
กรมราชทัณฑ์ย้าย330ผู้ต้องขังก่อจลาจลคุกปัตตานี
ปัตตานี-กรมราชทัณฑ์ระบุสาเหตุจลาจลคุกปัตตานีมาจาก2นักโทษไม่พอใจถูกเข้มงวดค้นโทรศัพท์มือถือและยาเสพติดย้าย330ผู้ต้องขังก่อเหตุไปคุกสงขลาและนาทวี
ปัตตานี-กรมราชทัณฑ์ระบุสาเหตุจลาจลคุกปัตตานีมาจาก2นักโทษไม่พอใจถูกเข้มงวดค้นโทรศัพท์มือถือและยาเสพติดย้าย330ผู้ต้องขังก่อเหตุไปคุกสงขลาและนาทวี
เมื่อวันที่16ก.ค. นายปฎิคม วงศ์สุวรรณ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เดินทางไปที่เรือนจำปัตตานี เพื่อตรวจสอบความเสียหาย และรับทราบสาเหตุ หลังเกิดเหตุนักโทษก่อจลาจล พร้อมระบุว่า สาเหตุเกิดจาก การเข้มงวดกวดขันในการตรวจค้นโทรศัพท์มือถือและยาเสพติดในเรือนจำ รวมถึงการจัดระเบียบเรือนจำ ทำให้ผู้ต้องขัง2รายเกิดควาไม่พอใจ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางปัตตานีจึงได้ขออนุญาตย้ายผู้ต้องขังเป็นการเร่งด่วน แต่ยังไม่ทันได้ย้าย ผู้ต้องขังทั้ง 2 รายนี้จึงได้รวบรวมผู้ต้องขังคนอื่นๆ จำนวน 200 คนก่อจลาจล ซึ่งกรมราชทัณฑ์ ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดเพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุดแล้ว และเนื่องจากผู้ต้องขังกลุ่มที่ก่อการจลาจลไม่ยอมรับข้อเสนอใดๆ แม้ว่าเรือนจำจะยอมทำตามข้อเรียกร้องของผู้ก่อเหตุแล้วก็ตามและยังคงกระทำความรุนแรง โดยการเผาสถานที่ราชการเพิ่มเติม จนเป็นเหตุให้ต้องมีการใช้กำลังในการควบคุมสถานการณ์เมื่อเวลา 23.00น.ของวันที่ 15ก.ค.59
ทั้งนี้ เรือนจำกลางปัตตานี ได้ทำการย้ายกลุ่มผู้ต้องขังที่ก่อการจลาจล จำนวน 330 คน ไปยังเรือนจำสงขลา เรือนจำนาทวี และจะมีการจัดตั้งศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารสำหรับญาติผู้ต้องขัง ซึ่งหากต้องการรับทราบข้อมูล สอบถามได้ที่ เรือนจำกลางปัตตานี 073-414254 หรือศูนย์ดำรงธรรมในพื้นที่
สำหรับความเสียหาย มีเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ บาดเจ็บ 3 นาย ผู้ต้องขังบาดเจ็บ จำนวน 7 ราย นอกพักรักษาตัวที่ รพ.ปัตตานี 1 ราย ผู้ต้องขังเสียชีวิต 3 ราย ทรัพย์สินราชการเป็นอาคารที่ทำการฝ่ายควบคุม อาคารอเนกประสงค์ อาคารฝ่ายการศึกษา รวมจำนวน 3 หลัง ซึ่งอยู่ระหว่างการประเมินความเสียหาย
ต่อมาเวลา 12.00 น.นางอังคณา นีละไพจิต กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้เดินทางมาที่เรือนจำกลางปัตตานีหลังจากที่ได้รับการร้องเรียนจากญาติผู้ต้องขังว่ารู้สึกเป็นห่วงต่อพี่น้องที่อยู่ข้างในว่าจะเป็นอย่างไรกันบ้าง มีความปลอดภัยกันหรือไม่ ฝ่ายเจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจน ตนจึงจำเป็นต้องลงพื้นที่มาดูด้วยตนเอง แต่เมื่อมาถึงกลับได้รับคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้าเยี่ยมอ้างว่า ช่วงนี้เป็นวันหยุดให้มาวันราชการ
"รู้สึกผิดหวังต่อการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ตนมีเจตนาดีว่าจะมารับทราบข้อมูล ปัญหาที่เกิดขึ้น และเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่ในส่วนของญาติพี่น้องเจ้าหน้าที่ต้องเข้าใจความรู้สึกของพวกเขาเหมือนกันที่เป็นห่วง และได้มานั่งรอฟังข่าวกันแต่เช้า จึงขอให้เจ้าหน้าที่ได้มีการเปิดเผยข้อมูล รายชื่อ ของผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต หรือที่ต้องถูกย้ายไปอยู่ที่อื่นให้ทางญาติได้รับทราบที่ชัดเจน พวกเขาจะได้สบายใจกัน" นางอังคณา กล่าว







