
เข้มธุรกิจผิดกฎหมาย
ปัญหาชาวต่างชาติลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายในบ้านเรามีหลายกลุ่ม ทั้งการเข้ามาทำธุรกิจ เข้ามาใช้แรงงานผิดกฎหมาย และเริ่มขยายตัวกระจัดกระจายอยู่ในหลายพื้นที่
ปัญหาชาวต่างชาติลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายในบ้านเรามีหลายกลุ่ม ทั้งการเข้ามาทำธุรกิจ เข้ามาใช้แรงงานผิดกฎหมาย และเริ่มขยายตัวกระจัดกระจายอยู่ในหลายพื้นที่
แม้จะเป็นที่รับรู้และพบเห็นพฤติกรรมที่ส่อการกระทำความผิดอย่างชัดแจ้ง แต่กระบวนการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายอาจยังไม่ครอบคลุม เจ้าหน้าที่รับผิดชอบยังขาดความพร้อมและไม่เท่าทันสถานการณ์
จะพบว่ามักมีชาวต่างชาติทั้งในรูปนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ และประกอบอาชีพอื่นๆ เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยกันเป็นชุมชนในหลายพื้นที่ อาทิ คนเชื้อสายอาหรับ เชื้อสายอินเดีย เกาหลี ญี่ปุ่น จีน รวมทั้งแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และจังหวัดท่องเที่ยวหลักๆ หากเจ้าหน้าที่รัฐไม่เข้าไปตรวจสอบอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง ก็จะไม่สามารถทราบได้เลยว่าบุคคลเหล่านั้นเข้าเมืองถูกกฎหมายหรือไม่ มีพฤติกรรมการกระทำความผิดในเรื่องใดบ้าง
ที่ผ่านมาเรามักละเลยและหย่อนยานในการดำเนินการทางกฎหมาย ด้วยเพราะไทยเป็นเมืองท่องเที่ยว จึงเปิดกว้างต้อนรับชาวต่างชาติอย่างไม่มีข้อจำกัด เนื่องจากปริมาณนักท่องเที่ยวในแต่ละปีคือความหวังที่สำคัญในการสร้างรายได้เข้าประเทศ
อย่างไรก็ดี ปฏิเสธไม่ได้ว่าการไหลบ่าข้ามพรมแดนของกลุ่มชาวต่างชาติเหล่านี้ มีทั้งที่เข้ามาถูกต้องและมีทั้งการแอบแฝงเดินทางเข้ามาใช้พื้นที่ในประเทศไทยสำหรับการทำกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย ซึ่งหากไม่มีการก่อเหตุรุนแรงจนสร้างความเสียหายขึ้นก็ดีไป แต่หากมีการปล่อยปละละเลยไม่เข้มงวดกวดขันอย่างต่อเนื่อง เมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้วก็มักจะติดตามจับกุมไม่ได้ แต่ผลเสียหายที่ตามมาส่งผลกระทบต่อประเทศอย่างมหาศาล
เหตุการณ์ระเบิดแยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2558 ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญ เพราะนอกจากทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติอย่างมาก แม้จะสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องได้ แต่หลังเหตุการณ์โศกนาฏกรรมในครั้งนี้ผ่านไปก็ยังไม่มีความเชื่อมั่นว่าจะไม่เกิดเหตุระทึกในทำนองนี้ขึ้นอีก โดยเฉพาะท่ามกลางสถานการณ์การก่อการร้ายที่ลุกลามและทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
ในอีกแง่ ปัจจุบันได้มีชาวจีนเข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมาย ใช้นอมินีบังหน้าการทำธุรกรรมจำนวนมาก โดยล่าสุดกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้รายงานยอดการจดทะเบียนธุรกิจเดือน มิ.ย. 2559 พบว่ามีผู้ประกอบธุรกิจมายื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลใหม่ทั่วประเทศ รวม 5,916 ราย เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 36%
ในจำนวนนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เพิกถอนทะเบียนบริษัท 2 แห่ง คือ บริษัท เนเชอรัล เบย์ รีสอร์ท ซึ่งทำธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทที่ จ.พังงา และบริษัท เซียนชาบู ชาบู ทำธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหารที่ จ.ภูเก็ต จากก่อนหน้านี้ได้มีการเพิกถอนไปแล้ว 13 บริษัท รวมเป็น 15 บริษัท จากทั้งหมด 17 บริษัทที่อยู่ในเครือข่ายของบริษัท ทรานลี่ ทราเวล ซึ่งสวมสิทธิบัตรประชาชนคนไทยทั้งที่ไม่ได้มีสัญชาติไทย
การเข้ามาทำนิติกรรมอำพรางลักษณะนอมินีในปีงบประมาณ 2559 มีมากกว่า 7,025 ราย กระจายอยู่ใน 10 จังหวัด ซึ่งพบในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ
ฉะนั้น ทั้งในแง่การดูแลความมั่นคง ทั้งในแง่เศรษฐกิจ ภาครัฐจะต้องแก้ไขกฎหมายการประกอบธุรกิจคนต่างด้าว รวมถึงต้องทบทวน พ.ร.บ.คนเข้าเมืองให้เข้มข้นและเข้มงวดการบังคับใช้อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศในอนาคต







