posttoday
ค้าปลีกเร่งถกรัฐจัด 'ดิวตี้ฟรีซิตี้'

ค้าปลีกเร่งถกรัฐจัด 'ดิวตี้ฟรีซิตี้'

18 กรกฎาคม 2559

ผู้ประกอบการค้าปลีกเตรียมเจรจาหน่วยงานรัฐเดินหน้าโครงการดิวตี้ฟรีซิตี้ หลังรัฐเลื่อนจัดไปปีหน้า

ผู้ประกอบการค้าปลีกเตรียมเจรจาหน่วยงานรัฐเดินหน้าโครงการดิวตี้ฟรีซิตี้ หลังรัฐเลื่อนจัดไปปีหน้า

แหล่งข่าวจากวงการค้าปลีก เปิดเผยว่า จากนโยบายดิวตี้ฟรีซิตี้ที่สมาคมผู้ค้าปลีกไทยพยายามผลักดันให้เกิดการจัดงานจำหน่ายสินค้าปลอดภาษีในเมืองท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ จำนวน 10 จังหวัด เพื่อให้ประเทศไทยเป็นช็อปปิ้งเดสติเนชั่นของนักท่องเที่ยวอย่างแท้จริง ขณะนี้ภาครัฐได้เลื่อนการจัดงานดังกล่าวออกไปเป็นปี 2560 จากเดิมที่คาดว่าจะอนุมัติให้จัดงานดังกล่าวได้ในเดือน ต.ค.ที่จะถึงนี้

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้ต้องเลื่อนการจัดงานไปเป็นปี 2560 เนื่องจากการทำงานของภาครัฐมีหลายขั้นตอนจึงทำให้เกิดความล่าช้า ประกอบกับเดิมทีสมาคมผู้ค้าปลีกไทยเสนอระยะเวลาในการจัดงานไป 8 สัปดาห์ เพราะถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสามารถกระตุ้นให้เกิดเงินสะพัดภายในประเทศได้ในช่วงโลว์ซีซั่น แต่เบื้องต้นภาครัฐกำหนดระยะเวลาให้จัดงานเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยเกินไปสำหรับการจัดงานใหญ่ เพื่อกระตุ้นรายได้ในประเทศ

“การขอจัดงานดิวตี้ฟรีซิตี้ได้เริ่มทำงานมาตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2558 ต่อเนื่องมาจนถึงเดือน มิ.ย. ซึ่งหวังว่าเดือน ก.ค.จะได้ข้อสรุป เพื่อเตรียมจัดงานในเดือน ต.ค. แต่เนื่องจากการทำงานของรัฐมีหลายขั้นตอน ทำให้ไม่ทันแผนงานเดิมที่จะจัดในเดือน ต.ค. และต้องเลื่อนการจัดงานไปเป็นปีหน้า เพราะต้องใช้ระยะเวลาในการขนส่งสินค้า 3-4 เดือน โดยสินค้ากลุ่มแรกที่ได้รับการอนุมัติให้นำมาจัดงาน คือ เครื่องสำอางและน้ำหอม”

ดังนั้น ผู้ประกอบการค้าปลีกและสมาคมผู้ประกอบการค้าปลีกไทย จึงเตรียมเดินหน้าผลักดันต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการจัดงานดังกล่าวได้แน่นอนภายในปี 2560 ด้วยการเดินทางเข้าพบเพื่อขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นต้น เพราะเกรงว่าเรื่องจะเงียบหายไปหากไม่มีการตามต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังอยากให้ภาครัฐหันมาให้ความสำคัญกับช็อปปิ้งทัวริซึ่ม เพราะถือเป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญที่ขาดหายไปจากนโยบาย ททท. ทั้งที่นโยบายดังกล่าวสามารถสร้างเม็ดเงินให้กับประเทศไทยมหาศาล เห็นได้จากตัวเลขของ ททท.ที่ระบุว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยจะมีค่าใช้เงินวันละกว่า 4,000 บาท/คน ในจำนวนดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายในการช็อปปิ้ง 1,200-1,500 บาท ส่วนที่เหลือเป็นค่าโรงแรมและค่าอาหาร

ปัจจุบันค่าช็อปปิ้งที่นักท่องเที่ยวใช้จ่ายในประเทศไทยถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับสิงคโปร์ และฮ่องกง ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติมีการใช้จ่ายในการช็อปปิ้งสูงกว่าประเทศไทยถึง 2 เท่า เมื่อเทียบกับสิงคโปร์ และ 5 เท่าเมื่อเทียบกับฮ่องกง ดังนั้นภาครัฐจึงควรให้การสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวเข้ามาช็อปปิ้งในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ด้วยการลดกำแพงภาษี และส่งเสริมให้ต่างชาติหันมาช็อปปิ้งในประเทศไทยเพิ่มขึ้นนอกเหนือจากการมาดูวัฒนธรรม ปูชนียสถาน และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ เพราะการช็อปปิ้งถือเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญและเลือกกลับมาท่องเที่ยวอีกในครั้งต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท