
ลุ้นการเมืองปลดล็อก หุ้นทะลุ1,500
โดย...บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้
โดย...บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้
การลงประชามติวันที่7ส.ค.2559เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นได้น้อย จึงค่อนข้างคลุมเครือว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ ส่งผลให้นักลงทุนส่วนใหญ่ยังไม่ให้น้ำหนักกับปัจจัยนี้เท่าไรนัก หรือเลือกที่จะรอจนกว่าทราบผลการลงประชามติแน่นอนแล้วเท่านั้น อย่างไรก็ดีภายใต้สมมติฐาน เรามีมุมมองเชิงบวกต่อผลการลงประชามติครั้งนี้ โดยน่าจะผ่านไปได้ด้วยดี และคาดว่าจะเปลี่ยนอารมณ์ของตลาดในการยอมรับระดับการประเมินมูลค่าหุ้นไทยที่สูงขึ้นได้(re-rating)จากความชัดเจนทางการเมืองเกิดขึ้นอีกขั้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นราคาหุ้นช่วงไตรมาส3/2559คาดว่าน่าจะเห็นดัชนีหุ้นขยับตัวขึ้นมาแกว่งระดับ1,500-1,600จุดได้
เบื้องต้นประเมินงบไตรมาส2กลุ่มพลังงาน-ปิโตรเคมี แบงก์ และสื่อสารโดยรวมน่าจะลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY)แต่ดีขึ้นจากไตรมาสแรก(QoQ)
กลุ่มธนาคารพาณิชย์ เราคาดว่าจะยังลดลงYoYอยู่แต่ในอัตราชะลอลงจากที่ลบ9% YoYในไตรมาสแรก เนื่องจากฐานการตัั้งสำรองหนี้ที่ค่อนข้างสูงนับตั้งแต่ไตรมาส2/2558แม้ว่ากลุ่มธนาคารจะมีการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในเดือน เม.ย. แต่มองว่าผลประกอบการอาจทรงตัวหรือดีขึ้นเล็กน้อยQoQจาก1.หลายธนาคารมีการตั้งสำรองมากไปแล้ว2.ขณะที่ธนาคารขนาดกลางและเล็กมีการลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากพิเศษ ขณะที่ธนาคารขนาดใหญ่พยายามรักษาอัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากที่เหมาะสม เพื่อบริหารอัตราการทำกำไรจากดอกเบี้ยสุทธิ และ3.สินเชื่อภาคธุรกิจขยายตัวดีกว่าคาด จากดีลการซื้อกิจการบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ และการปล่อยสินเชื่อใบอนุญาต4จี5.การฟื้นตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมจากสินเชื่อภาคธุรกิจและตลาดทุน5.การเข้มงวดต่อการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อเนื่อง
กลุ่มพลังงาน-ปิโตรเคมี คาดว่าผลประกอบการไตรมาส2จะลดลงYoYจากอัตราค่าการกลั่นและส่วนต่างราคาปิโตรเคมี แต่คาดว่าจะดีขึ้นQoQตามราคาน้ำมันในตลาดโลก (เบรนต์) ที่ฟื้นตัวต่อเนื่องจากเฉลี่ย35.3เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในไตรมาสแรกมาอยู่ที่47เหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น33%คาดว่าจะมีกำไรจากสต๊อกน้ำมัน และกำไรอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น
เลี่ยงหุ้นเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ อาทิ หุ้นพลังงาน โภคภัณฑ์ ส่งออก ท่องเที่ยว เลือกหุ้นอิงเศรษฐกิจไทยที่ขึ้นช้าและการประเมินมูลค่าถูกมาก โดยหุ้นพื้นฐานดีขนาดใหญ่ที่ราคายังปรับขึ้นช้า อาทิ ธนาคารกรุงเทพ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส และบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ภายใต้สมมติฐานเบร็กซิตไม่ลุกลามและการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญน่าจะผ่านไปด้วยดี







