
7สภาวิชาชีพขอรื้อบัตรทอง
สภาวิชาชีพด้านสุขภาพ 7 องค์กร เสนอแก้ไขกฎหมายบัตรทอง ชงแยกเงินเดือนบุคลากรออกจากงบรายหัว
สภาวิชาชีพด้านสุขภาพ 7 องค์กร เสนอแก้ไขกฎหมายบัตรทอง ชงแยกเงินเดือนบุคลากรออกจากงบรายหัว
ภาคีสภาวิชาชีพด้านสุขภาพ ประกอบด้วย แพทยสภา สภาการพยาบาล สภาเภสัชกรรม ทันตแพทยสภา สัตวแพทยสภา สภาเทคนิคการแพทย์ และสภากายภาพบำบัด ได้จัดทำความเห็นร่วมในการเสนอแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
สำหรับข้อเสนอ อาทิ ขอให้ปรับปรุงบทบาทของสำนักเลขาธิการและเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และให้คณะกรรมการ สปสช. แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาอีก 1 ชุด ทำหน้าที่ช่วยเหลือการปฏิบัติงานของเลขาธิการ สปสช.
นอกจากนี้ ภาคีสภาวิชาชีพด้านสุขภาพยังเสนอให้ปรับสัดส่วนบอร์ด สปสช. และคณะกรรมการควบคุมคุณภาพให้มีความเหมาะสมกว่าเดิม และขอให้มีสัดส่วนของสภาเทคนิคการแพทย์ และสภากายภาพบำบัดเข้าร่วมด้วย
สำหรับค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข ค่าสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค สภาวิชาชีพเสนอให้เน้นการจ่ายเงินเพื่อป้องกันโรคในระดับทุติยภูมิและตติยภูมิ ซึ่งเป็นการป้องกันโรคระดับบุคคล ส่วนการป้องกันโรคแบบปฐมภูมิเห็นว่ามีหน่วยงานอย่าง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กรมควบคุมโรค กรมอนามัย ดูแลอยู่แล้ว
ภาคีสภาวิชาชีพยังมีความเห็นร่วมกันอีกว่า ค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นนั้นขอให้จ่ายตามเจตนารมณ์คือเป็นการจ่ายต่อผู้ป่วยรายหัวโดยตรง หากไม่ใช่ค่าบริการต่อผู้ป่วยโดยตรงควรใช้เงินหมวดอื่น และในส่วนของเงินเดือน ค่าตอบแทนบุคลากร ให้แยกออกจากกองทุน สปสช.อย่างชัดเจน
นพ.สรลักษณ์ มิ่งไทยสงค์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ในฐานะประธานชมรมผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการแก้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอให้แยกเงินเดือนบุคลากรออกจากงบเหมาจ่ายรายหัว เพราะจะทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนบุคลากรในพื้นที่ชนบทห่างไกล
อนึ่ง ก่อนหน้านี้กรรมาธิการสาธารณสุข สนช.ได้ข้อสรุปแล้วว่า จะแก้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ด้วยการแยกเงินเดือนบุคลากรออกจากกองทุน แล้วให้กลับไปอยู่กับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ตามเดิม ส่วนสำนักงานปลัด สธ.เสนอให้แก้สัดส่วนบอร์ด สปสช. โดยเพิ่มตัวแทนผู้อำนวยการโรงพยาบาลสังกัด สธ.ให้มากขึ้น
พร้อมกันนี้ ให้แก้เงื่อนไขต้องห้ามของผู้สมัครเลขาธิการ สปสช. โดยตัดข้อห้ามเรื่องการเคยเป็นคู่สัญญากับ สปสช.ออก เพื่อเปิดทางให้ผู้ที่เคยทำงานในหน่วยงานสังกัด สธ.สามารถสมัครได้







