
‘ทัวร์ขนหัวลุก 2’
ขณะที่เริ่มลงมือเขียนต้นฉบับนี้ จู่ๆ หม้อแปลงไฟฟ้าที่หน้าหมู่บ้านระเบิดดังปัง พร้อมกับไฟฟ้าทุกดวง
โดย...เพียงออ เลาหะวิไลย [email protected]
ขณะที่เริ่มลงมือเขียนต้นฉบับนี้ จู่ๆ หม้อแปลงไฟฟ้าที่หน้าหมู่บ้านระเบิดดังปัง พร้อมกับไฟฟ้าทุกดวง และหน้าจอคอมพิวเตอร์ดับมืดลง ฝนฟ้าก็ไม่ตก ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า “นี่แค่พิมพ์ชื่อเรื่องนะ ยังเฮี้ยนขนาดนี้”...แบตเตอรี่โน้ตบุ๊กเหลือเพียง 43% เท่านั้น ต้องเร่งมือซะแล้ว....
หลายปีก่อน เนื่องจากต้องการฝึกฝนจิตใจตนเองจึงทำให้ติดตามครูบาอาจารย์ไปในหลายๆ ที่ซึ่งคนทั่วไปเขาไม่ไปกัน เช่น ไปนั่งสมาธิบนเชิงตะกอนเผาศพแบบเปิด เมื่อไปถึงเชิงตะกอนตอนห้าทุ่มเศษ ถ่านสีดำและขี้เถ้ายังคงกระจัดกระจายเหมือนเพิ่งเผาเสร็จใหม่ๆ หลวงพ่อพระอาจารย์ท่านก็จัดให้พวกเราหน่วยกล้าตายนั่งกันคนละมุม ห่างกันไปหลายสิบเมตร รอบด้านเป็นสวนมืดมิด ไม่มีแม้แต่แสงเทียนสักเล่ม ในสถานการณ์นั้น แม้ใจจะหวาดหวั่น แต่เราทุกคนต้องเอาตัวรอดด้วยตนเอง จะหวังพึ่งใครไม่ได้นอกจากต้องพึ่งจิตใจตัวเองเท่านั้น
สองชั่วโมงผ่านไปอย่างเชื่องช้า ใบสักแห้งในหน้าแล้งร่วงหล่นรอบตัวดังแกร๊กๆ ตลอดเวลา...แกร๊กที สะดุ้งที คล้ายมีคนเดินเข้ามาใกล้ๆ แล้วหยุดมอง แต่เรารู้ว่าจะกลัวจนสติหายไม่ได้เด็ดขาด สติต้องจดจ่ออยู่กับ ลมหายใจ และ พุทโธ เท่านั้น หาไม่แล้วหากสติหลุด อุปาทานอะไรต่อมิอะไร จะวิ่งเข้ามาหา ซึ่งอาจทำให้สติแตกเผ่นป่าราบได้...
ทุกๆ นาทีเป็นการฝึกใจอย่างยิ่งยวด ไม่ให้เตลิดออกไป... ทว่า ก็ยังสติหลุดไปราว 2 วินาทีถึงสองครั้ง ดีที่ดึงกลับมาได้ แต่ไม่ทันไอ้เจ้าอุปาทานที่วิ่งเข้าแทรกนี่สิ ไม่อาจลืมได้เลย...บรื๊อยยย...
หากอยากมีประสบการณ์ทำนองนี้ ควรไปหาครูบาอาจารย์ก่อน อย่าไปเองค่ะ และต้องเข้าใจธรรมชาติของชีวิตที่เกิดมา มีชีวิตอยู่สั้นบ้าง ยาวบ้าง สุดท้ายก็ต้องแตกดับตายไปเป็นธรรมดาเหมือนๆ กันทุกคน ...ครั้งที่ยังอายุน้อย ด้อยความรู้เคยตามอาจารย์ท่านหนึ่งไปดูจิต เล่นเอาสติแทบแตก อีตอนที่อาจารย์ให้เดินขึ้นไปยืนอยู่ในซอกหลังเมรุเผาศพกลางดึกมืดๆ คนเดียว ยืนเฉยๆ 10-15 นาที กับพาไปเดินย่ำไปมาบนหลุมศพที่เป็นเนินดินในป่าช้า !!!
“ทัวร์พบผีเกาหลี” ในกรุงโซล ตอนกลางคืน ที่เล่าไปสัปดาห์ก่อน ก็มีการพาไปเดินข้ามสะพานที่สร้างคร่อมหลุมฝังศพหญิงที่ถูกลงอาญาในอดีตนับร้อยปีก่อนค่ะ ทุกวันนี้ คนที่เดินข้ามสะพานไม่ได้รู้เลยว่า กำลังเดินอยู่เหนือหลุมฝังศพเธอ ซึ่งถือเป็นการลงโทษที่รุนแรงที่สุดแม้ตายไปแล้ว ให้สังเกตสะพานที่มีตอม่อ กลับหัวกลับหางนั่นล่ะ ใช่เลย... ทัวร์ประวัติศาสตร์ด้านมืดในกรุงโซลนี้ ไม่ได้เอาจริง เล่นกันแรงเท่าไร เหมาะแก่นักล่าผีมือใหม่... เขาจะพาเดินกันไปเป็นกลุ่ม และบรรยายประกอบสถานที่ เช่น จุดที่เคยเป็นทุ่งสังหารในสมัยโชซอน...พระราชวังที่ผีดุมาก แม้แต่ราชินียังไม่กล้าเข้าไป และถนนที่มีวิญญาณสิงอยู่มากจนถ่ายรูปออกมาไม่ชัดสักภาพ จบลงด้วยการเดินผ่านบ้านที่ลือกันว่าผีดุที่สุดในกรุงโซล.... แค่นี้เองค่ะ จ๊ากกก...







