posttoday
นิตยสารศิลปากรยุคดิจิทัล

นิตยสารศิลปากรยุคดิจิทัล

17 กรกฎาคม 2559

กรมศิลปากร นำนิตยสารศิลปากร ตั้งแต่ฉบับที่ 1 ถึงปัจจุบันลง E-Books เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้สะดวกในยุคดิจิทัล

โดย...ส.สต

กรมศิลปากร นำนิตยสารศิลปากร ตั้งแต่ฉบับที่ 1 ถึงปัจจุบันลง E-Books เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้สะดวกในยุคดิจิทัล ส่วนต้นฉบับจะรักษาไว้เป็นทรัพย์สินของแผ่นดินต่อไป

ผู้อ่านที่สนใจเข้าระบบคลังข้อมูล รวมทั้งนิตยสารศิลปากรสมัครได้ที่ www.digitalcenter.finearts.go.th

อนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ได้ปาฐกถาพิเศษในโอกาสที่สำนักหอสมุดแห่งชาติจัดเสวนาทางวิชาการ เรื่อง ก้าวสู่ทศวรรษที่ 6 นิตยสารศิลปากร เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2559 ณ ห้องจัดแสดงชั้น 2 หอสมุดดนตรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ และห้องสมุดดนตรีทูลกระหม่อมสิรินธร ว่า นิตยสารฉบับนี้เป็นเครื่องมือเพียงอย่างเดียวที่ช่วยให้กรมศิลป์สื่อสารกับประชาชนทั่วไป ส่วนข้อมูลที่นำมาตีพิมพ์ก็ได้รับการพิจารณาอย่างละเอียด นอกจากให้ความรู้แก่ผู้อ่านแล้วยังสามารถนำไปอ้างอิงได้ แต่ที่น่ากังวลก็คือสื่อมวลชนเข้าสู่ยุคดิจิทัล ผู้คนหันไปอ่านผ่านโทรศัพท์มือถือกันมาก ส่งผลกระทบผู้ทำนิตยสารทั่วไป กรมศิลปากรต้องก้าวให้ทันเทคโนโลยี จึงจัดหนังสือในสำนักหอสมุดแห่งชาติ และนิตยสารเข้าสู่ระบบ E-books

วิวัฒนาการ

ส่วนวิวัฒนาการของนิตยสารศิลปากร ซึ่งเป็นรายสองเดือน เล่มแรกออกเมื่อเดือน มิ.ย. 2480 โดย ธนิต อยู่โพธิ์ ซึ่งต่อมาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศิลปากร เป็นบรรณาธิการ แต่ออกเพียงปีเดียวก็ต้องหยุดเพราะเกิดสงคราม และมาเริ่มใหม่เมื่อ พ.ศ. 2490 แต่ก็อยู่ได้ 7 ปีก็หยุด และได้ตั้งต้นใหม่ออกอีกครั้งในเดือน พ.ค. 2500 จนถึงปัจจุบัน เข้าสู่ปีที่ 59 และปี 2560 จึงเข้าสู่ 6 ทศวรรษเต็มตัว

พ.ศ. 2500-2519

นิตยสารฉบับแรก พ.ค. 2500 มีลักษณะเด่น คือ ปกเป็นภาพร่างฝีพระหัตถ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เช่น แบบร่างพัดรองงานต่างๆ แบบร่างพระเมรุพระบรมวงศานุวงศ์ แบบร่างซุ้มประตูวัดเบญจมบพิตร เป็นต้น ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์อเนกอนันต์ต่ออนุชนปัจจุบันในการศึกษาค้นคว้าภาพฝีพระหัตถ์ของเจ้าฟ้านักปราชญ์พระองค์นี้

นิตยสารศิลปากรยุคดิจิทัล เสวนา 6 ทศวรรษ นิตยสารศิลปากร นำเสวนาโดย นัยนา แย้มสาขา ผู้อำนวยการสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ

 

เนื้อหาในเล่มส่วนใหญ่ดำเนินตามวัตถุประสงค์ที่กรมศิลปากรกำหนดไว้ โดยนำเรื่องเก่ามาจัดพิมพ์เผยแพร่ เช่น เอกสารที่เก็บรักษาไว้ ณ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ วรรณคดีเก่า และเรื่องที่มีผู้ติดตามอ่านกันมากคือ “สาส์นสมเด็จ” จดหมายโต้ตอบระหว่าง สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ และสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่ทรงนิพนธ์เกี่ยวกับวัฒนธรรม ประเพณี สถานที่ และเหตุการณ์ต่างๆ นอกจากนี้ยังมีบทความเรื่อง “บันทึกเรื่องความรู้ต่างๆ” ของพระยาอนุมานราชธนอีกด้วย

พ.ศ. 2520-2529

ในช่วงนี้มีการปรับปรุงวัตถุประสงค์ใหม่ให้สอดคล้องกับนโยบายของกรมศิลปากร คือ “เพื่อเผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมในสาระสำคัญต่างๆ และเพื่ออนุรักษ์สืบทอดมรดกวัฒนธรรมของชาติ” ดังนั้นบทความที่นำมาจัดพิมพ์เผยแพร่จึงเป็นงานศึกษาค้นคว้า ตลอดจนผลงานของข้าราชการทุกสำนักในกรมศิลปากร

พ.ศ. 2530-2539

พ.ศ. 2530-2539 มีบทความทางวิชการหลากหลาย แต่ที่ อนันต์ ชูโชติ ประทับใจถึงปัจจุบัน คือ บทความเรื่อง “การอนุรักษ์พระแสงขรรค์ทองคำประดับอัญมณีได้จากการขุดค้นที่พระปรางค์วัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ. 2500” เพราะมีพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงชักดาบศักดิ์สิทธิ์นี้ออกจากฝัก

นอกจากนั้น ก็ได้แก่บทความเรื่อง “100 ปี ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี” ที่กล่าวถึงคุณูปการและผลงานสุดคณานับของท่าน เช่น งานประติมากรรม และการริเริ่มให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นต้น

ตั้งแต่ พ.ศ. 2540-ปัจจุบัน ได้มีวิวัฒนาการตามกาลสมัย เช่น บทความเรื่อง “กำเนิดห้องสมุดนานาชาติและห้องสมุดไทย” กล่าวถึงความเป็นมาของห้องสมุด บทความเกี่ยวกับสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชา
นุภาพ พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย เป็นต้น

นิตยสารศิลปากรยุคดิจิทัล อนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานเปิดนิทรรศการนิตยสารศิลปากร

 

บทความประจำ

จดหมายโต้ตอบระหว่างสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ และสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่ทรงเล่าเรื่องราวเหตุการณ์ที่ทั้งสองพระองค์ทรงพบ ตลอดจนเรื่องราวความรู้ที่ทั้งสองพระองค์ทรงทราบทั้งเรื่องขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี สถาปัตยกรรม และโบราณสถาน

“สาส์นสมเด็จ” จึงเป็นเกร็ดความรู้ด้านประวัติศาสตร์ การเมือง การปกครอง วรรณกรรม วรรณคดี และศิลปวัฒนธรรม ที่ควรศึกษาเป็นอย่างยิ่ง

บันทึกเรื่องความรู้ต่างๆ

งานเขียนของพระยาอนุมานราชธน เขียนอธิบายคำตอบจากข้อคำถามเกี่ยวกับคำ คำศัพท์ การแต่งกาย ประเพณี พงศาวดาร เช่น สอบถามถึงคำว่าพระมาลาเบี่ยง งานช่างสิบหมู่ กำแพงแก้ว เครื่องฉลองพระองค์ของพระมหากษัตริย์ เป็นต้น ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นความรู้ที่สามารถนำไปใช้ในการศึกษาค้นคว้าอ้างอิงเพิ่มเติมได้

ให้บันทึกประวัติศาสตร์

ในขณะที่วงเสวนาได้เรียกร้องให้นิตยสารรักษาเวลาในการออกให้เที่ยงตรง เพราะในอดีตเคยล่าช้าเป็นปี นอกจากนั้น สุวิชญ์ รัศมิภูติ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร แนะนำให้บันทึกเรื่องและประวัติศาสตร์บนเกาะรัตนโกสินทร์ไว้ เพราะมีสิ่งบอกเหตุว่าหลายสิ่งหลายอย่างจะสูญหายไป พร้อมทั้งแนะนำให้สัมภาษณ์ช่างเขียน ช่างปั้นมาตีพิมพ์เพราะเป็นบุคคลพิเศษ เป็นเสน่ห์ของกรมศิลป์ ที่เขียนหนังสือไม่เก่งแต่พูดและฝีมือน่าบันทึกไว้

สมลักษณ์ เจริญพจน์ อดีตรองอธิบดีกรมศิลป์ เสนอให้แปลบทความเป็นภาษาอังกฤษให้เต็มเรื่อง มิใช่แค่บทคัดย่อ พร้อมทั้งให้รวมเล่มไว้ด้วย

ส่วน พีรพน พิสณุพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า นิตยสารศิลปากรช่วยให้เขาเรียนรู้วิชาการต่างๆ ในมหาวิทยาลัยศิลปากรที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษได้ง่าย เพราะมีคนเขียนเป็นภาษาไทยให้ติดตาม เช่น ข้อเขียนของ ศ.ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล เรื่องศาสนาฮินดู เป็นต้น

นิตยสารนี้เป็นเล่มเดียวที่กรมศิลป์สื่อสารกับคนภายนอก ที่มักมองกรมศิลป์ว่าเป็นแดนสนธยาได้ พร้อมทั้งฝันว่านิตยสารจะเสนอบทความทันเหตุการณ์มากยิ่งขึ้น 

นัยนา แย้มสาขา ผู้อำนวยการสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ผู้ดำเนินรายการ เปิดโอกาสให้ผู้เสวนาสรุปประเด็นเด็ดๆ เช่น สุวิชญ์ ที่หันมาเป็นมัคคุเทศก์กิตติมศักดิ์ และที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เล่าเรื่องที่คนทั่วไปเข้าไม่ถึง เช่น เรื่องรับพระราชทานหนอนเป็นๆ 4 ตัวจากพระหัตถ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นต้น

ผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการที่หอสมุดแห่งชาติได้ มีเรื่องน่าสนใจและติดตามหลายอย่างทีเดียว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท