล้านบาท กำหนดวงเงินปล่อยกู้ต่อรายสูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาท แต่ยอดเฉลี่ยปล่อยกู้จริงอยู่ที่รายละ 8.5 ล้านบาท หลังจากนั้นเมื่อออกโครงการซอฟต์โลนระยะที่ 2 วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท ในช่วงต้นปี 2559 จึงได้ลดวงเงินปล่อยกู้ต่อรายลง เป็นปล่อยกู้วงเงินสูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท แต่ยอดเฉลี่ยปล่อยกู้ต่อรายจริงอยู่ที่ 5.2 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีผ่านมาตรการต่างๆ เช่น โครงการซอฟต์โลนวงเงิน 1.5 แสนล้านบาท กองทุนร่วมลงทุน (เวนเจอร์ แคปปิตอล ฟันด์) เป็นต้น







