
ตู่ขู่ฟ้องอัยการสูงสุด
จตุพรประกาศเดินหน้าฟ้องอัยการสูงสุดข้อหาสั่งฆ่าประชาชน หลังแกนนำนปช.ถูกสั่งฟ้องคดีก่อการร้าย พร้อมเตรียมนำเรื่องเอ็มโอยูไทย-เขมรปี 43 เข้าพูดในสภาอังคารนี้
จตุพรประกาศเดินหน้าฟ้องอัยการสูงสุดข้อหาสั่งฆ่าประชาชน หลังแกนนำนปช.ถูกสั่งฟ้องคดีก่อการร้าย พร้อมเตรียมนำเรื่องเอ็มโอยูไทย-เขมรปี 43 เข้าพูดในสภาอังคารนี้
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทยและแกนนำกลุ่ม แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกรณีที่นายจุลสิงห์ วสันต์สิงห์ อัยการสูงสุดได้สั่งฟ้องคดีก่อการร้ายของแกนนำ นปช.ว่าที่ผ่านมา มีช่องว่างมากมายเนื่องจากไม่มีการสอบพยานฝ่ายจำเลยแม้แต่ปากเดียว ทั้งที่ได้ขอความกรุณาไปและยังมีเวลาเพื่อทำการสอบสวนอีกร่วมเดือน
"ส่วนตัวผมก็จะทำเรื่องฟ้องอัยการสูงสุดด้วยข้อหาสั่งฆ่าประชาชน เช่นเดียวกับรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งวันนี้ผมได้คุยกับคนในดีเอสไอหลายคน ที่รู้สึกอับอายกับการกระทำแบบนี้มาก ที่มีพฤติกรรมใส่ความคนอื่นอยู่ร่ำไป หากคนไทยยังกินข้าวกันอยู่คงไม่มีใครเชื่อว่าพวกผมฆ่ากันเอง อัยการสูงสุดกับดีเอสไอพยายามทำเหมือนไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นในสังคมไทย เป็นการกระทำที่ต่ำช้ามากที่สุดที่บิดเบือน สร้างพยานเท็จ"นายจตุพรกล่าว
นายจตุพร กล่าวต่อว่า ส่วนที่นายเทพไท เสนพงษ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ นายกรัฐมนคตรี ออกมาบอกว่า ตนเป็นคน 2 มาตรฐานที่สามารถอยู่ข้างนอกได้แต่แกนนำคนเสื้อแดงคนอื่น ๆ ต้องอยู่ในเรือนจำนั้น ขอเรียนว่า ตนถูกดำเนินคดีทุกอย่างเหมือนกับเพื่อน ๆ แต่ยังมีเอกสิทธิ์ความเป็น ส.ส.อยู่ เพราะฉะนั้นตนไม่ได้มีความเป็น 2 มาตรฐานเหมือนอย่างรัฐบาลชุดนี้อย่างแน่นอน
ทั้งนี้จะนำเรื่องกรณีพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชาในเอ็มโอยู ปี 2543 ไปพูดในการประชุมร่วม 2 สภาที่จะมีขึ้นในวันอังคารนี้ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงให้กับประชาชนได้รับรู้ว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร ไม่ใช่การรับฟังจากรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว ที่พยายามอ้างเรื่องสันปันน้ำ ที่ไม่สามารถเป็นไปได้มาหลอกลวงประชาชน ซึ่งหากตอนนี้มีการนำเรื่องดังกล่าวไปขึ้นศาลโลก ตนมั่นใจว่าประเทศไทยพ่ายแพ้ต่อกัมพูชาอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามตนไม่มั่นใจว่าทางสภาจะอนุญาตให้ผู้ก่อการร้ายทำการอภิปรายหรือไม่ แต่สามารถอนุญาตให้ฆาตกรนั่งเป็นนายกรัฐมนตรีได้
ด้าน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคไทย กล่าวถึงปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชาว่า เปรียบเสมือนการหาเสียงของนายอภิสิทธิ์ ที่พยายามนำปัญหาระหว่างประเทศมาเป็นตัวการในการสร้างความนิยมภายใน หาเขตแดนเป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อนที่ต้องนำมาเจรจากันระหว่าง 2 ประเทศ ไม่ใช่นำมาพูดด้วยความคิดเห็นตัวเองผ่านสื่อมวลชน เนื่องจากนายบันคีมูน เลขาธิการองค์กรสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็นจะมีการเดินทางไปที่ประเทศกัมพูชา ตามที่ได้รับเชิญในวันที่ 27-28 ตุลาคมนี้ อาจทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบทางกัมพูชาอีกครั้งหนึ่ง
เพราะฉะนั้นพรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องไปยังนายอภิสิทธิ์ว่าอย่านำปัญหานี้มาเป็นการสร้างค่านิยมเพราะจะทำให้ปัญหาไม่สามารถ และอย่าพยายามแก้ปัญหาด้วยปากแต่อย่างเดียว ส่วนวันจันทร์ที่ 16 นี้ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ จะชงเรื่องการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินให้นายอภิสิทธิ์ไปพิจารณา ในพื้นที่ภาคเหนือ แบบที่แม่ทัพภาคที่ 3 ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าสามารถยกเลิกได้แล้วนั้น พรรคเพื่อไทยเห็นว่าวันนี้ทุกจังหวัดที่ยังมีการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น ไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงใด ๆ เกิดขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้นรัฐบาลควรประกาศยกเลิกการใช้กฎหมายแบบนี้ เพราะถึงเวลาแล้วที่จะสร้างบรรยากาศความเป็นประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างแท้จริง







