
ยธ.สั่งสอบเหตุจลาจลเรือนจำปัตตานี
ปลัดยธ.เผยย้าย 300 ผู้ต้องขังคุกปัตตานีเข้า 4 เรือนจำในจ.สงขลา สั่งราซทัณฑ์เฝ้าระวังเรือนจำในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ จี้สอบขยายผลเหตุจุดติดสถานการณ์จลาจล
ปลัดยธ.เผยย้าย 300 ผู้ต้องขังคุกปัตตานีเข้า 4 เรือนจำในจ.สงขลา สั่งราซทัณฑ์เฝ้าระวังเรือนจำในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ จี้สอบขยายผลเหตุจุดติดสถานการณ์จลาจล
วันที่ 16 ก.ค. นายชาญชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงเหตุผู้ต้องขังเรือนจำกลางปัตตานีก่อจลาจลตั้งแต่ช่วงเย็นต่อเนื่องถึงกลางดึกวานนี้( 15 ก.ค.) ว่า จากการรายงานสถานการณ์จนถึงขณะนี้เหตุการณ์สงบลงแล้ว โดยช่วงบ่ายวันนี้( 16 ก.ค.) ตนจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยตัวเองอีกครั้ง หลังจากได้สั่งการให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์และรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ลงไปควบคุมการแก้ไขสถานการณ์ตั้งแต่วานนี้ เบื้องต้นได้รับรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว 3 ราย เป็นผู้ต้องขังทั้งหมด โดย 2 รายเป็นผู้ต้องขังที่เป็นผู้ช่วยผู้คุมถูกผู้ต้องขังด้วยกันฆ่าเสียชีวิตระหว่างเกิดเหตุจลาจล ส่วนอีก 1 รายเป็นผู้ต้องขังที่เสียชีวิตหลังการเข้าไปควบคุมสถานการณ์ อยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุแต่ไม่ใช่ผู้ต้องขังที่เป็นตัวการ สำหรับผู้ต้องขังที่เป็นตัวการก่อเหตุมี 2 ราย เป็นผู้ต้องขังคดีลักทรัพย์ 1 ราย และคดีพยายามฆ่า 1 ราย ทราบว่าผู้ต้องขังทั้ง 2 รายซึ่งเป็นผู้ต้องขังธรรมดาแต่กระทำผิดวินัย จะถูกย้ายตัวจึงก่อการต่อต้าน และที่จำเป็นต้องขยายผลตรวจสอบต่อคือเหตุใดสถานการณ์ดังกล่าวจึงจุดติด มีผู้ต้องขังอื่นเข้าร่วม เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนและทำครบถ้วนหรือไม่
ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวต่อว่า ช่วงหลังเกิดเหตุมีการย้ายผู้ต้องขังประมาณ 300 ราย ไปคุมขังที่เรือนจำ 4 แห่ง ประกอบด้วยเรือนจำอำเภอนาทวี เรือนจำจังหวัดสงขลา เรือนจำกลางสงขลา และทัณฑสถานบำบัดพิเศษสงขลา การย้ายทั้งหมดเป็นไปเพื่อระงับเหตุการณ์เท่านั้น ไม่ใช่เพราะการมีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งในวันนี้( 16 ก.ค.) จะต้องจัดเจ้าหน้าที่ชี้แจงกับญาติของผู้ต้องขังให้เข้าใจ พร้อมติดป้ายแจ้งว่าผู้ต้องขังแต่ละรายย้ายไปคุมขังเรือนจำใดบ้าง มีศูนย์ประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดหารถนำญาติผู้ต้องขังที่ถูกย้ายไปเยี่ยม กำหนดผู้ต้องขัง 1 คน ต่อญาติ 5 คน ทั้งนี้จะให้เยี่ยมเฉพาะกลุ่มที่ถูกย้ายเพื่อให้ญาติเกิดความสบายใจ และไม่ใช่การย้ายถาวร
ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวอีกว่า สำหรับความเสียหายของสถานที่ภายในเรือนจำต้องลงไปตรวจสอบให้เห็นสภาพอีกครั้ง แต่เรือนจำกลางปัตตานีอยู่ระหว่างการขยายพื้นที่ทำแดนใหม่ แต่ยังไม่สามารถเปิดแดน หรือย้ายผู้ต้องขังไปได้ เพราะยังรอการติดตั้งระบบสาธารณูปโภค อย่างไรก็ตาม หากพบว่ามีอาคารในเรือนจำเสียหายเยอะก็อาจใช้โอกาสนี้ย้ายผู้ต้องขังไปก่อน ทั้งนี้ ในช่วงวันหยุดยาวได้สั่งการให้เรือนจำทั่วประเทศดูแล และเฝ้าระวังเหตุการณ์ อย่าให้เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นอีก โดยเฉพาะเรือนจำในพื้นที่ 5 จังหวัดทางภาคใต้







